ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตัวเองมีพี่น้องกำลังเรียนอยู่หลายคน
เอกเอาแต่รองเท้าไปก่อนนะลูกนะ
เอาไว้ได้อีกต่อไป ถึงกับจู่โจมโผถลา | กระเป๋าหนังสือก็ใช้ถุงย่ามที่แม่เย็บให้
ตาเย็บผ้าเพลินอยู่กับจักรคู่ชีพ เด็กชาย
ผู้นั้นจึงไม่อาจซ่อนความรู้สึกปิติยินดี
เข้าไปกอดมารดาอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
"แม่...แม่...เอกมีข่าวดีมาบอก
แม่ด้วยล่ะ"
“ข่าวดีอะไรหรือลูก แหม!
หน้าตาตื่นมาเชียว”
“แม่ลองทายดูก่อนสิ ว่าเป็น
เรื่องอะไร”
"แม่ทายไม่ถูกดอกลูก เอกบอกแม่
มาเองดีกว่า"
"คือว่า...เอกสอบชิงทุนของอำเภอ
ได้ครับแม่ ได้ทุนจากกระทรวงศึกษา
ธีการ ปีละหกร้อยบาท ให้เรียนตั้งแต่
ป.๕ จนถึง ม.ศ. ๓ เลย
“จริงหรือลูก? แหม! แม่ชื่นใจ
จังเลย ทูนหัวของแม่”
แม่ดึงตัวเอกเข้าไปกอดไว้ แล้ว
ยกมือลูบศีรษะ ทำให้เอกมีความรู้สึก
อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ความร้อนที่
เพิ่งถูกเปลวแดดเผามาเมื่อครู่นั้นแทบ
จะเหือดหายไปสิ้น และดูเหมือนว่า
เอกจะคิดอะไรขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง จึง
รีบผละจากอกแม่แล้วเอ่ยขึ้นว่า
"ว่าแต่แม่เถอะ เอกสอบชิงทุน
ได้นี่ แม่จะมีรางวัลให้หรือเปล่า?”
“ได้สิลูก ว่าแต่เอกอยากได้อะไร
ล่ะ"
“คือว่า....เปิดเทอมใหม่นี่เอก
อยากได้รองเท้าผ้าใบสักคู่หนึ่ง กระเป๋า
หนังสือและก็เสื้อผ้าใหม่สักชุดหนึ่งครับ”
ค่าขอของเอกมีผลทำให้แม่ต้อง
นิ่งอึ้งไปพักหนึ่ง แล้วจึงเอ่ยเบา ๆ กับ
เอกว่า
“เอก...แม่คงหาให้ไม่ได้ครบ
ทุกอย่างดอกนะ เพราะเอกเองก็รู้ว่า
ไปก่อน ส่วนเสื้อผ้าชุดเก่าก็ทนใส่ไป
อีกสักระยะหนึ่งเพราะเปิดเทอมใหม่
แม่คงต้องมีค่าใช้จ่ายมาก อีกอย่างหนึ่ง
เงินทุนของลูก หลวงเขาคงยังไม่ได้จ่าย
ตอนนี้เลยใช่ไหมลูก”
"แต่กางเกงตัวเก่า มันมีรอยปะ
ก้นแล้วพวกเพื่อน ๆ เขาชอบล้อเรื่อย
เลย เอกอายเขาครับแม่”
เอกบ่นเสียงอ่อย ๆ ด้วยใบหน้า
ที่สลดลง
"ลูกเอ๋ย การเป็นคนจนนั้นไม่ใช่
เรื่องน่าอับอาย เพราะเราเลือกเกิด
ไม่ได้ แต่ถ้าเราเป็นคนชั่ว ควรจะ
น่าอาย เพราะความชั่วเป็นสิ่งที่เรา
สามารถละเว้นได้ หลักสำคัญอยู่ที่ว่า
ถ้าเรามีความอดทนไม่เกียจคร้านแล้ว
