การฝึกสมาธิและการต่อสู้กับกิเลส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 5 เดือนพฤษภาคม หน้า 69
หน้าที่ 69 / 112

สรุปเนื้อหา

า ได้ ทำไมหนอ ของง่าย ๆ ทำอย่างเด็ก อนุบาล อย่างที่หลวงพ่อบอกเราถึงท่า ไม่ได้ ความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะ ความเครียดความฟุ้งซ่านเกิดขึ้น จิต บอกตนเองว่า เราต้องทำได้ เราต้องไม่ ทำให้หลวงพ่อเสียใจ หลังจากทำวัตร เย็นเสร็จแล้ว หลวงพ่อก็บอกให้เรานั่ง สมาธิกัน ข้าพเจ้าก็จัดแจงกับท่านั่งให้ สบาย ๆ ปล่อยอารมณ์เรื่อย ๆ นึกถึง ความเงียบสงัดบนดอยแก้ว ดอกไม้ หลากสีสวยงาม อากาศเย็นสบาย เมื่อ จิตใจผ่องใสดีแล้ว หลวงพ่อก็บอกให้ พวกเราลืมตาขึ้นดูลูกแก้วในมือท่าน เพื่อจะให้เป็นภาพติดตา เสร็จแล้วให้ นึกเห็นดวงแก้ว กลางกาย ให้ทบทวน ดูหลายครั้งหลายหน ดวงแก้วที่หลวงพ่อ ถืออยู่ในมือนั้น เมื่อต้องแสงไฟส่อง ประกายวาววับสวยจับตาจริง ๆ แล้ว หลวงพ่อก็ให้พวกเราค่อย ๆ ปิด เปลือกตาลงช้า ๆ ให้ตรึกนึกถึงดวง แก้วใส ๆ

หัวข้อประเด็น

- การฝึกสมาธิและการต่อสู้กับกิเลส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

