ข้อความต้นฉบับในหน้า
แต่การจะยอมให้ไอ้มนุษย์ใจดำใจร้าย
เช่นนี้ฆ่าเล่นอย่างสัตว์ ไม่ใช่วิสัยของ
คนมีอวัยวะมือเท้าและปัญญาพาที่บริ
บูรณ์อยู่ ดังนั้นจะลองสู้กับไอ้ทาสมฤตยู
สาระเลวตัวนี้ดูจนกว่าจะสิ้นแรงสิ้น
ปัญญา”
ครั้นนางกุณฑลเกสีตัดสินใจ
ได้แล้วก็มีกำลังใจองอาจ คิดหาอุบาย
ต่อสู้ทันที ประกอบกับเวลานั้น นาง
ห่อเครื่องประดับที่จะมอบให้โจรใจ
ร้ายเสร็จแล้ว จึงพูดว่า
“นาย! ไหน ๆ ฉันก็จะจากนาย
ไปแล้ว และเป็นการจากไปอย่างไม่มี
เวลากลับมาพบนายอีก ขอให้ฉันได้ทำ
ความเคารพนบไหว้นายให้ชอบด้วย
ธรรมเนียมอันดี เพื่อคนอยู่จะได้
ปลอดภัย คนจากไปจะได้เป็นสุข ไม่
ต้องไปตกทุกข์ยากไร้"
เพราะเหตุนี้ เมื่อนางกุณฑล
เกสี่กล่าวกะโจรว่า
“นาย ขอให้ฉันได้เคารพนบไหว้
อำลาไปให้ชอบด้วยประเพณีอันดี
เพื่อเป็นความสวัสดีไม่มีภัยแก่นาย
ทั้งดิฉันที่จากไปก็จะเป็นสุขไม่ทุกข์ร้อน”
เจ้าโจรใจร้ายได้ยินก็ชอบใจ
พลางพูดว่า
“เกสีพูดถูก ฉันยินดีให้เธอทำ
ทุกอย่าง เชิญทำตามชอบเถิด”
นางกุณฑลเกสีกล่าวอีกว่า
“เมื่อนายจะเมตตาให้ฉันเคารพ
นบไหว้อำลา นายก็ควรจะลุกขึ้นยืน
ในที่สูง เพื่อให้ฉันเห็นเป็นสง่างามน่า
เคารพนบไหว้ อย่างรูปเทพที่ศักดิ์สิทธิ์
ที่มหาชนเคารพกราบไหว้ เช่นเจว็ด
เขาจะต้องทำเป็นรูปยืนและตั้งไว้ในที่
สูง เพื่อมองเห็นได้ถนัด น่ากราบ น่า
ไหว้”
โจรใจร้ายเห็นรอบตามนางอีก
เพราะพูดมีเหตุผล ด้วยตัวเองก็เคย
พบปะมาแล้วจริง ๆ ทั้งก็เป็นสิริมง
คลแก่มันด้วย มันจึงทำตามใจนาง
กุณฑลเกสี ลุกขึ้นเดินไปยืนอยู่บน
ก้อนศิลาใหญ่บนยอดภูเขาแล้วกล่าวว่า
“กุณฑลเกสี จงทําความเคารพ
ตามประสงค์ของเธอเถิด"
เมื่อนางกุณฑลเกสได้โอกาส
ตีเช่นนั้น จึงลุกขึ้นประนมมือทำ
ความเคารพโจรอย่างเรียบร้อย แล้ว
เดินทำประทักษิณรอบ ๆ โจร
แต่ครั้งนี้ทำเป็นพิเศษคือเวลา
เดินประทักษิณจะต้องกราบ ๔
ทิศ คือ กราบโจรแทบเท้า ข้าง
หน้า หลัง ขวา ซ้าย ทุก ๆ ครั้ง
ที่เดินรอบตัวโจร
โจรวางใจมิได้ระแวงนางกุณ
ฑลเกสี ซึ่งแต่ก่อนเป็นดังแมวที่เชื่อง
เดินเคล้าเคลียเท้า จะลูบจะคลำ จะฆ่า
จะแกง อย่างไร ๆ ก็ได้ จะไม่เป็นภัย
