การศึกษาธรรมะและการเติบโต วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 5 เดือนพฤษภาคม หน้า 52
หน้าที่ 52 / 112

สรุปเนื้อหา

ไม่แต่งงานเลย ก็ทำกินไปด้วย ศึกษา ธรรมะไปด้วย โอกาสเจริญก้าวหน้า จึงมีมาก ฉะนั้น เรื่องวิชาการเร่งให้โต เร็วมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น แต่ความเป็น หนุ่มเป็นสาว อย่าเร่งให้มันโตเร็วนัก เพราะ... ถ้าเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว ความ ขวนขวายที่จะศึกษาธรรมะก็หมดไป มีแต่จะหาคู่ครอง แล้วธรรมะก็มีแต่ จะสูญไปจากโลกนี้ มีแต่อธรรมเข้ามา ครอง เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่ที่ ยังเลี้ยงลูกเล็ก ๆ หาทางเถอะว่า ทำ ยังไงถึงจะให้ลูกเป็นหนุ่มเป็นสาวช้า แต่ว่าให้ก้าวหน้าทางวิชาการมาก ๆ ถ้าทำได้อย่างนี้ ลูกก็จะเจริญก้าวหน้า เป็นลูกแก้ว ไม่อย่างนั้น ก็เหมือนกับ แกล้งฆ่าลูก ทํายังไงจะให้ลูกหญิงลูกชาย เป็นหนุ่มเป็นสาวช้า วิธีง่าย ๆ คือ เอาใจใส่เรื่องเสื้อผ้าเครื่อง นุ่งห่มของลูกให้มาก ๆ อย่าตามใจ ลูกนัก เพื่อความถูกต้อง เพื่อความ

