การเข้าชมรมพุทธศาสน์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 5 เดือนพฤษภาคม หน้า 58
หน้าที่ 58 / 112

สรุปเนื้อหา

วิทยาลัยให้ได้ จะได้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ ชื่นใจ ขณะนั้น ข้าพเจ้าอายุ ๑๖ ปี เมื่อ ประกาศผลการสอบ ข้าพเจ้าสอบได้ คณะสังคมศาสตร์ (จิตวิทยา) มหา วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในการ เรียนปีที่หนึ่งนั้น เทอมต้น ข้าพเจ้าได้ ใช้เวลาไปกับการเรียนและเที่ยวสำรวจ สถานที่ต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย โดย ขี่จักรยานไปกับเพื่อนๆ เทอมปลาย ข้าพเจ้าก็เพลิดเพลินกับการเล่นแบด มินตัน แต่ยังมีสถานที่หนึ่ง ที่ข้าพเจ้า ยังไม่ได้ไป เพราะเมื่อไปถามใครแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่ทราบ หรือเขาบอกทาง แต่ไปไม่ถูก นั่นคือ “ชมรมพุทธศาสน์” จนกระทั่ง เทอมต้นของชั้นปี ที่สอง พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้าพเจ้าและเพื่อน ๆ ก็ได้ไปถึงชมรมพุทธศาสน์ ซึ่งขณะ นั้น มีพี่สมนึก สถาพรเศรณี เป็นประธาน ชมรมฯ เมื่อเข้าไป ข้าพเจ้าสังเกตเห็น ความเป็นระเบียบของชมรมฯ คือ ข้าว ของวางเป็

