การทำความดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 5 เดือนพฤษภาคม หน้า 60
หน้าที่ 60 / 112

สรุปเนื้อหา

ทางแห่งความดี วศิน อินทสระ เมื่อทําความดีช้า ใจย่อมน้อมไปในบาป ในเมืองสาวัตถี มีพราหมณ์และ พราหมณีที่ยากจนอยู่ครอบครัวหนึ่ง สองสามีภรรยา มีผ้านุ่งคนละผืน แต่ มีผ้าห่มเพียงผืนเดียวต้องผลัดกันใช้ เมื่อมีธุระต้องไปข้างนอก ไปพร้อมกัน ๒ คนไม่ได้ เพราะไม่มีผ้าห่ม (เทียบ การใช้เสื้อของพวกเราสมัยปัจจุบัน เมื่อออกนอกบ้านต้องใส่เสื้อ ไม่มีเสื้อ ใส่ไม่กล้าออก – ว.ศ.) วันหนึ่งมีการโฆษณาให้คนไป ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าที่เชตวนาราม สองสามีภรรยาจึงหันเข้าปรึกษากันว่า ใครจะไปกลางวัน ใครจะไปตอนกลางคืน เพราะไปพร้อมกันไม่ได้ไม่มีผ้าห่ม ตกลงกันว่า ให้พราหมณี (ภรรยา) ไป ตอนกลางวัน เพราะเป็นผู้หญิง พราหมณ์ผู้สามีไปฟังธรรม ตอนกลางคืน ฟังไปฟังไป เกิดซาบซึ้ง ในรสพระธรรม เลื่อมใสแรงกล้า มี ปีติปราโมชมาก ต้องการจะบูชาพระ

หัวข้อประเด็น

- การทำความดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๕๖ ทางแห่งความดี วศิน อินทสระ เมื่อทําความดีช้า ใจย่อมน้อมไปในบาป ในเมืองสาวัตถี มีพราหมณ์และ พราหมณีที่ยากจนอยู่ครอบครัวหนึ่ง สองสามีภรรยา มีผ้านุ่งคนละผืน แต่ มีผ้าห่มเพียงผืนเดียวต้องผลัดกันใช้ เมื่อมีธุระต้องไปข้างนอก ไปพร้อมกัน ๒ คนไม่ได้ เพราะไม่มีผ้าห่ม (เทียบ การใช้เสื้อของพวกเราสมัยปัจจุบัน เมื่อออกนอกบ้านต้องใส่เสื้อ ไม่มีเสื้อ ใส่ไม่กล้าออก – ว.ศ.) วันหนึ่งมีการโฆษณาให้คนไป ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าที่เชตวนาราม สองสามีภรรยาจึงหันเข้าปรึกษากันว่า ใครจะไปกลางวัน ใครจะไปตอนกลางคืน เพราะไปพร้อมกันไม่ได้ไม่มีผ้าห่ม ตกลงกันว่า ให้พราหมณี (ภรรยา) ไป ตอนกลางวัน เพราะเป็นผู้หญิง พราหมณ์ผู้สามีไปฟังธรรม ตอนกลางคืน ฟังไปฟังไป เกิดซาบซึ้ง ในรสพระธรรม เลื่อมใสแรงกล้า มี ปีติปราโมชมาก ต้องการจะบูชาพระ ศาสดาด้วยผ้าห่มของตน แต่นึกเป็น ห่วงไปถึงพราหมณีว่า ถ้าถวายพระ พุทธเจ้าเสีย นางจักไม่มีผ้าห่ม เมื่อจำ เป็นต้องออกไปภายนอก ศรัทธาจิต (ความคิดในการที่จะถวายผ้าแก่พระ พุทธเจ้า) และมัจเฉรจิต (ความคิด หน่วงเหนี่ยวไว้ไม่ถวาย) ของเขาผลัด กันแพ้ผลัดกันชนะอยู่เช่นนี้ตลอดเวลา ปฐมยามและมัชฌิมยาม พอถึงปัจฉิมยาม (ประมาณตี ๒ ล่วงแล้ว) เขาคิดว่า ถ้าปล่อยให้มัน เฉรจิตครอบงำอยู่อย่างนี้ คงไม่พ้น จากอบาย” ๔ เป็นแน่แท้ จึงพยายาม ข่มความตระหนี่แล้วนำผ้าห่มเข้าไปวาง ไว้แทบพระยุคลบาทแห่งพระศาสดา พร้อมกับเปล่งเสียง ๓ ครั้งว่า “เราชนะ แล้ว เราชนะแล้ว เราชนะแล้ว” อบาย ๔ นรก, เปรต, อสุรกาย, สัตว์ดิรัจ ฉาน เรียกอบายภูมิ (The plane of misery) แปลว่า ภูมิของสัตว์ที่มีแต่ความทุกข์ยาก ลำาบาก — ว.ศ. Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More