ความกล้าหาญในการทำความดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2543 ฉบับที่ 1 หน้า 30
หน้าที่ 30 / 132

สรุปเนื้อหา

ใจไม่ไปข้องแวะกับความชั่วที่มาเย้ายวน ความชั่วใดที่ไม่เคยทำ แต่ถ้ามีใครมาชวน มายั่วเย้า ยั่วยวนให้ทำ มีความกล้าที่จะหักห้ามใจไม่ไปยุ่งกับมัน เช่น ไม่เคยกินเหล้า ไม่เคยเที่ยวบาร์เที่ยวผับ แต่เพื่อนมาชวน ต้องกล้าหักห้ามใจ หรือตลอดเวลาที่ทำราชการมาขนาดนี้ ไม่เคยคอรัปชั่นเลย วันนี้ได้เติบโตจากหน้าที่การงาน ได้ เป็นผู้ใหญ่ในวงการขึ้นมา เขายัดเงินก้อนโตๆ รอดใต้โต๊ะ เข้ามา รีบหักห้ามใจไม่รับเลย แล้วกำลังใจมหาศาลที่จะสู้ กับความชั่วจะเพิ่มขึ้นมา เพราะถ้ากำลังใจน้อยๆ ต้านทาน ความอยากไม่ไหวเวลาเขาเอาเงินพันเงินหมื่นมายื่นให้ใต้โต๊ะ เตะทิ้งเลย กล้าปฏิเสธเขาได้ เพราะเห็นว่าเป็นเงินบาปเงิน ชั่ว แต่พอเขาใส่มาให้เป็นเงินแสนเงินล้าน ถ้าความกล้าไม่ พอ กำลังใจไม่ไหว ก็ชักจะเห็นว่าชักจะไม่บาป ยิ่งถ้าหลาย ล้านร

