ข้อความต้นฉบับในหน้า
๑๖
กว่า อุตส่าห์เก็บมะม่วงกินจนตาย สม
น้ำหน้านี้ มันอยากกินเอง ตาของนี่หว่า”
"นั่นน่ะ แต่พวกเราก็เหนื่อย
ตอนที่ลากศพพวกมันไปทิ้งไงล่ะ ยิ่ง
ไอ้คนไหนซัดเข้าไปมาก ตัวเขียวจน
ด่า ตาเหลือกถลน มือหงิกเป็นมะเหงก
ทุเรศจริงๆ”
"
ครั้นเมื่อชาวบ้านเหล่านั้น
เดินเข้ามาใกล้กองเกวียน ไม่เห็นมีใคร
ตาย ก็ตกใจถึงกับพูดอะไรไม่ถูก มีอยู่
กลุ่มหนึ่ง ใจกล้ากว่าเพื่อน ได้ร้องถามว่า
“พวกท่านมาพักกันตั้งแต่
เมื่อไหร่นี่ แล้วไม่มีใครสนใจเก็บมะม่วง
แถวนี้กินบ้างหรือ?”
"มะม่วงมีพิษนั่นน่ะหรือ ขึ้น
กินเข้าไปก็ตาย” ลูกเกวียนคนหนึ่งตอบ
"ท่านรู้ได้ยังไงว่ามะม่วงนั้น
มีพิษ
“ฉันไม่รู้หรอก แต่นายฉัน
น่ะรู้ ถ้าอยากรู้ก็ไปถามดูเอง” ว่าแล้ว
ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตนเองต่อไป
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ชาวบ้านกลุ่มนั้น แม้จะรู้ว่า
มีคนรู้ทันความใจร้ายใจดำของตน แต่
ก็ทนความอยากรู้อยากเห็นไม่ไหว จึง
เดินไปถามพ่อค้าหนุ่ม พ่อค้าหนุ่มจึง
กล่าวว่า
“พวกท่านช่างใจดำอำมหิต
นัก ฆ่าคนได้อย่างเลือดเย็น แต่เราน่ะ
รู้ทัน จึงไม่เก็บมะม่วงมีพิษนั้นกิน”
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่า มะม่วง
นั้นมีพิษ มันมีอะไรแตกต่างจาก
มะม่วงทั่ว ๆ ไปงั้นหรือ?” ชาวบ้านกลุ่ม
นั้นซักต่อ
แม้ว่า มันจะไม่แตกต่างจาก
มะม่วงทั่วไป แต่ถ้ามันเป็นมะม่วงไม่มี
พิษแล้ว ต้นสูงแค่เอื้อมอย่างนี้ละก้อ
ใคร ๆ ก็คงมาเก็บไปหมดแล้ว ไม่ปล่อย
ให้ลูกดกอย่างนี้หรอก แล้วอีกอย่างหนึ่ง
มะม่วงพวกนี้ขึ้นอยู่ใกล้ปากทางเข้า
หมู่บ้าน มีคนเดินผ่านเข้าออกทั้งวัน
แต่ไม่ยักมีใครเก็บไปเลย แสดงว่าต้อง
มีพิษแน่ ใช่ไหมล่ะ พวกท่านไม่ควร
หากินกันด้วยวิธีนี้เลย ควรคิดถึงชีวิต
ของคนอื่นเขาบ้าง ลองคิดดูซิว่า ถ้า
พวกเราไม่เห็นแก่ชีวิตท่าน ทั้งที่ท่าน
ต้องการให้เราตาย ต้องการฉกชิงทรัพย์
ที่เราหามาด้วยความเหนื่อยยาก ป่านนี้
เราคงฆ่าพวกท่านไปแล้ว พวกท่านทำ
อย่างนี้ เลี้ยงตัวไปไม่ได้ตลอดหรอก
แต่จะมีบาปติดใจไปตลอด คนอย่าง
เรานั้น ถ้าไม่แน่จริง คงคุมเกวียนเอา
ตัวรอดจนถึงป่านนี้ไม่ได้ แต่เราก็ยัง
ส่วนลูกเกวียนทั้งหลาย ก็มาเกิดเป็น
บริษัท ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี, อุบาสกและ
อุบาสิกา ในชาตินี้นั่นเอง
หลาน ๆ สังเกตไหมคะว่า
พ่อค้าหนุ่มผู้นี้ นอกจากจะฉลาด คือ
มีความรู้มากแล้ว ยังเป็นคนเฉลียวอีก
ด้วย ได้แก่ มีความระแวดระวัง รู้จัก
สังเกต และเป็นคนละเอียดถี่ถ้วน เตรียม
พร้อมอยู่เสมอไม่ชะล่าใจ จึงสามารถ
รักษาชีวิตของตนเองและหมู่คณะ
ให้รอดปลอดภัยได้ทุกคน
น้าจึงอยากให้หลาน ๆ
ฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ฉลาดด้วย
การขยันหมั่นศึกษาหาความรู้ให้
มาก ๆ ในขณะเดียวกัน ก็รู้จัก
หยิบ รู้จัดทำ อย่าคิดว่า งานอย่าง
นั้น งานอย่างโน้นไม่ใช่หน้าที่ของ
เรา เพราะการลงมือทำงาน เป็น
การฝึกการสังเกตที่ดีทีเดียวค่ะ
และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ การฝึก
สมาธิควรฝึกอย่างสม่ำเสมอ เพราะ
สมาธิจะทำให้เรามีสติปัญญาดี จดจำ
อะไรๆ ได้แม่น จิตใจละเอียดอ่อน
เห็นแก่มนุษยธรรม ไม่ทำร้ายพวกท่าน
ด้วยหวังว่า ท่านจะมีมนุษยธรรม มี
เมตตาต่อผู้เดินทางอื่น ๆ ที่ผ่านมาบ้าง” | และไหวทันต่อเหตุการณ์ที่จะเกิด
หลังจากได้ฟังคำพูดของพ่อ
ค้าแล้ว ชาวบ้านจำนวนมาก ก็รู้สึกสำ
นึกตัว และตั้งใจจะทำมาหากินด้วย
ความสุจริตต่อไป ส่วนพ่อค้าหนุ่ม ก็ออก
เดินทางไปค้าขายของของตนต่อไป
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงเล่าเรื่องของพ่อค้าหนุ่มผู้ชาญฉลาด
ในการดูผลไม้จบแล้ว ทรงสรุปว่า พ่อ
ค้าหนุ่มผู้นั้น ก็คือพระองค์ในอดีตชาติ
ขึ้น คือ มีไหวพริบดีนั่นเองค่ะ
Kalyanamitra.org