า ได้ ทำไมหนอ ของง่าย ๆ ทำอย่างเด็ก อนุบาล อย่างที่หลวงพ่อบอกเราถึงท่า ไม่ได้ ความมุ่งมั่นที่จะต่อสู้เพื่อเอาชนะ ความเครียดความฟุ้งซ่านเกิดขึ้น จิต บอกตนเองว่า เราต้องทำได้ เราต้องไม่ ทำให้หลวงพ่อเสียใจ หลังจากทำวัตร เย็นเสร็จแล้ว หลวงพ่อก็บอกให้เรานั่ง สมาธิกัน ข้าพเจ้าก็จัดแจงกับท่านั่งให้ สบาย ๆ ปล่อยอารมณ์เรื่อย ๆ นึกถึง ความเงียบสงัดบนดอยแก้ว ดอกไม้ หลากสีสวยงาม อากาศเย็นสบาย เมื่อ จิตใจผ่องใสดีแล้ว หลวงพ่อก็บอกให้ พวกเราลืมตาขึ้นดูลูกแก้วในมือท่าน เพื่อจะให้เป็นภาพติดตา เสร็จแล้วให้ นึกเห็นดวงแก้ว กลางกาย ให้ทบทวน ดูหลายครั้งหลายหน ดวงแก้วที่หลวงพ่อ ถืออยู่ในมือนั้น เมื่อต้องแสงไฟส่อง ประกายวาววับสวยจับตาจริง ๆ แล้ว หลวงพ่อก็ให้พวกเราค่อย ๆ ปิด เปลือกตาลงช้า ๆ ให้ตรึกนึกถึงดวง แก้วใส ๆ กลางกาย พร้อมกับให้ภาวนา สัมมา อะระหัง ลูก ๆ ของหลวงพ่อทั้ง ชายและหญิง ก็ปฏิบัติตาม จิตใจที่ว้าวุ่น เมื่อตอนบ่ายก็คลายลง ใจสงบหยุดนิ่ง เป็นพัก ๆ สภาพจิตดีขึ้น ทำให้มีกำลัง ใจ เส้นกากะบาดซึ่งเฉไปเฉมา บางที เลื่อนออกมาอยู่นอกกาย ตามสภาพจิต ที่ยังหยาบอยู่ แต่พักนี้ค่อย ๆ ควบคุม ได้แล้ว บางทีเมื่อใจจรดลงสู่ศูนย์กลาง กายฐานที่ ๗ มีแสงสว่างเรื่องรองเกิด ขึ้น พอตั้งใจเพ่ง จะดูว่าใช่ดวงแก้วหรือ เปล่า ภาพนั้นกลับหายไป เอ้า เริ่มตั้ง ต้นใหม่ บอกกับตัวเองว่า ใจเย็น ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจเบา ๆ ทำใจ ให้สบาย ๆ ใจสงบนิ่งอยู่สักครู่ รู้สึกมี ความสุขดี ก็เลยทำใจนิ่ง ๆ อยู่อย่างนั้น ความสุขสงบ สบายกายสบายใจ เกิดขึ้น อย่างประหลาด ทั้ง ๆ ที่ยังไม่เห็นดวง แก้ว ถ้าเห็นดวงแก้วจะสุขแค่ไหนหนอ เมื่อหมดเวลานั่งสมาธิตอน m ทุ่ม หลวงพ่อให้พร ขอให้เราหลับสบาย เวลานอนให้ตรึกนึกถึงดวงแก้ว นึกถึง บุญบารมีทั้งหลายที่ได้บำเพ็ญลุล่วงมา แผ่กระแสจิตอันสงบเยือกเย็นของเรา ให้สรรพสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ให้พ้น ทุกข์ ให้มีความสุขทั่วถ้วนหน้า พวกเรา แยกย้ายกันกลับบ้านพักและไม่ลืมที่ หลวงพ่อก่าขับก่อนจากกัน เช้ามืดวันอังคารที่ 00 มีนาคม ๒๕๒๙ ข้าพเจ้าตกใจตื่นจากเสียงเรียก ของเสาวนีย์ อีกเช่นเคย "เร็ว ๆ พี่ ตีสี่สี่สิบนาทีแล้ว เดี๋ยวไม่ทันทำวัตรเช้า” ข้าพเจ้าสลัดผ้า ห่มออกด้วยความเกียจคร้าน อากาศเช้า มีดหนาวเย็น ข้าพเจ้าไม่อยากลุกขึ้นเลย เพื่อนร่วมห้องตื่นกันหมดแล้ว พี่จิตร กาญจนา, อภิญญา กำลังแต่งตัว ผาณิต กำลังแปรงฟัน ข้าพเจ้าเข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม อากาศข้างนอกมืดสลัวเย็น เยือก สงบเงียบ ภาพยามเช้าตรู่ในบริเวณ ยอดดอยนั้น ประทับใจข้าพเจ้า ยากจะ ลืมอุบาสก-อุบาสิกาในชุดสีขาว กำลัง เดินขึ้นเนินบ้าง ลงเนินบ้าง กระจัด กระจายไปตามแมกไม้ใหญ่ยืนต้น เพื่อ มุ่งตรงไปยังอาคารปฏิบัติธรรม ซึ่งตั้ง ตระหง่านอยู่สูงสุดของยอดดอย หมอก จาง ๆ แผ่กระจายทั่วไป หอมดอกไม้ป่า กรุ่นเจือจาง ข้าพเจ้าสูดลมหายใจเข้า เต็มปอดอย่างเต็มที่ หัวใจอิ่มเอิบเบิกบาน สดชื่น มองภาพประทับใจนั้นนิ่งและ นาน เพราะอดีตจะไม่หวลกลับมาอีก ภาพเหล่านี้จะประทับใจข้าพเจ้าไปนาน แสนนาน ไม่มีวันลืม หลังจากนั่งสมาธิทำวัตรเช้าแล้ว พวกเราก็ลงมาที่โรงอาหารเมื่อเวลา ๗ นาฬิกา พระภิกษุสงฆ์หลายรูปจากดอย สุเทพมาบิณฑบาต พวกเราก็รีบซื้อ อาหารที่ทางเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้จัด เตรียมไว้ให้ตักบาตรพระกันจนอาหาร ท่านล้นบาตรทุกองค์ ต้องหาภาชนะ อย่างอื่นมาใส่ พวกอุบาสกทั้งหลาย ต้องหอบหิ้วอาหารลงดอยไปส่งท่านถึง วัด สาธุ ขออนุโมทนาบุญ อาหารเช้า ข้าวต้มหมูสับร้อน ๆ อร่อยเหลือเกิน รับประทานกันไปคุยกันไปถึงเรื่องปฏิบัติ ธรรมว่า เป็นอย่างไรบ้าง บรรยากาศ อบอุ่นเป็นกันเองเหมือนเราเป็นพี่น้อง ท้องเดียวกัน ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะเรารู้จักคำว่า “อภัยทาน” ตามที่ หลวงพ่อสั่งสอน วันนี้เราปฏิบัติธรรม กันตามกำหนดการมิได้ขาด การนั่ง สมาธิก็ก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ แต่บางคน ก็ยังล้าหลังอยู่ ทุกคนใช้ยุทธวิธีต่าง ๆ เพื่อหาศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ ให้ได้ แต่ เจ้ากิเลสมารก็ยังดื้อดึงจะเอาชนะพวก เราทุกวินาที มันหลอกล่อสารพัดอย่าง เพื่อให้เราตกอยู่ใต้อำนาจของมัน มนุษย์เรานี่หนอ ทำไมต้องตกอยู่ใต้ อำนาจกิเลส วันนี้พวกเราต่อสู้กับกิเลส มารกันอย่างดุเดือดทุกคนเป็นเวลา 4 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ตื่นจนกระทั่งหลับ แต่เราเป็นลูกหลวงพ่อ เราจะสู้อย่าง เต็มกำลัง (อ่านต่อฉบับหน้า) Kalyanamitra.org ๖๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More