เราจะไม่ต้องอยู่กับความจนอย่างนี้
ตลอดไปดอกลูก
และอีกอย่างหนึ่งที่แม่อยาก
จะบอกให้เอกรู้ว่า ถึงแม้จะมีเงินซื้อ
ของเป็นรางวัลให้เอกได้มากแค่ไหน
ก็ตาม สิ่งนั้นเป็นเพียงวัตถุของ
นอกกายไม่มีค่ามากนัก ส่วนราง
วัลที่มีค่าที่สุดนั้นเอกก็ได้รับแล้ว
กับตัวเอง นั่นคือความภาคภูมิใจ
ในความสําเร็จที่เอกสู้มานะอดทน
ท่องหนังสือจนสอบชิงทุนเอาชนะ
นักเรียน ป.๔ ทั้งอำเภอได้"
ค่าพูดของแม่เห็นจะเป็นจริง
เพราะไม่นานนัก ข่าวที่เอกสอบชิงทุน
เรียนดีของอำเภอได้ ก็แพร่สะพัดไป
อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นเพราะว่าอำเภอ
ที่เอกอยู่นั้นเป็นอำาเภอเล็ก ๆ ผู้คน
ส่วนใหญ่รู้จักกันดีประการหนึ่ง และ
อีกประการหนึ่งพี่น้องของเอกซึ่งมีหลาย
คนต่างพลอยพากันตื่นเต้นยินดีไป
ด้วย จึงทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียง
อย่างดีในการแพร่ข่าว
คนที่ดีใจมากที่สุดเห็นจะเป็น
แม่นั่นเอง เพราะเอกเห็นแม่นั่งไม่ติด
บ้าน วนเวียนเข้าไปคุยในตลาดสดบ่อย
ครั้ง เอกเองก็ดีใจมากที่มีส่วนทำให้แม่มี
ความสุข เพราะนับตั้งแต่พ่อตายไปเมื่อ
๕-๖ ปีก่อนนั้น แม่ต้องลำบากมากเนื่อง
จากแม่มีลูกถึง ๔ คน มีเพียงพี่สาวเอก
๓ คนแรกเท่านั้น ที่เป็นกำลังช่วยแม่
เย็บเสื้อผ้าและทำขนมขายเลี้ยงครอบ
ครัว พี่น้องของเอกที่เหลืออีก 5 คน
ล้วนกำลังอยู่ในวัยเรียนทั้งสิ้น
คืนนั้นเอกนอนไม่ค่อยหลับ
เพราะความตื่นเต้นประการหนึ่ง และ
อีกประการหนึ่งเอกนึกถึงคำพูดที่แม่
เคยบอกว่า ถ้าเอกมีความมานะอดทน
หนักเอาเบาสู้แล้ว ก็เท่ากับเอกมีแก้ว
สารพัดนึกอยู่ในมือ เอกยังไม่เข้าใจ
ความหมายของแม่นัก ไม่เห็นว่าความ
อดทนกับแก้วสารพัดนึกจะเกี่ยวข้อง
กันได้อย่างไร และถ้ามีแก้วสารพัดนึก
จริง ๆ แล้ว เอกคงไม่ยอมทนอยู่ใน
สภาพนี้เป็นแน่ สมมุติว่าเกิดมีพระฤๅษี
อย่างในหนังสือการ์ตูนจริงๆ เอก
จะขอแก้วสารพัดนึกจากพระฤาษีสัก
ดวงหนึ่ง แล้วเอกจะเนรมิตอะไรต่อมิ
อะไรที่เอกอยากได้ให้มาเต็มบ้านเลย
ทีเดียวและถ้าเป็นเช่นนั้น ครอบครัว
ของเอกคงสบายขึ้น อ้อ! นึกออกแล้ว
ล่ะว่า สิ่งที่เอกใฝ่ฝันและอยากได้มา
นานนักหนาแล้ว คือแก้วสารพัดนึก
นี่เอง....อา! แก้วสารพัดนึก
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org