อย่างใด ๆ แก่มันเลย แต่บัดนี้สิ ได้
กลับกลายเป็นแม่งูจงอางที่ดุร้าย กำลัง
เตรียมจะรวบรัดฉกให้มันสิ้นชีพใน
ขณะนี้อยู่แล้ว มันหารู้สึกไม่ แต่เพราะ
มันกำลังถึงฆาต จึงไม่มีวี่แววเป็นลางสัง
หรณ์ใจให้มันรู้สึกแต่อย่างใด
เมื่อนางกุณฑลเกสได้หมอบกราบ
ครั้งสุดท้ายแล้ว ก็ลุกขึ้นยืนสวมกอด
โจร กล่าวอำลาครั้งสุดท้ายด้วยเสียง
ละท้อยว่า
“นาย การเห็นนายของฉันครั้ง
นี้เป็นครั้งสุดท้ายแล้ว จำเดิมแต่นี้ไป
ฉันจะไม่ได้เห็นนายอีก ถึงนายก็จะไม่
ได้เห็นฉันอีกแล้ว”
ครั้นนางสังเกตเห็นโจรเผลอตัว
ใจอ่อนไปตามถ้อยคำของนางที่รำพัน
ร่ำลาเช่นนั้น นางจึงรวบรวมเรี่ยวแรง
ทั้งหมดที่มีอยู่ในตัว ใช้มือข้างหนึ่งจับ
คอโจร อีกข้างหนึ่งจับตรงรักแร้ ผลัก
โจรให้หงายหลังพึ่งลงไปจากยอดภูเขา
โดยฉับพลัน เนื่องจากโจรร้ายเผลอตัว
ทั้งยืนอยู่ในที่สูง ด้านหลังเป็นโกรก
ชั้น ดังนั้นเมื่อโจรหงายหลังพลัดตก
ลงไปอย่างไม่มีท่า จึงไม่มีทางรอด มัน
ร้องโอยได้คำเดียวเท่านั้นแล้วร่างกาย
ของมัน ก็กลิ้งลงมาจากยอดเขาโดย
ลำดับร่างกายได้กระทบกระแทกกับ
แง่หินก้อนใหญ่ก้อนน้อย เหลวแหลก
อย่างไม่มีชิ้นดี ตายเสียก่อนจะถึง
ก้นเหวเสียอีก
นางกุณฑลเกสีผลักโจรตกเหว
แล้วก็หมดเรี่ยวแรง ลงนั่งพับอยู่กับที่
ร่างกายมือไม้สั่นไปหมด จิตใจก็สะดุ้ง!
หวาด! นางพยายามสะกดอกสะกดใจ
ให้หายตื่นต่อความหวาดเสียว ซึ่งเป็น
เรื่องร้ายแรงที่ตนไม่เคยเห็นไม่เคยทำ
ไม่เคยแม้แต่คิดอยู่เป็นครูใหญ่ ต่อ
นั้นนางก็คิดจะกลับบ้าน แต่แล้ว
กลับคิดใหม่ว่า ถ้าเรากลับไปบ้าน เมื่อ
มารดาบิดาเห็นเรากลับไปคนเดียวไม่
เห็นไอ้โจรใจร้ายตัวนี้กลับไปด้วย ท่าน
จะต้องถามว่า ทำไมเจ้าจึงกลับมาคน
เดียว สามีเจ้าไปเสียข้างไหน ครั้นเรา
สารภาพว่า เราได้ฆ่าเสียแล้ว ก็คงจะ
ถูกท่านด่าว่า
“นางเสือร้าย ดูริ! ช่างฆ่าตัวของ
ตัวได้ลงคอ เดิมร้องห่มร้องไห้รักใคร่
อยากจะได้ ถ้าไม่ได้ก็จะฆ่าตัวตาย ไม่
กินข้าวกินปลา พ่อแม่ต้องวิ่งเต้นเสีย
เงินเสียทองเป็นก่ายเป็นกองไปไถ่มา
บัดนี้กลายเป็นเพชฌฆาตฆ่าผัวไปแล้ว
หรือนี่ นังตัวดี!"
ครั้นเราบอกตามความจริงว่า
Kalyanamitra.org
mm