ศิลปะและความรู้ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 5 เดือนพฤษภาคม หน้า 63
หน้าที่ 63 / 112

สรุปเนื้อหา

เราปลูกมะม่วง จะอิ่มจะ รวยอยู่ที่ผลของมัน ช่วงแรกที่ ปลูก มีลำต้น กิ่งใบ เป็นเพียง ระยะเตรียมตัวเพื่อที่จะได้ผล เช่นเดียวกัน ความรู้ทุกอย่างหรือ ความเป็นพหูสูตที่เรามีอยู่ เป็น เพียงการเตรียมตัวเท่านั้น จะช่วย เราได้จริง ต่อเมื่อเรามีศิลปะ สามารถ น่าออกมาใช้ได้อย่างดีเท่านั้น ศิลปะคืออะไร? ศิลปะ แปลว่า ฉลาดท่า คือ ท่า เป็นนั่นเอง พหูสูตนั้นเป็นผู้ฉลาดรู้ เรียนรู้ ในหลักวิชา รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ว่า อะไรทำอย่างไร ส่วนศิลปะ เป็นความ สามารถในทางปฏิบัติ คือสามารถนำ ความรู้นั้นมาใช้ให้บังเกิดผลได้ คนที่มีความรู้นั้น ไม่ใช่ว่าจะมี ศิลปะทุกคน เช่นรู้วิธีหุงข้าว ว่าจะต้อง เอาข้าวสารใส่หม้อซาวข้าว แล้วใส่น้ำ ยกขึ้นตั้งไฟ น้ำเดือดสักพักก็รินน้ำ ข้าวออก คงให้ระบุอีกครู่หนึ่ง ก็คิด ข้าวออกมากินได้ นี่ค

