ข้อความต้นฉบับในหน้า
Ma
เขาคิดจะฆ่าฉันเพื่อเอาเครื่องแต่งตัว
ที่ไหนท่านจะเชื่อ เพราะท่านไม่เห็น
ทั้งไม่มีใครเห็นพอจะขอให้เขามาเป็น
พยานยืนยันได้ ตกลงเราก็กลายเป็นคน
ผิดตลอดเวลา จะถูกท่านด่าว่าเสียด
สีให้ได้รับความช้ำใจไม่มีเวลาสิ้นสุด
ดังนั้นไหน ๆ เราก็เป็นคนผิดมาแต่
ต้นแล้วก็ไม่ควรจะกลับไปให้ท่านเห็น
ไปตายดาบหน้าตามยถากรรมของเรา
ดีกว่า เมื่อนางตกลงใจเช่นนี้แล้ว ก็ทิ้ง
เครื่องแต่งตัวไว้บนยอดเขานั้นเอง เดิน
ลงจากภูเขามาถึงภาคพื้นแล้วก็เดิน
เข้าชายป่า ตัดตรงไปยังอาศรมอันตั้ง
เรียงรายอยู่ในสำนักของนักบวชจำ
นวนหนึ่ง นิยมเรียกว่า "ปริพาชก
นางได้เข้าไปหาอาจารย์ปริพาชก
เล่าถึงความเดือดร้อนนานาประการ
ให้ฟัง แล้วขอบวชอยู่ในสำนักนี้ด้วย
ฝ่ายอาจารย์ปริพาชกมีความสงสาร ได้
มีเมตตาจิตจัดให้นางบรรพชาเป็น
นางปริพาชิกาตามประสงค์ ต่อนั้น
นางกุณฑลเกสี จึงได้เรียนถามท่าน
อาจารย์ว่า
"หลวงพ่อ! อะไรเป็นคุณวิเศษ
สูงสุดของการบรรพชาในสำนักนี้
ท่านอาจารย์เจ้าสำนักตอบว่า
"กุณฑลเกส การทำบริ
กรรมในกสิณ ๑๐ แล้วอบรมฌานให้
เกิดขึ้นก็ดี การเรียนวาทะสำหรับ
โต้ตอบในลัทธินี้จำนวน 9,000
บทก็ดี นี้เป็นคุณวิเศษสูงสุดของ
การบรรพชาในสำนักเรา”
"หลวงพ่อ เวลานี้ดิฉันยังไม่
สามารถจะบำเพ็ญฌานได้หรอก ขอให้
ฉันเรียนวาทะหนึ่งพันบทเถิด”
ท่านอาจารย์เจ้าสำนัก ก็ได้
กรุณาให้นางปริพาชิกากุณฑลเกสได้
เนื่องจาก
นางเป็นหญิงมีปัญญา
ทั้งได้สั่งสม
บารมีมาแต่ปาง
ก่อน บริบูรณ์แล้ว
ดงนน
เพียงนางได้สดับธรรม
ครงเดยว
ก็ได้บรรลุ
พระอรหันต์
พร้อมด้วย
ปฏิสัมภิทานญาณ
เล่าเรียนวาทะพันบทนั้น
ต่อมาท่านเจ้าสำนักมีความประ
สงค์จะเผยแพร่ชื่อเสียงในลัทธิของ
ตน จึงเรียกนางปริพาชิกากุณฑลเกส
มา พลางกล่าวว่า
“กุณฑลเกส บัดนี้เธอมีความรู้
ความสามารถในวิธีโต้ตอบวาทะ ประ
กาศลัทธิของสานักเราดีแล้ว สมควร
จะออกเดินทางไปเผยแพร่เกียรติคุณ
ของสำนักเรา สร้างความเชื่อความเลื่อมใส
ในสำนักเราให้เจริญแก่คนทั้งหลาย
หลวงพ่อเชื่อว่า เธอจะสามารถทำงาน
เผยแพร่ลัทธิของเราให้บรรลุผลดี
เป็นแน่”
พูดแล้วส่งกิ่งไม้ชมพูให้แก่นาง
กึ่งหนึ่ง ให้นางถือไปเพื่อเป็นสัญลักษณ์
แห่งความสวัสดิมงคลว่า ในพื้นพิภพ
แห่งชมพูทวีปนี้ ทุกคนที่เขาโต้ตอบ
กับนางแล้ว จะต้องพ่ายอยู่ในเงื้อมมือ
ของนางทั้งสิ้น พร้อมกับคำอวยพรว่า
“จงไปดีเถิดกุณฑลเกสี ขอความ
สวัสดีพร้อมความมีชัย จงมีแก่เจ้า
ในที่ทุกสถาน และในกาลทุกเมื่อ
นางปริพาชิกากุณฑลเกสี ชื่น
ใจในถ้อยค่าของอาจารย์มาก กราบ
ออกมาด้วยความเคารพรัก ถือกิ่งไม้
ชมพูเดินทางไปยังตำบลบ้านน้อยเมือง
ใหญ่ เมื่อกิ่งไม้ชมพูที่ถือไปนั้นแห้ง ก็
หากิ่งไม้ชมพูใหม่ถือต่อไปอีก พยายาม
สืบหาคนที่สามารถจะโต้ตอบนางไป
โดยลำดับ ครั้งแรกก็พอมีบุคคลเข้าใจ
ผิดคิดว่านางคงจะไม่เปรื่องปราดอะ
ไรนัก แต่ครั้นสมัครเข้าโต้ก็ตกใจด้วย
คาดผิด ต้องยอมพ่ายนาง เมื่อกิตติ
ศัพท์เลื่องลือไปก็ยิ่งหาบุคคลที่ยินดี
จะเข้าโต้ตอบกับนางได้ยากเข้า เพียง
แต่รู้ข่าวว่า นางจะมาหาที่สำนักก็พา
กันปิดประตูไปธุระเสียที่อื่น ไม่ยอม
พบกับนางด้วยกลัวจะแพ้นาง ต้องได้
รับความอับอาย กิตติศัพท์ของนาง
เลยลือชาปรากฏว่า นางชมพูปริพาชิกา
เพราะนางถือกิ่งไม้ชมพูเป็นสัญลักษณ์
เป็นบัณฑิต มีความรู้ ความสามารถ
ไม่มีใครถึง
นางชมพูปริพาชิกา ถือกิ่งไม้
ชมพูเดินทางไปจนถึงเมืองสาวัตถี
วันหนึ่งเวลาเช้า นางกวาดเอาทรายมา
กองไว้ที่หน้าประตูบ้าน แล้วเอากิ่งไม้
ชมพูปักไว้ พร้อมกับประกาศว่า
“ถ้าผู้ใดคิดว่าตนมีความสามารถ
จะโต้วาทะกับเรา ขอผู้นั้นจงทำลายกิ่ง
ไม้หน้านี้เสีย ถ้าหาไม่แล้ว ขออย่าได้มา
แตะต้องกิ่งไม้ชมพูนี้เป็นอันขาด” แล้ว
นางก็เข้าไปหาภิกษาหารในบ้าน
พวกเด็ก ๆ ในบ้าน พากัน
ออกมาล้อมดูถึงไม้ชมพูนั้นมากมาย
เพื่ออยากจะรู้ว่า จะมีใครบ้างหนอ? ที่
Kalyanamitra.org