ข้อความต้นฉบับในหน้า
กลัวหลุดจากตำแหน่ง เพราะบางคนกว่าจะได้ต้องเสียเงิน
ซื้อมาแพง จึงพยายามทำงานให้นักการเมืองอย่างเต็มที่
ไม่รู้ชั่ว-ดี ผิดถูกอะไรทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่เลือก
นักการเมืองที่ไม่ดีมาเป็นผู้แทน เราก็จะป้องกันอะไรๆ ได้
หลายอย่าง
นอกจากไม่เลือกคนเลว คนมิจฉาทิฏฐิแล้ว ต้องดู
ศาสนาที่พวกเขานับถือด้วย หากเขานับถือศาสนาที่มี
ขบวนการทำลายศาสนาของเรา เราก็ต้องไม่เลือกเขา
เพราะเสี่ยงอันตรายเกินไป เขาอาจเป็นเครื่องมือทำลายที่ดี
ที่สุด ยังมีพวกแอบแฝงที่ร้ายกาจอีกพวก คือแสดงตัวว่า
นับถือศาสนาเดียวกับเรา แต่ใจจริงคือนับถือศาสนาที่จะ
คอยทำลายศาสนาของเรา พอได้อำนาจทางการเมืองขึ้น
มาก็ฉวยโอกาสหาทางทำลายศาสนาของเรา เช่นที่พวกนี้
กำลังทำอยู่ในปัจจุบัน พยายามรวมหัวกันออกกฎหมายต่างๆ
บีบบังคับคณะสงฆ์ คุณก็คิดดู ถ้าเขาทำสำเร็จ คงไม่มี
กุลบุตรคนใดอยากบวชเป็นพระภิกษุต่อไปอีก เมื่อศาสนา
ของเราไม่มีสงฆ์ ศาสนาก็ไม่มีผู้สืบทอดคำสอน ย่อม
สูญหายไปในที่สุด
ดังนั้น การเลือกนักการเมืองของพวกเรา จึงต้อง
พิจารณาให้ดี เมื่อไม่มีคนดีที่สุดให้เลือก ก็เลือกคนที่เลว
น้อยที่สุด คือพอช่วยบ้านเมืองให้อยู่รอดได้บ้าง
ป้าคุยกับคุณวันนี้ ดูออกจะเป็นเรื่องหนักไปหน่อย
แต่นี่เป็นเรื่องจริงที่กำลังเกิดอยู่ในปัจจุบัน ต้องรู้ให้ทัน
และช่วยกันป้องกัน ต้านทานให้สำเร็จ มิฉะนั้นแล้ว
พระพุทธศาสนาที่แท้จริงจะสูญสิ้นไป เหมือนหลายประเทศ
ที่เราเห็นอยู่ กลายเป็นพระพุทธศาสนาปฏิรูปบ้าง
พระพุทธศาสนาพิธีกรรมบ้าง กลายเป็นความเชื่อแบบ
งมงายไปบ้าง ถูกทอดทิ้งทั้งภาคปริยัติและปฏิบัติ จะเหลือ
ปฏิเวธธรรมอะไรให้เห็น
เมื่อป้าเดินทางไปเมืองจีน ในคณะผู้นำพระพุทธรูป
ไปถวายวัดที่นั่น ป้าเห็นแล้วสลดใจมาก พระภิกษุบางพวก
ของเขาทำมาหากินเหมือนชาวโลกทั่วไป แต่งตัวก็เหมือน
คนธรรมดา เพียงแต่โกนศีรษะ พอจะมาทำพิธีรับมอบองค์
พระ เขาก็พากันวิ่งตุ๊ก ตุ๊กมา พอมาถึงที่พระเรายืนคอยอยู่
เขาก็แก้ห่อผ้าจีวรออกต่อหน้า หยิบขึ้นมานุ่งห่มแต่งตัว
ท่ามกลางผู้คน แสดงว่าตนเองเป็นพระภิกษุ ก็คิดดูว่าจะ
เป็นพระจริงได้ขนาดไหน จะมีการเรียนปริยัติธรรม
ปฏิบัติธรรมเหลืออยู่อีกหรือ ไม่ต้องพูดถึงปฏิเวธธรรม
บางประเทศมีความเจริญทางวัตถุมาก เช่นที่ญี่ปุ่น
พระพุทธศาสนาที่นั่น พระภิกษุมีภรรยาและลูกได้
รับประทานอาหารมื้อต่างๆ อย่างฆราวาส แถมดื่มสุราได้อีก
อะไรจะเหลือ
ประเทศไทยของเราศาสนาพุทธมีพร้อมทั้ง
ปริยัติธรรม ปฏิบัติธรรม และปฏิเวธธรรม วัดพระธรรม
กายของเราสอนได้ครบทั้ง อย่าง เฉพาะปฏิเวธธรรมนั้น
แม้ยังสอนให้สำเร็จเป็นพระอริยบุคคลไม่ได้ แต่ขั้นฌาน
๓
ขั้นอภิญญา ก็มีผู้สามารถทำได้ตามที่พระเดชพระคุณ
หลวงพ่อวัดปากน้ำสอนเอาไว้
แต่ที่น่าอนาถใจที่สุดคือ พระภิกษุบางรูปของ
ประเทศเรานี่แหละที่เรียนแต่ภาคปริยัติธรรม ไม่ได้สนใจ
ภาคปฏิบัติ ย่อมไม่มีโอกาสพบผลของปฏิเวธธรรม พอเห็น
ทางวัดเราทำได้สำเร็จ ทนอยู่ไม่ได้ทำการรวมพวกโจมตีทุก
รูปแบบ แทนที่จะคิดเอาอย่างปฏิบัติตาม กลับตั้งตน
เปิดเผยเป็นศัตรู เป็นฝ่ายทำลาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่
บ้านเมืองที่มีหน้าที่สนับสนุนพระพุทธศาสนาก็กลับเห็นดี
เห็นงาม ร่วมกันทำลาย อ้างผิดพระวินัยข้อโน้นข้อนี้ จะจับ
พระเดชพระคุณหลวงพ่อสึกให้ได้ ทั้งที่ตนเองก็รู้พระวินัย
ไม่จริง
พระวินัยนั้น มีข้อห้ามพระภิกษุอวดอุตริมนุสธรรม
เรียกว่า ห้ามแสดงปาฏิหาริย์ แต่พระพุทธองค์ไม่ได้ทรง
ห้ามการสอนปฏิบัติธรรม ซึ่งก็คือเรื่องสมาธิ และวิปัสสนา
สมาธินั้นเมื่อปฏิบัติสูงขึ้น ก็ย่อมได้ฌาน ได้อภิญญา
จิตอภิญญาจิตทำปาฏิหาริย์ได้ ผู้ที่เล่าเรียนไม่ใช่มีแต่พระภิกษุ
มีทั้งสามเณรและอุบาสก อุบาสิกา ข้อห้าม ห้ามไว้เฉพาะ
พระภิกษุ ไม่ได้ห้ามรวมถึงคนธรรมดา ทำไมไม่รู้จักคิด
เกิดปาฏิหาริย์ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นตะวันแก้วมีรัศมีหมุนได้
ภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ หรือภาพพระธรรมกาย
ภาพดวงธรรมสว่างไสวปรากฏขึ้นในท้องฟ้า หรือยอดหลังคา