ข้อความต้นฉบับในหน้า
อาจารย์ของมหาวิทยาลัย มีชื่อเรียกว่า
DON ถ้าเรียกชื่อเป็นอย่างอื่น จะไม่มี
ใครรู้จัก ตำแหน่งผู้อำนวยการของแต่
ละ College ก็เรียกไม่เหมือนกัน และ
มีศัพท์เรียกพนักงาน ภารโรงตามหน้าที่
ต่าง ๆ แตกต่างกันไป ชื่อเหล่านี้ ถ้าไป
พูดที่อื่นในเมืองอังกฤษก็จะไม่มีใคร
เข้าใจ นอกจากพวกที่เคยอยู่ใน Oxford
มาก่อน
สิ่งแปลก ๆ ที่เราไม่เคยเห็นใน
มหาวิทยาลัยในเมืองไทย คือ กิจกรรม
บางอย่างที่เขากระทำกันจริงจังอย่าง
ขึ้นหน้าขึ้นตา เช่น ชมรมทางการเมือง
ชมรมกิจกรรมทางศาสนาซึ่งนับว่าเด่น
อยู่มากทีเดียว เพราะเนื่องจาก College
ต่าง ๆ เดิมเคยเป็นโบสถ์เก่าแทบทั้งนั้น
อิทธิพลของคริสต์ศาสนาจึงยังคงมีอยู่
มากมาย เห็นได้จากชื่อชมรมต่าง ๆ
เป็นชมรมของคริสต์ศาสนามาทั้งนั้น
แต่เรียกชื่อต่างกันไป ส่วนกิจกรรมจะ
คล้ายคลึงกัน ส่วนชมรมพุทธศาสนา
ใน Oxford ยังไม่ปรากฏ แม้ว่าจะมี
ห้องสมุดของ Oriel College
บางคนสนใจทางพุทธศาสนาและสนใจ
การปฏิบัติสมาธิอยู่บ้างก็ตาม กิจการ
ของชมรมการกีฬาก็มีชื่อมาก นอกจาก
ชมรมการกีฬาทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังมีชมรม
นักไต่เขา ชมรมนักบิน ชมรมนักขับ
เครื่องร่อน ชมรมนักเล่นกีฬา ฯลฯ
ในด้านการสงเคราะห์อื่น ๆ ทาง
มหาวิทยาลัยก็จัดไว้พร้อม เช่น บริการ
ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และประกัน
ทรัพย์สินเสียหาย รวมทั้งการให้บริการ
ทางสาธารณสุขและอนามัยเป็นกรณี
พิเศษนอกเหนือจากการรักษาพยาบาล
ผู้เจ็บป่วย เช่น การให้คำแนะนำควบคุม
เรื่องกามโรค การให้บริการคุมกำเนิด
แก่นักศึกษาหญิง และสำหรับผู้ที่ตั้ง
ครรภ์ในขณะกำลังศึกษาอยู่ ทางมหา
วิทยาลัยก็มีสถานบริการพิเศษให้ มี
สิ่งหนึ่งที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ ที่มหา
วิทยาลัยของเขาจัดไว้บริการ ซึ่งยังไม่
เคยมีผู้ใดคิดทำในเมืองไทย คือ บริการ
night-line บริการนี้จะรับเป็นเพื่อน
คลายทุกข์ให้แก่นักศึกษาทุกคน
ที่มีความทุกข์โดยไม่จำกัดเวลา
คือโทรศัพท์ปรับทุกข์กันได้ตลอด
คืน และมีที่ทำการเป็นสำนักงานแน่
นอนอีกด้วย และถ้าผู้มีความทุกข์รำพัน
มาแล้วยังไม่คลายทุกข์ จะแวะไปคุยกับ
อาสาสมัครที่เขาจัดไว้ต้อนรับก็ได้เช่น
กัน เมื่อแวะไป จะได้รับการต้อนรับ
อย่างดีและเขายังมีขนมและอาหารว่าง
ไว้ปลอบใจอีกด้วย นับว่าเป็นบริการที่
มีประโยชน์สำหรับผู้ที่มีความทุกข์คับอก
ทั้งหลายเป็นอย่างมาก สำหรับปัญหา
ที่ขอความช่วยเหลือนั้น ปรึกษาได้ทุก
เรื่อง นับตั้งแต่ปัญหาเรื่องการเรียน
ปัญหาเรื่องคู่ ปัญหาของคนอกหัก ตลอด
จนปัญหาต่าง ๆ ทางครอบครัว นับว่า
มหาวิทยาลัยเห็นความสำคัญเกี่ยวกับ
เรื่องสุขภาพจิตของนักศึกษา ตลอดจน
พยายามหาทางบรรเทาความทุกข์เท่า
ที่จะสามารถช่วยได้ในแง่มนุษยธรรม
มีบางเรื่องที่ดูน่าจะเป็นปัญหา
แต่ใน Oxford ก็พยายามไม่มองให้
เป็นปัญหา ก็คือเรื่องของคนสองเพศ
ทั้งผู้ชายที่มีจิตใจเป็นหญิง และหญิง
ที่มีจิตใจเป็นชาย ใน Oxford ได้จัด
ให้มีชมรมของผู้มีรสนิยมดังกล่าวเช่น
กัน ชมรมดังกล่าวมีตัวตนจริง ๆ ไม่ต้อง
หลบ ๆ ซ่อน ๆ กันอย่างในเมืองไทย
มีประธานชมรมที่ถูกต้องตามกฎของ
มหาวิทยาลัยทุกประการ แต่สำหรับผู้
ที่เป็นเกย์ และยังมีจิตใจรักศีลธรรมอยู่
บ้าง ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ขัดกับทางคริสต์
ศาสนาอย่างมากก็ตาม ทางมหาวิทยาลัย
ก็ยังยอมให้ตั้งชมรมชื่อว่า Gay Christian
Society เพื่อสนองความพอใจของผู้
ที่มีอุดมคติรักชีวิตแบบนี้โดยเฉพาะ ทั้ง ๆ
ที่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่
Kalyanamitra.org
๒๑