หัวข้อประเด็น

- การศึกษาธรรมะและการเติบโต

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไม่แต่งงานเลย ก็ทำกินไปด้วย ศึกษา ธรรมะไปด้วย โอกาสเจริญก้าวหน้า จึงมีมาก ฉะนั้น เรื่องวิชาการเร่งให้โต เร็วมากเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น แต่ความเป็น หนุ่มเป็นสาว อย่าเร่งให้มันโตเร็วนัก เพราะ... ถ้าเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว ความ ขวนขวายที่จะศึกษาธรรมะก็หมดไป มีแต่จะหาคู่ครอง แล้วธรรมะก็มีแต่ จะสูญไปจากโลกนี้ มีแต่อธรรมเข้ามา ครอง เพราะฉะนั้น คุณพ่อคุณแม่ที่ ยังเลี้ยงลูกเล็ก ๆ หาทางเถอะว่า ทำ ยังไงถึงจะให้ลูกเป็นหนุ่มเป็นสาวช้า แต่ว่าให้ก้าวหน้าทางวิชาการมาก ๆ ถ้าทำได้อย่างนี้ ลูกก็จะเจริญก้าวหน้า เป็นลูกแก้ว ไม่อย่างนั้น ก็เหมือนกับ แกล้งฆ่าลูก ทํายังไงจะให้ลูกหญิงลูกชาย เป็นหนุ่มเป็นสาวช้า วิธีง่าย ๆ คือ เอาใจใส่เรื่องเสื้อผ้าเครื่อง นุ่งห่มของลูกให้มาก ๆ อย่าตามใจ ลูกนัก เพื่อความถูกต้อง เพื่อความ เจริญทางด้านจิตใจ เลือกแบบ ให้สุภาพ สอนให้นุ่งห่มให้เรียบ ร้อยเข้าไว้ อะไรที่จะเร่งให้ลูกมี ความรู้สึกเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็ว ต้องรีบกำจัดเสีย แล้วนั่นแหละ ลูกจึงจะเอาตัวรอดได้ เป็นความ ชื่นอกชื่นใจของเราตราบเท่าวัย ชรา ข้อ ๓-๔ "ภิกษุพึงทำความศึกษา ว่า เราจักปิดกายด้วยดี ไปในละแวก บ้าน-นั่งในละแวกบ้าน” ตามธรรมดา พระก็อยู่ในวัด แต่บางครั้งก็มีกิจนิมนต์ต้องเข้าไป ในบ้านญาติโยม เข้าไปในหมู่บ้าน ถึง เวลานั้นต้องระมัดระวังสำรวมกิริยา มารยาท ตลอดจนการนุ่งห่มให้เรียบ ร้อยเป็นพิเศษ จะถือความคุ้นเคย ปล่อยตัวตามสบายไม่ได้ เมื่อออกจากวัดต้องห่มคลุมให้ เรียบร้อย อากาศจะร้อนหนาวอย่างไร ก็ต้องอดทน เพื่อยังความเลื่อมใสให้ เกิดขึ้นทุกขณะ แม้เข้าไปนั่งในบ้าน แล้วก็ปล่อยตัวตามสบายไม่ได้ จึงกลายเป็นธรรมเนียม ฆราวาส ว่าควรแต่งกายให้เรียบร้อยเข้าไปใน บ้านผู้อื่น ถือเป็นมารยาทอันดีงาม เพราะเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของบ้าน สำหรับพระภิกษุนั้น เครื่องนุ่ง ห่มแต่ละชิ้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงบัญญัติให้มีรูปแบบที่เป็นบทฝึก สติทั้งนั้น อังสะของพระภิกษุแม้จะ คล้าย ๆ เสื้อชั้นใน แต่เป็นเสื้อชั้นใน แบบของพระ ไม่ใช่เสื้อกล้าม มีคนมาถามหลวงพ่อว่า "หลวงพ่อ ผมเอาเสื้อกล้ามมา ถวายได้ไหม เพราะแบบก็ดูคล้าย ๆ กัน" ก็ต้องตอบเขาไปว่า ไม่ได้ ของ พระก็มีแบบเฉพาะ มีนักศึกษาบางคนถามหลวงพ่อว่า "ทำไมพระภิกษุไทยไม่เปลี่ยน สองเป็นกางเกงนั่งอย่างกะพระเสี้ยวลิ้ม จีวรก็เหมือนกัน ทำเป็นเสื้อคลุมเหมือน พระจีนจะได้ดูทะมัดทะแมงขึ้น ดูเผิน ๆ ก็ว่าดี เพราะใส่อย่าง นั้นทำอะไรรู้สึกคล่องตัวกว่า แต่ไม่ ควร เพราะทะมัดทะแมงเกินไปอาจ ทำให้เผลอสติได้ง่าย และบ้านเราก็ ไม่ได้หนาวหนักหนา ขึ้นเปลี่ยนสบง เป็นกางเกง เปลี่ยนจีวรเป็นเสื้อคลุม เดี๋ยวก็รำมวยจีนไปเลย เมื่อรำมวยได้ เรื่องไม่สำรวมอื่น ๆ ก็ตามมาเป็นแถว ดีไม่ดีไม่ชอบใจศีลข้อไหนก็จะหาเหตุ ละเสียง่าย ๆ เพราะฉะนั้น แม้เครื่องนุ่งห่ม พระพุทธองค์ก็ทรงกำหนดแบบให้ใช้ ผ้าเป็นผื่น ๆ ค่อย ๆ คลี่ออกมา แล้ว ก็ห่ม เพื่อฝึก ถ้าเผลอสติก็ห่มไม่ได้ ดี ถ้าสติดีแล้วสมาธิก็พลอยดีไป ด้วย เพราะว่าสติกับสมาธิเป็น เสมือนพี่น้องฝาแฝดติดกัน เป็น เงาตามตัวพรากจากกันไม่ได้ ที่ ไหนมีสติ ที่นั่นจะมีสมาธิ ที่ไหน มีสมาธิ ที่นั่นจะมีสติ เหมือนอย่างกับเวลาเราจุดไฟ หรือจุดเทียน พอจุดปั๊บความสว่าง เกิดขึ้น ในความสว่างมีอะไรควบคู่อยู่ ด้วย มีความร้อน ถามว่า ความสว่าง กับความร้อนเป็นอย่างเดียวกันไหม คนละอย่าง สว่างก็คือสว่าง ร้อนก็คือ ร้อน คนละอย่างกันแต่แยกจากกันไม่ได้ กอดคอไปด้วยกันตลอด จะบอกว่า ฉันจุดไม้ขีดจุดเทียน นี่จะเอาแต่แสงสว่าง ไม่ต้องการความ ร้อนก็ไม่ได้ มันจะต้องร้อนของมัน เวลาเราก่อไฟหุงข้าวก็เช่นกัน พอไฟ ติดแดงโร่ก็ร้อนจัด เดี๋ยวข้าวก็เดือด ขึ้นมา เราจะบอกว่า เจ้าความสว่าง ข้าไม่ต้องการนะ ขณะนี้กลางวันแล้ว ข้าต้องการแค่ความร้อน ความสว่าง ออกไปเถอะ มันก็ไม่ไป มันจะอยู่ ด้วยก้น สติกับสมาธิก็เช่นกัน เป็นพี่น้อง ฝาแฝดติดกันแบบฝาแฝดอิน-จัน นั่นแหละ ผ่าตัดไม่ออก จะเห็นว่า แม้ การนุ่งสบง จีวร พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ทรงให้นำมาเป็นบทฝึกสติ ซึ่งเท่ากับ ๔๘ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More