หัวข้อประเด็น

- การเข้าชมรมพุทธศาสน์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

วิทยาลัยให้ได้ จะได้ทำให้คุณพ่อคุณแม่ ชื่นใจ ขณะนั้น ข้าพเจ้าอายุ ๑๖ ปี เมื่อ ประกาศผลการสอบ ข้าพเจ้าสอบได้ คณะสังคมศาสตร์ (จิตวิทยา) มหา วิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ในการ เรียนปีที่หนึ่งนั้น เทอมต้น ข้าพเจ้าได้ ใช้เวลาไปกับการเรียนและเที่ยวสำรวจ สถานที่ต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย โดย ขี่จักรยานไปกับเพื่อนๆ เทอมปลาย ข้าพเจ้าก็เพลิดเพลินกับการเล่นแบด มินตัน แต่ยังมีสถานที่หนึ่ง ที่ข้าพเจ้า ยังไม่ได้ไป เพราะเมื่อไปถามใครแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่ทราบ หรือเขาบอกทาง แต่ไปไม่ถูก นั่นคือ “ชมรมพุทธศาสน์” จนกระทั่ง เทอมต้นของชั้นปี ที่สอง พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้าพเจ้าและเพื่อน ๆ ก็ได้ไปถึงชมรมพุทธศาสน์ ซึ่งขณะ นั้น มีพี่สมนึก สถาพรเศรณี เป็นประธาน ชมรมฯ เมื่อเข้าไป ข้าพเจ้าสังเกตเห็น ความเป็นระเบียบของชมรมฯ คือ ข้าว ของวางเป็นระเบียบ ไม่วางเกะกะ ชมรม มีความสะอาด สงบเหมาะสำหรับปฏิบัติ ธรรม และเมื่อได้คุยกับพี่ๆ ที่ชมรมฯ ก็รู้สึกเย็นใจ ครั้งแรกก็ยังไม่ได้สมัคร เป็นสมาชิก แต่คิดจะช่วยงาน เพราะ ที่ชมรมฯนี้ คนน้อย งานเยอะ ข้าพเจ้า จึงรับงานพิมพ์ดีด จึงต้องมาพิมพ์ งานบ่อย ๆ และเหตุสำคัญที่ทำให้ ข้าพเจ้าเป็นสมาชิกประจำชมรมฯ คือ ในวันรับปริญญาของมหาวิทยาลัยเมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ข้าพเจ้าได้ไปช่วยงาน รับพี่บัณฑิตของชมรมฯ ขณะที่ข้าพเจ้า กลับหอพัก ก็ได้ผ่านสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งมีแต่ความวุ่นวาย ส่งเสียงกันเอะอะ แย่งกันถ่ายรูป ไม่เป็นระเบียบ ไม่มี ความสงบ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงชมรมฯ มาก ซึ่งแม้ว่าจะมีคนมาก แต่ก็มีความ ศ.. 15744 สงบ มีความจริงใจเหมือนเป็นพี่น้อง ท้องเดียวกัน ไม่มีคำพูดในเชิงชู้สาว พี่ ๆ ที่ชมรมฯ โดยเฉพาะพี่สมนึก สถาพรเศรณี พี่สงคราม ขจรมาลี พี่ชาญชัย พรหมตา ซึ่งขณะนั้น ยังอยู่ชมรมฯ ก็ ให้คำแนะนำ ตักเตือน ชักชวนให้ไปวัด ข้าพเจ้าไปวัดครั้งแรก เมื่อเดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ ขณะที่เดินไป โบสถ์เพื่อไปกราบพระประธาน ข้าพเจ้า ได้มองไปยังแผ่นกระเบื้องบนลานโบสถ์ พลันก็รู้สึกว่าเคยมาที่นี่แล้วและคุ้นเคย กับที่นี่ด้วย เหมือนกับว่าเคยอยู่ที่นี่ มานาน ทั้ง ๆ ที่ข้าพเจ้าเพิ่งมาวัดเป็น ครั้งแรก เมื่อไปปฏิบัติธรรมบนศาลา ก็มีคนมาบอกให้นั่งตรงคอคนหน้า ซึ่ง ข้าพเจ้าประทับใจ และสิ่งที่ประทับใจ มากคือ บริเวณวัดสะอาดห้องน้ำสะอาด บรรยากาศร่มรื่น ทุกคนที่มาวัด จะให้ ความเป็นกันเอง ยิ้มแย้มแจ่มใส เหมือน กับเป็นญาติกัน และคนที่มาวัด มีทุก เพศ ทุกวัย ตั้งแต่เด็กจนวัยชรา เมื่อกลับถึงหอพักในวันนั้น ความ คิดนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ว่า ทำไมข้าพเจ้า จึงรู้สึกว่าเคยอยู่ที่นั่น และเมื่ออยู่ ที่นั่น หรือนึกถึงสถานที่นั้น ข้าพเจ้า จะรู้สึกอบอุ่นและมีความสุข เหมือน อยู่ในบ้านที่มีพ่อแม่พร้อมหน้ากัน พอ ถึงวันอาทิตย์ ข้าพเจ้าจะต้องไปวัด ทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่บางครั้งก็คิดว่าอยู่ หอพักดูหนังสือดีกว่า แต่พอหยิบ หนังสือทีไร ภาพวัดก็มาปรากฏให้ ข้าพเจ้าอยากไป และต้องไป ข้าพเจ้า จึงต้องปั่นจักรยานมาขึ้นรถหน้าเกษตร ทุกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ขณะนั้น ยังไม่เห็น คุณค่าของการไปวัดนัก ขณะที่อยู่ชมรมฯ พี่สมนึกจะ ให้ข้าพเจ้านั่งธรรมะให้นานที่สุดในเวลา ว่าง ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยปฏิบัติธรรมเลย เพิ่งมานั่งสมาธิแบบวิชชาธรรมกาย เป็นครั้งแรก ก็รู้สึกถูกอัธยาศัย และ เห็นผลของการปฏิบัติ เมื่อข้าพเจ้ามาวัดบ่อยเข้า และ พี่สมนึกให้ข้าพเจ้านั่งธรรมะเยอะ จนทำให้ข้าพเจ้าใฝ่ฝันที่จะมาอยู่วัดนี้ แต่มาติดอยู่ที่ว่า ข้าพเจ้าเป็นหญิง มา อยู่วัดไม่ได้ บังเอิญพี่สมนึกได้ชักชวนให้ ข้าพเจ้าไปอยู่ธุดงค์ เมื่อเดือนกันยายน ๒๕๒๗ เป็นรุ่นที่ ๔ ซึ่งหลวงพ่อ ธัมมชโย ตั้งชื่อรุ่นให้ว่า “รุ่นไม่ขยับ เพื่อดับเวทนา” ขณะที่เตรียมตัว ออกจากหอพัก ก็เป็นฤกษ์ดีคือ มี คนมาขอเสื้อผ้า ข้าพเจ้าดีใจมาก รีบ ไปหยิบมาให้ ขณะที่นั่งรถมาวัดนั้น * เป็นเวลาเย็น พอเห็นหลังคาโบสถ์เท่านั้น น้ำตาก็ไหลคลอเบ้าด้วยความปีติใจ ว่า จะได้มาอยู่วัดแล้ว และมีความรู้สึก ว่า ข้าพเจ้าได้มาอยู่ที่บ้านซึ่งมีความอบอุ่น ขณะที่อยู่ธุดงค์นั้น หลวงพ่อทัตตชีโว ได้เมตตาอบรมสั่งสอน ทำให้ข้าพเจ้า ได้เห็นคุณค่าของการที่ได้เกิดมาเป็น มนุษย์ คุณค่าของการมาวัด การอยู่ ธุดงค์เพียง ๓ วัน ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึก ๕๔ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More