ข้อความต้นฉบับในหน้า
เก่งกล้าสามารถจะโต้วาทะกับนางชมพู
ปริพาชิกาคนนี้ได้บ้าง
“ฉันยินดี” พระเถระกล่าว “ถ้า
เธอพร้อมที่จะไปพบฉันที่สำนักในเวลา
บ่ายวันนี้” ครั้นพระเถระกล่าวแล้วก็
ขณะนั้น พอดีพระสารีบุตร
เถรเจ้า เข้าไปรับบิณฑบาตในหมู่บ้าน | หลีกไป
นั้นกลับออกมา เห็นเด็ก ๆ ยืนมุงดู
กิ่งไม้ที่ปักบนกองทรายอยู่มาก จึงถาม
ว่า
“หนู! ยืนล้อมดูอะไรกัน” ครั้น
เด็กเหล่านั้นเล่าเรื่องให้ท่านทราบแล้ว
ท่านจึงพูดว่า "ถ้าอย่างนั้น พวกเจ้าจง
หักและเหยียบกิ่งไม้ชมพูนี้เสีย
"ผมไม่กล้าทำดอกครับ ผมกลัว”
เด็กคนหนึ่งตอบ
“เจ้าไม่ต้องกลัว” พระเถระกล่าว
“ฉันรับจะโต้วาทะกับเขาเอง”
เมื่อเด็กเหล่านั้นได้ฟังก็มีกำลังใจ
ร่าเริงร้องประกาศระดมพวกเข้าหักกิ่ง
ไม้ชมพูแหลกยับ พร้อมกันนั้น ก็โห่ร้อง
กำทรายชัดเหวี่ยงไปมาเป็นธุลีฟุ้งตลบไป
ประกอบกับเวลานั้นนางชมพู
ปริพาชิกากลับออกมาจากบ้าน เห็น
พฤติการณ์ของเด็กเช่นนั้นก็พอใจ
พูดว่า
“พวกเจ้ามาหักกิ่งไม้ของเราทำไม
นี่ไม่ใช่ธุระของพวกเจ้านี่”
“หลวงพ่อองค์ยืนอยู่โน่นแน่ะ
ครับ ท่านใช้ให้ผมหัก” เด็กคนหนึ่ง
พูด พร้อมกับชี้มือไปที่พระสารีบุตร
เถรเจ้า ซึ่งยืนอยู่ในที่นั้น
นางชมพูปริพาชิกาจึงเดินตรง
เข้าไปหาพระเถรเจ้า แล้วเรียนถามว่า
“พระคุณท่านหรือเจ้าข้า ที่ใช้
เด็ก ๆ หักกิ่งไม้ของดิฉัน
“ใช่แล้ว น้องสาว” พระเถระตอบ
“ถ้าอย่างนั้น พระคุณท่านก็
พอใจจะโต้วาทะในปัญหาต่าง ๆ กะ
ดิฉันน่ะ เจ้าข้า ?"
เสียงประชาชนในเมืองเล่าลือ
กระฉ่อนทั่วไปว่า “บ่ายวันนี้ พระสารี
บุตรกับนางชมพูปริพาชิกาจะโต้วาทะ
ในปัญหาต่าง ๆ เราจะได้ฟังฝีปาก
บัณฑิตต่อบัณฑิตโต้ตอบกัน” ดังนั้น
พอถึงเวลาบ่ายก็มีคนหลั่งไหลติดตาม
นางชมพูปริพาชิกาไปยังสำนักพระ
เถรเจ้ามากด้วยกัน นางได้ไหว้พระเถ
ระแล้ว นั่งคอยโอกาสอยู่ ครั้นเห็นเป็น
โอกาสดีแล้ว จึงได้เรียนถามว่า
“ดิฉันจะขอเรียนถามปัญหากะ
พระคุณท่านได้หรือยังเจ้าข้า?”
“ถามเถิด น้องสาว” พระเถระ
กล่าว “เมื่อต้องการจะให้ฉันแก้ปัญหา
อะไรก็เชิญถามได้”
นางได้เริ่มถามปัญหาตามที่มีมา
ในคัมภีร์ของปริพาชกถึงพันข้อ พระ
เถระเจ้าได้วิสัชนาแก้ไขให้นางฟังอย่าง
แจ่มแจ้งหมดแล้ว จึงกล่าวต่อไปว่า
“มีปัญหาอะไรในใจอีก ก็เชิญ
ต่อไปได้”
นางตอบว่า
“ปัญหาที่ดิฉันข้องใจอยู่แจ่ม
แจ้งหมดแล้ว ไม่มีปัญหาใด ๆ จะถาม
อีกแล้ว"
“ถ้าเช่นนั้น ฉันจะถามเธอสัก
ข้อหนึ่งนะ” พระเถระกล่าว
นางตอบว่า
“ถ้าดิฉันรู้ ก็จะแก้ถวาย นิมนต์
พระคุณท่านถามเถิด”
“หนึ่งไม่มีสอง ได้แก่อะไร น้องสาว"
พระเถระตั้งคำถามขึ้น
นางชมพูปริพาชิกาฟังปัญหา
พระเถระเจ้าแล้ว นึกไม่ออก คิดไม่
เห็นว่าควรจะแก้อย่างไรได้ จึงได้เรียน
ทวนถามว่า
บอก
"ปัญหาชื่อว่าอะไรเจ้าข้า?”
ชื่อว่า “พุทธมนต์” พระเถระ
นางกล่าวว่า
“พระคุณท่านจะกรุณาให้ดิฉัน
เรียนพุทธมนต์ ได้บ้างไหมเจ้าข้า?”
"ไม่ขัดข้องเลย” พระเถระกล่าว
“ถ้าเธอจะยินดีบวชเป็นบรรพชิต
เช่นเดียวกะฉันเสียก่อน"
“ดิฉันยินดี พระคุณท่าน” นาง
เรียนต่อพระเถรเจ้าด้วยความเคารพ
“ขอพระคุณท่านได้กรุณาให้ดิฉันได้
บวชเถิด ดิฉันจะปฏิบัติตามประสงค์
ทุกประการ"
พระเถรเจ้าได้ส่งนางชมพูปริ
พาชิกา ไปบรรพชาในสำนักนางภิกษุณี
ในวันนั้นเอง
เนื่องจากนางเป็นหญิงมีปัญญา
ทั้งได้สั่งสมบารมีมาแต่ปางก่อนบริบูรณ์
แล้ว ดังนั้นเพียงนางได้สดับธรรมครั้ง
เดียว ก็ได้บรรลุพระอรหันต์พร้อม
ด้วยปฏิสัมภิทาญาณ ได้นามตามชื่อ
เดิมของท่านว่า นางกุณฑลเกสเตรี
นางกุณฑลเกสีเถรี ได้เป็น
กำลังของพระบรมศาสดา ช่วย
เผยแผ่พระศาสนาที่สามารถองค์
หนึ่ง จึงได้รับยกย่องจากพระ
บรมศาสดาขึ้นไว้ในเอตทัคคสถาน
ว่าเป็น “ยอดของพระสาวิกาผู้ทรง
ชิปปาภิญญาญาณ คือตรัสรู้ธรรม
ฉับพลัน”
Kalyanamitra.org
๓๕