ข้อความต้นฉบับในหน้า
๓๒
ในที่สุดนางกุณฑลเกสีกับ
โจร ช่วยกันถือเครื่องสังเวย
เดินขึ้นภูเขาด้วยกันเพียง ๒ คน ในที่สุดนาง
พยายามขึ้นจนถึงยอดเขา เพื่อ กุณฑลเกสีก็เป็นไข้
แก้บนปูเจ้าเขาใหญ่ซึ่งเป็นเทพเจ้า
สิงสถิตอยู่บนเขาใหญ่ลูกนี้
ครั้นได้นั่งพักพอหายเหนื่อย
แล้ว นางกุณฑลเกสีจึงพูดกับสามีว่า
"นาย! เตรียมจัดตั้งบัตรพลีทำ
พิธีสังเวยเทพเจ้าแก้บนเสียให้เสร็จ
จะได้มีเวลาเดินเล่น และกลับถึง
บ้านไม่ทันค่า”
โจรใจร้ายนั่งนิ่ง ไม่พูดจาว่าอย่างไร
ตรึกตรองหาอุบายด่านางด้วยวิธีที่
แยบคายสืบไป
กุณฑลเกสี "ทำไมนายจึงนั่งนิ่ง
เสียเล่า?”
โจร "ก็ฉันไม่ต้องการทำพลี
กรรมนี่นา"
กุณฑลเกส “ถ้าอย่างนั้นจะ
หอบเอาเครื่องสังเวยมาให้หนักทำไม
เล่า?”
โจร “นั่นเป็นเครื่องลวงหลอก
ให้เธอมากับฉันที่นี่เท่านั้น
กุณฑลเกสี “นาย หลอกฉันมา
ทำไมที่นี่"
โจร “ฉันหลอกมาที่นี่เพื่อจะฆ่า
ให้ลับตาคนที่สุด"
กุณฑลเกส “นายจะฆ่าฉัน
เพื่อประโยชน์อะไร”
โจร “เพื่อต้องการเครื่องประดับ
อันมีค่าของเธอนะ"
นางกุณฑลเกสีฟังคำของสามี
ใจร้ายเช่นนั้นก็ตกใจ ทั้งแน่ใจว่านาง
ถูกลวงมาฆ่าจริง ด้วยหวนนึกถึงรูป
การณ์ที่เดินทางมาตั้งแต่ต้นก็เสียใจ
กลัวตายเสียดายชีวิต แล้วความรัก
หนักด้วยพิษ
ของความรักไม่ยอม
ะ
รับประทานอาหาร
แม้แต่น้ำ
ครั้นมารดาบิดา
มาปลอบโยน
ก็แผลงฤทธิ์ใช้กำลัง
น้ำตาบีบคั้น
มารดาบิดา
อันเป็นตัวเสน่หาก็เหือดแห้งจากใจ
จึงทําเป็นใจดีหาทางรอดต่อไปว่า
“ความจริงเครื่องประดับก็ดี
ตัวฉันก็ดี ล้วนเป็นของนายอยู่ทุกอย่าง
มิใช่หรือ? นายต้องการอะไรเมื่อไรก็ได้
ทำไมจะต้องมาฆ่าฉันด้วยเล่า? นาย
อย่าทำเช่นนี้เลย สงสารฉันบ้างเถิด"
นางกุณฑลเกสีวอนโจรต่อไปว่า
“นายต้องการอะไรด้วยชีวิตของฉัน
นายเอาเครื่องประดับทั้งหมดนี้แล้ว
ให้ชีวิตฉัน ลืมฉันเสียว่ามิใช่ภรรยา
เป็นเพียงหญิงเลว ๆ คนหนึ่ง เอา
ฉันไว้ใช้ต่างทาส ขอให้นายประกาศ
บอกใคร ๆ ได้ว่า ฉันเป็นทาสของนาย
ฉันจะทำทุกอย่างที่ทาสทั้งหลายเขาทำ
กัน ขอชีวิตฉันไว้เถิด เมื่อฉันมีชีวิต
อยู่ก็เท่ากับนายมีทาสรับใช้อีกคน
หนึ่ง สุดแต่จะพาฉันไปที่ใด ๆ ก็ได้
ถือว่าฉันเป็นทาส ดีกว่าให้ฉันตายด้วย
ไม่ได้ประโยชน์อันใด”
“ฉันทำอย่างเธอว่าไม่ได้” เจ้า
โจรใจร้ายมันพูด "ถ้าท่าอย่างนั้น มารดา
บิดาของเธอจะต้องรู้วันหนึ่ง และ
วันนั้นแหละฉันจะต้องถูกจับ เป็นภัย
ต่อชีวิตของฉัน ใครจะรับรองว่าเธอ
จะไม่พูด เธอจะไม่บอกใคร ไม่ได้ ทำ
อย่างเธอว่าไม่ได้ ทางดีที่สุดคือฆ่าเธอ
เสีย เธออย่าคร่ำครวญนักเลย จงรีบ
ปลดเครื่องประดับอันมีค่าห่อเข้าให้
เรียบร้อยเถิด ชีวิตของเธอสิ้นสุด
กันเพียงแค่นี้ ฉันจะเอาเครื่องประดับ
ไป”
เมื่อนางกุณฑลเกสีไม่เห็นช่อง
ทางที่จะพูดหว่านล้อมให้โจรไว้ชีวิต
จึงค่อยๆ ปลดเครื่องประดับของนาง
ออกเพื่อต่อให้แก่โจร เปลื้องพลางคิด
พลางว่า
“ไอ้โจรคนนี้มันช่างร้ายกาจ
นักหนอ ทั้ง ๆ ที่เราเคยช่วยชีวิตมัน
ไว้ กับยอมตัวเป็นเมียมัน ทรัพย์ของ
เราทั้งหมดก็ยังจะมอบให้อีก มันก็ยัง
ไม่เห็นความดีของเรา ไม่สงสารแม้แต่
น้อย ช่างใจด่าอ่ามหิตเสียเหลือเกิน
อันธรรมชาติสร้างปัญญาไว้ให้
แก่เรา มิใช่สร้างไว้ให้เพียงหุง ต้ม แกง
ทำอาหารกินเท่านั้น ที่แท้แล้วสร้าง
ปัญญามาให้พินิจพิจารณาว่าเราควร
จะทำอะไรแก่มันในเวลานี้
ความตายเมื่ออยู่ห่าง ท่านสอน
ให้ควรกลัว ด้วยจะได้หาทางเลี่ยงและ
ป้องกัน แต่เมื่อได้เผชิญหน้าต่อความ
ตายไม่มีทางเลี่ยงแล้ว ท่านสอนให้กล้า
ยิ้มใส่ต่อความตาย พบความตายอย่าง
สดชื่น นี้เป็นลักษณะของบัณฑิต
ไหน ๆ ความตายก็เป็นภัยที่
ไม่มีทางเลี่ยง ไม่มีใครรอดพ้นไปได้
เลย จะตายดีตายร้ายก็ตายหนเดียว
Kalyanamitra.org