หัวข้อประเด็น

- ศิลปะและความรู้

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เราปลูกมะม่วง จะอิ่มจะ รวยอยู่ที่ผลของมัน ช่วงแรกที่ ปลูก มีลำต้น กิ่งใบ เป็นเพียง ระยะเตรียมตัวเพื่อที่จะได้ผล เช่นเดียวกัน ความรู้ทุกอย่างหรือ ความเป็นพหูสูตที่เรามีอยู่ เป็น เพียงการเตรียมตัวเท่านั้น จะช่วย เราได้จริง ต่อเมื่อเรามีศิลปะ สามารถ น่าออกมาใช้ได้อย่างดีเท่านั้น ศิลปะคืออะไร? ศิลปะ แปลว่า ฉลาดท่า คือ ท่า เป็นนั่นเอง พหูสูตนั้นเป็นผู้ฉลาดรู้ เรียนรู้ ในหลักวิชา รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ว่า อะไรทำอย่างไร ส่วนศิลปะ เป็นความ สามารถในทางปฏิบัติ คือสามารถนำ ความรู้นั้นมาใช้ให้บังเกิดผลได้ คนที่มีความรู้นั้น ไม่ใช่ว่าจะมี ศิลปะทุกคน เช่นรู้วิธีหุงข้าว ว่าจะต้อง เอาข้าวสารใส่หม้อซาวข้าว แล้วใส่น้ำ ยกขึ้นตั้งไฟ น้ำเดือดสักพักก็รินน้ำ ข้าวออก คงให้ระบุอีกครู่หนึ่ง ก็คิด ข้าวออกมากินได้ นี่คือหลักวิชา แต่ คนที่รู้เพียงเท่านี้ ไม่แน่นักว่าจะหุงข้าว กินได้ทุกคน อาจจะได้ข้าวดิบบ้าง และ บ้าง ไหม้บ้าง เพราะไม่มีศิลปะในการ หุงข้าว ฉลาดรู้แต่ยังไม่ฉลาดทำ เรื่องอื่น ๆ ก็เช่นกัน ไม่ว่าจะ ขับรถยนต์ เตะตะกร้อ ว่ายน้ำ ทำกับ ข้าว ลองดูก็ได้ว่า ถ้ารู้ทฤษฎีอย่างเดียว จะทำได้หรือไม่ ประเภทของศิลปะ ทางกาย คือฉลาดทำการช่างต่าง ๆ เช่น ช่างทอ ช่างเครื่อง ช่างวาด ช่าง พหูสูตรนั้น เป็นผู้ฉลาดรู้ เรียนรู้ในหลักวิชา รู้ว่าอะไรเป็นอะไร รู้ว่าอะไรทำอย่างไร A ส่วนศิลปะ เป็นความสามารถ ในทางปฏิบัติ คือสามารถนํา ความรู้นั้นมาใช้ ให้บังเกิดผลได้ ออกแบบ ช่างปั้น ช่างภาพ ช่างพิมพ์ รวมทั้งฉลาดในการทำอาชีพอื่น ๆ เช่น การทำสวน ทำไร่ ปลูกพืชผัก การเขียนหนังสือ การตรวจคนไข้ ตลอด จนถึงการยืน เดิน นั่ง นอน อย่างมี มารยาท การแต่งตัวให้เหมาะสม การ ต้อนรับแขก การแสดงความเคารพ การสำรวมกาย ก็จัดเป็นศิลปะทั้งสิ้น ทางวาจา คือฉลาดในการพูด มีวาทศิลป์ รู้จักเลือกพูด แต่สิ่งที่ดีเป็น ประโยชน์ สามารถยกใจของผู้พูดและ ผู้ฟังให้สูงขึ้นได้ ทางใจ คือฉลาดในการคิด มี สติสัมปชัญญะ สามารถควบคุมความ คิดให้คิดไปในทางที่ดี คิดในทางสร้าง สรรค์ คิดในทางที่ยกระดับจิตใจให้ สูงขึ้น โดยย่อ ศิลปะ จึงหมายถึง คิด เป็น พูดเป็น ท่าเป็น องค์ประกอบของศิลปะ สิ่งที่ทำแล้วจัดว่าเป็นศิลปะ ต้อง ประกอบด้วยองค์ 5 ดังนี้ สูงขึ้น Q. ทําด้วยความประณีต ๒. ทำให้สิ่งของต่าง ๆ มีค่า า ๓. ทำแล้วส่งเสริมให้เกิดความ คิดสร้างสรรค์ ๔. ทำแล้วไม่ทำให้การกำเริบ ๕. ทำแล้วไม่ทำให้ความคิด พยาบาทก่าเงิบ 5. ทำแล้วไม่ทำให้ความคิด เบียดเบียนก้าเงิบ คุณสมบัติของผู้สามารถมี ศิลปะ Q. ต้องมีศรัทธา มีความเชื่อ มั่นในสิ่งที่จะทำว่าเป็นสิ่งดีจริง มีประ โยชน์จริง มีใจรักที่จะทำ และมีความ ตั้งใจมั่นว่าจะต้องทำให้สำเร็จ ๒. ต้องไม่เป็นคนขี้โรค รู้จัก ระวังรักษาสุขภาพของตัวเอง ต้องไม่เป็นคนขี้โม้ขี้คุย คนโอ้อวดไม่มีใครอยากสอน ไม่มีใคร อยากแนะนำ คนพวกนี้มัวแต่อวด มัว แต่คุย จนไม่มีเวลาฝึกฝีมือตัวเอง ๓. ๔. ต้องไม่เป็นคนขี้เกียจ มี ความมานะพากเพียร อดทน ๕. ต้องเป็นคนมีปัญญา รู้จัก พินิจพิจารณาช่างสังเกต วิธีฝึกตนให้มีศิลปะ ๑. ฝึกตนเองให้เป็นคนช่าง สังเกต รู้จักหาจุดเด่นของสิ่งรอบตัว ๒. ตั้งใจทำงานทุกอย่างที่มา Kalyanamitra.org da
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More