หัวข้อประเด็น

- ความกล้าหาญในการทำความดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ใจไม่ไปข้องแวะกับความชั่วที่มาเย้ายวน ความชั่วใดที่ไม่เคยทำ แต่ถ้ามีใครมาชวน มายั่วเย้า ยั่วยวนให้ทำ มีความกล้าที่จะหักห้ามใจไม่ไปยุ่งกับมัน เช่น ไม่เคยกินเหล้า ไม่เคยเที่ยวบาร์เที่ยวผับ แต่เพื่อนมาชวน ต้องกล้าหักห้ามใจ หรือตลอดเวลาที่ทำราชการมาขนาดนี้ ไม่เคยคอรัปชั่นเลย วันนี้ได้เติบโตจากหน้าที่การงาน ได้ เป็นผู้ใหญ่ในวงการขึ้นมา เขายัดเงินก้อนโตๆ รอดใต้โต๊ะ เข้ามา รีบหักห้ามใจไม่รับเลย แล้วกำลังใจมหาศาลที่จะสู้ กับความชั่วจะเพิ่มขึ้นมา เพราะถ้ากำลังใจน้อยๆ ต้านทาน ความอยากไม่ไหวเวลาเขาเอาเงินพันเงินหมื่นมายื่นให้ใต้โต๊ะ เตะทิ้งเลย กล้าปฏิเสธเขาได้ เพราะเห็นว่าเป็นเงินบาปเงิน ชั่ว แต่พอเขาใส่มาให้เป็นเงินแสนเงินล้าน ถ้าความกล้าไม่ พอ กำลังใจไม่ไหว ก็ชักจะเห็นว่าชักจะไม่บาป ยิ่งถ้าหลาย ล้านรีบคว้าใส่กระเป๋าทันที เพราะฉะนั้น ต้องกล้าหักห้ามใจ จากความชั่ว ความชั่วใหม่จะได้ไม่เกิดกับตัวเรา ประการที่ ๓ คือ กล้าหาญเบิกบานที่จะทำความดี ใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ ยกตัวอย่าง แต่ก่อนเคยนั่งสมาธิอยู่คนเดียว เหลียว ไปทางไหนก็ไม่กล้าไปชวนใคร ทั้งๆ ที่รู้ว่านั่งสมาธินั้นดี แต่กลัวเขาจะรู้ว่าเราเป็นนักปฏิบัติธรรม กลัวเขาจะหาว่าเชย แต่เมื่อไรความกล้าหาญเบิกบานที่จะทำความดีนั้นเต็ม เปี่ยมขึ้นมา คราวนี้กล้าที่จะเปิดบ้านตัวเองเป็นบ้านนัก ปฏิบัติธรรม แล้วไปชวนเพื่อนบ้าน เพื่อนจากที่ทำงาน พอ ตกเย็นให้มาสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิด้วยกัน นี้คือ กล้า ที่จะทำความดีอย่างเต็มหัวใจ ประการที่ ๔ คือ กล้าหาญเบิกบานที่จะทำความดีที่ เคยทำแล้วให้ยิ่งๆ ขึ้นไป คือ ความดีใดที่เคยทำแล้ว ไม่หยุดอยู่แค่นั้น ทำซ้ำ แล้วซ้ำอีกเรื่อยไป พยายามพัฒนาทั้งเวลา เพิ่มทั้งปริมาณ และคุณภาพในการทำความดีให้ยิ่งขึ้นไป พยายามทำซ้ำ แล้วซ้ำอีกเป็นร้อยครั้ง พันครั้ง หรือแม้จะต้องทำเป็นแสน ครั้งล้านครั้ง ก็ไม่มีเบื่อ ไม่มีบ่น มีแต่กล้าหาญเบิกบาน พยายามทำความเพียรนี้ให้เชี่ยวชาญชำนาญ จนกระทั่ง ติดตัวติดใจเป็นนิสัยรักความเพียรชอบข้ามภพข้ามชาติ เรื่อยไป นี้คือความกล้าหาญเบิกบานที่จะทำความดีที่เคย ทำแล้วให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ๒๘ | สยามมิตร มกราคม ๒๕๔๓ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญความกล้าหาญ หรือวิริยะบารมีไว้ ๔ ประการนี้ เพราะฉะนั้น ไม่ว่าประชาชนไทยหรือใครก็ตาม จะ เด็กหรือผู้ใหญ่ คนหนุ่มหรือสาว มีการศึกษาอย่างไร ประกอบอาชีพอะไร ตำแหน่งเล็กหรือใหญ่ แต่ถ้าหากมี ความเพียรทั้ง ๔ ประการนี้แล้ว บ้านเมืองไทยที่ตกอยู่ใน ภาวะศีลธรรมและเศรษฐกิจตกต่ำในเวลานี้จะพลิกฟื้นขึ้นมา ได้อย่างทันตาเห็น เรื่องร้อนๆ ทั้งหลายในบ้านเมืองของ เราจะได้บางเบา มีแต่ความร่มเย็นมาแทนที่ เพราะไม่ว่า ใครจะทำอะไรก็ตาม ถ้ามีความกล้าตัดใจเลิกทำความชั่ว กล้าหักห้ามใจที่จะไม่ข้องแวะกับความชั่วที่มาเย้ายวน กล้าหาญเบิกบานที่จะทำความดีใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำ และ กล้าหาญเบิกบานที่จะทำความดีเดิมที่เคยทำแล้วให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป ผลงานที่ออกมานั้น ย่อมบังเกิดประโยชน์และ คุณงามความดีอย่างใหญ่หลวงทั้งตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติโดยอัตโนมัติ ๕. พรอันประเสริฐสุดแห่งพระมหากษัตริย์ผู้ทรง เป็นนักให้กำลังใจ เมื่อมาถึงตรงนี้ พวกเราคงจะได้ข้อคิดจากเรื่องพระ มหาชนกไปอย่างมากมาย และเมื่อมองย้อนกลับมาถึงการ สร้างบารมีของตัวเรา ก็พอจะสรุปเป็นข้อคิดในทางปฏิบัติ ได้อย่างน้อย ๓ ประการ ๑. ความเพียรที่แท้จริง คือ ความกล้า คนมีความเพียร คือ คนที่มีความกล้า เป็นคุณสมบัติ ของคนที่มีกำลังใจสูง เพราะความเพียรเป็นสิ่งที่ไม่ใช่ทำ ประเดี๋ยวประวแต่ต้องทำอย่างต่อเนื่องเป็นแรมเดือนแรมปี และหลายๆ ปีจนกระทั่งหลายภพหลายชาติ ๒. นักสร้างบารมีตัดสินใจด้วยหลักธรรมของพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ทำตามกระแสสังคม คนประเภทนี้ไม่ตามกระแสคนอื่น แต่มีจุดยืนอยู่บน หลักธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามธรรมดาของ คนในสังคมส่วนมาก มักตัดสินด้วยเสียงส่วนใหญ่ แต่วิสัย ของนักสร้างบารมีนั้น ไม่ตัดสินอะไรตามกระแส ถ้าสิ่งนั้น พิจารณาไตร่ตรองตามหลักธรรมของพระพุทธองค์แล้วว่าผิด แม้คนเป็นล้านว่าถูก ก็ยังขอยืนยันว่าผิด แต่ถ้าสิ่งใดที่ถูกต้อง
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More