ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระราชาปเสนทิโกศล ประทับ
ทรงธรรมอยู่ที่นั่น ด้วยทรงสดับเสียง
นั้น ให้ราชบุรุษไปถามว่า พราหมณ์
นั้นชนะอะไร เมื่อทรงทราบเรื่องละ
เอียดแล้ว ทรงเห็นว่าพราหมณ์ทำสิ่งที่
ทำได้ยาก จึงพระราชทานผ้าสาฎกให้คู่หนึ่ง
พราหมณ์ ได้ถวายผ้าสาฎกคู่นั้นแต่
พระศาสดาเสียอีก พระราชาจึงพระ
ราชทานให้ ๒ คู่ ๔ คู่ ๘ คู่ และ ๑๖ คู่
โดยลำดับ พราหมณ์ ได้ถวายผ้าเหล่า
นั้นทั้งหมดแด่พระศาสดา พระราชา
พระราชทานให้อีก ๓๒ คู่
คราวนี้พราหมณ์ ได้เก็บไว้ ๒ คู่
เพื่อตนคู่หนึ่งเพื่อภรรยาอีกคู่หนึ่งนอก
นั้นได้ถวายพระศาสดา ที่รับไว้ ๒ คู่ ก็
เพื่อป้องกันคำติเตียนจากผู้อื่นว่า หยิ่ง
จองหอง พระราชามีพระมหากรุณา
พระราชทานผ้าเป็นอันมาก มิได้รับไว้
ใช้สอยเลยแม้แต่ผืนเดียว
พระราชาทรงพอพระทัยในจริยา
ของพราหมณ์ จึงรับสั่งให้ราชบุรุษไป
นำผ้ากัมพล ๒ ผืน จากพระราชวังมา
พระราชทานให้อีก
พราหมณ์คิดว่า ผ้านั้นดีเกินไป
ไม่เหมาะสมแก่ตน จึงนำไปทำผ้าเพดาน
ไว้ในพระคันธกุฎีของพระศาสดา
ผืนหนึ่ง อีกผืนหนึ่งทำเพดานไว้ที่บ้าน
ของตนในห้องที่นิมนต์พระสงฆ์มา
ฉันเป็นประจำ
เย็นวันนั้น พระราชาปเสนทิ
เสด็จไปเฝ้าพระศาสดา ทอดพระเนตร
เห็นผ้ากัมพลนั้น ทูลถามว่า ใครนำมา
บูชา พระศาสดาตรัสตอบว่าพราหมณ์
เอกสาฎก พระราชาทรงเลื่อมใสว่า
พราหมณ์ ได้เลื่อมใสในบุคคลที่พระองค์
ทรงเลื่อมใส่เหมือนกัน จึงพระราชทาน
สิ่งของและบุคคลให้อีกมาก คือ ช้าง
๔ เชือก ม้า ๔ ตัว กหาปณะ (เงินตรา)
4พัน หญิง 4 คน ทาสี ๔ คน ชาย 4คน
และบ้านให้เก็บส่วยได้ ๔ ตำบล
การที่พราหมณ์ตัดสินใจเด็ด
เดี่ยว ถวายผ้าผืนเดียวของตนแด่พระ
ผ้าขนสัตว์อย่างดี
ศาสดามีผลมากถึงปานนี้
ทำให้ภิกษุสาวกของพระผู้มี
พระภาค เมื่อได้ทราบเรื่องนี้แล้ว
สนทนากันในธรรมสภาว่า “พราหมณ์
เอกสาฎก ถวายทานในเนื้อนาอันดีให้
ผลมากในวันนี้ทีเดียว น่าอัศจรรย์แท้
พระศาสดาเสด็จมายังธรรม
สภา ทรงทราบเรื่องที่ภิกษุทั้งหลาย
สนทนากันแล้ว จึงตรัสว่า
“ภิกษุทั้งหลาย! ถ้าพราหมณ์
ถวายผ้าสาฎกตั้งแต่ปฐมยาม เขาจะได้
ของอย่างละ ๑๖ ถ้าถวายในมัชฌิมยาม
จะได้ของอย่างละ 4 แต่นี่เขาถวายตอน
ใกล้รุ่งจึงได้ของอย่างละ ๔ ภิกษุทั้ง
หลาย! บุคคลเมื่อจะทำกรรมดี ก็ควร
รีบทำ ไม่ควรให้กุศลจิตเสื่อมไปเสีย
เมื่อบุคคลทำกุศลช้า เมื่อกุศลนั้นจะ
ให้สมบัติย่อมให้ช้าเหมือนกัน จึงควร
รีบทำกุศลกรรมในขณะที่กุศลจิต
เกิดนั่นเอง" ดังนี้แล้ว ได้ตรัสพระ
คาถาว่า
อภิตถเรถ กลยาเณ ปาปา จิตต์ นิวารเย
ทนธ์ หิ กรโต ปุญญ์ ปาปสฺมี รมตี มโน
ควรรีบทําความดี
รีบห้ามจิตจากบาป
เมื่อทําความดีช้า
ใจย่อมน้อมไปในบาป
Kalyanamitra.org
๕๗