ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านว่า...
“โอ๊ย...ได้เด็กเดี๋ยวนี้ทำไมมัน
เป็นหนุ่มเป็นสาวกันเร็วจัง ดัดจริต
เหลือเกิน ตอนป้าอายุ ๑๘-๑๙ ยังแก้ผ้า
วิ่งเล่นกันเป็นหมู่ โดดน้ำกันตูมๆ ไม่
เห็นต้องวุ่นวายเรื่องผ้าเรื่องผ่อน...."
(เรานุ่งผ้าเล่นน้ำกลับถูกหาว่าดัดจริต
เสียนี่...)
ฟังคุณป้าพูดตอนนั้นก็ยังไม่ได้
คิดอะไร ต่อมาก่อนจะบวชได้อ่าน
บันทึกของ สมเด็จกรมพระยาดำรง
ราชานุภาพ ครั้งเสด็จภาคใต้ พบข้อ
ความทำนองเดียวกับที่ป้าพูดเข้าอีก
ท่านบันทึกว่า “ นั่งเรือไปภาคใต้
ตรวจตามจังหวัดต่าง ๆ ได้พบว่า
ในชนบทหลาย ๆ แห่ง เด็ก ๆ ทั้ง
หญิงทั้งชายอายุตั้ง ๑๙-๒๐ แล้ว ยัง
แก้ผ้าเล่นที่จับกันบ้าง เล่นตากระฉูด
เอาใจใส่
เรื่องเสื้อผ้า
เครื่องนุ่งห่มของลูก
ให้มาก ๆ อย่าตามใจ
ลูกนัก เพื่อความ
ถูกต้อง เพื่อความ
เจริญทางด้านจิตใจ
เลือกแบบให้สุภาพ
สอนให้นุ่งห่มให้
กันบ้าง เห็นแล้วรู้สึกแปลกตาดี...” เรียบร้อยเข้าไว้ อะไร
ครั้นใกล้ ๆ จะบวช พลิกพระไตรปิฎกดู
พบข้อความตอนหนึ่งบอกว่า
“นับตั้งแต่พระพุทธองค์
ทรงปรินิพพานไปแล้ว ทุก ๆ
ปี อายุมนุษย์จะลดลง 9
000
ปี อายุเฉลี่ยของมนุษย์ในสมัยพุทธกาล
นั้น
500
ปี จึงจะตาย เพราะฉะนั้น
พ.ศ. ๑๐๐ อายุคนจะลดลงเหลือ ๙๙
พ.ศ. ๒๕๖๐ อายุ
ปี พ.ศ. ๒๐๐ จะลดลงเหลือ ๔๘ ปี
พ.ศ. ๒๐๐๐ อายุเฉลี่ยของคนทั้งโลกก็
จะลดเหลือ ๘๐
เฉลี่ยก็เหลือ ๗๕ ปี
นี่เราอยู่ช่วงอายุเฉลี่ย ๗๕ ปี
ต่อไปจะค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ จน
ในที่สุดอายุของมนุษย์ทั้งโลกโดยเฉลี่ย
ก็จะเหลือเพียง ๑๐ ปีเป็นอย่างมาก
คือมีอายุพอ ๆ กับ หมู หมา กา ไก่
เมื่อถึงยุคนั้น มนุษย์ก็จะมีสภาพ
ที่จะเร่งให้ลูกมีความ
รู้สึกเป็นหนุ่มเป็น
สาวเร็วต้องรีบกำจัด
เสีย แล้วนั่นแหละ
คล้ายสัตว์ เป็นกลียุค พ่อ-แม่ก็ฆ่า
กันได้ ลูกก็ฆ่าพ่อได้ พ่อก็ฆ่าลูกได้ จับ
พลัดจับผลูลูกก็อาจไปคว้าแม่มาทำเมีย
พ่อหันไปหันมาก็ไปคว้าเอาลูกสาวตัว
เองทำเมียเข้าอีก ว่ากันให้กลุ้มกลัดไป
หมด
พออ่านถึงตรงนี้ก็เริ่มสะดุ้งใจ
ทำไมล่ะ? คิดดูนะ เมื่อคนเราอายุเฉลี่ย
ทั้งโลกเพียง ปีน่ะ จะเป็นหนุ่ม
เป็นสาวกันเมื่อไร...แน่นอน อายุแค่
๒-๓ ขวบ ก็เป็นสาวเป็นหนุ่มกันแล้ว
พวกผู้ชายพอ ๒ ขวบ ก็อ้อนพ่อแล้ว
“พ่อ...กินเหล้ากันเถอะ...พ่อ...
ผมอยากจะมีเมีย"
พวกผู้หญิงก็กระซิบแม่
“แม่....หนูเหงาเหลือเกิน อยาก
จะมีสามี...”
แล้วเป็นยังไง จะเอาเวลาที่ไหน
ไปศึกษาธรรมะ จะเอาอะไรเป็นหลัก
พิจารณาว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรควร
อะไรไม่ควร พอโตขึ้นมาปั๊บก็คิดแต่
จะสืบพืชสืบพันธุ์มีลูกมีหลาน ไม่ต่าง
อะไรกับสัตว์เดียรัจฉาน ให้ศึกษาธรรมะ
ก็ไม่เอา วัน ๆ รู้จักแต่เรื่องทำมาหากิน
กับสืบพืชพันธุ์
ไม่ต้องดูอื่นไกล เทียบเคียงเอา
ลูกจึงจะเอาตัวรอดได้ จากเพื่อนรุ่นเดียวกับเรานี่แหละ เพื่อน
เป็นความชื่นอก
ชื่นใจของเรา
ตราบเท่าวัยชรา
บางคนอายุ ๑๔-๑๕ ปี ก็แต่งงานแล้ว
แต่เพื่อนบางคนไปแต่งงานเอาเมื่ออายุ
๒๕-๓๐ ปีโน่น ผลที่ได้รับต่างกันอย่างไร
คนที่แต่งงานเมื่ออายุ ๑๔๑๕
น่ะ พอแต่งปุ๊บก็แบกภาระครอบครัว
อานไปเลย พูดง่าย ๆ มุ่งแต่เรื่องการ
ทำมาหากิน หน้าดำคร่ำเครียด โอกาส
ศึกษาธรรมะไม่มี ส่วนพวกที่รอไปแต่ง
งานอายุ ๒๕-๓๐ ปี พวกนี้มีเวลาพอ มี
โอกาสได้ศึกษาธรรมะ
ยิ่งคนไหนที่
Kalyanamitra.org
๔๗