ความจงรักภักดีของปาทเสน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 6 หน้า 34
หน้าที่ 34 / 120

สรุปเนื้อหา

mo ตามเสด็จพระยุคลบาทอยู่ฉะนั้น แม้จน ชั้นการร้องตะโกนบอกเพื่อนของเด็ก เลี้ยงโคในกลางทุ่งว่า “ขุนพลมาแล้ว” ก็ยังเป็นเครื่องเตือนใจข้าฯ บาทเสน ให้รู้สึกอยู่ว่า เป็นข้าทาสช่วงใช้ของ พระยุคลบาท ข้าพระองค์ยังมองไม่เห็น ว่า จะมีสิ่งใดที่มีอำนาจมาทำให้ลืมพระ มหากรุณาธิคุณได้ ทุกครั้งที่จะส่งใจ ไปถึงผู้ใด ข้าพระองค์จะต้องระลึกใน พระเมตตาพระกรุณาของพระยุคลบาท ก่อนผู้อื่นทั้งมวล ขอเดชะ หากการบวชด้วยกุศลจิต ของข้าพระองค์ จะพึงก่อให้เกิดกุศลใด ๆ ขึ้น ข้าพระองค์ขอน้อมถวายบุญกุศล นั้น ๆ แต่พระยุคลบาท ตลอดกาลเป็น นิรันดร” พระเจ้ากรุงอนุราธฯ ทรงพอ พระทัยในคำกราบทูลของขุนพลปาทเสน และทรงรับสั่งด้วยพระเมตตาอีกว่า “ปาทเสน ต่อไปหากเธอจะอยู่ใน สมณเพศไม่มีความผาสุก ก็จงลาเพศ มาอยู่กะฉันอีก” แล้วหันพระพักตร์ไปหา ช

หัวข้อประเด็น

- ความจงรักภักดีของปาทเสน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

mo ตามเสด็จพระยุคลบาทอยู่ฉะนั้น แม้จน ชั้นการร้องตะโกนบอกเพื่อนของเด็ก เลี้ยงโคในกลางทุ่งว่า “ขุนพลมาแล้ว” ก็ยังเป็นเครื่องเตือนใจข้าฯ บาทเสน ให้รู้สึกอยู่ว่า เป็นข้าทาสช่วงใช้ของ พระยุคลบาท ข้าพระองค์ยังมองไม่เห็น ว่า จะมีสิ่งใดที่มีอำนาจมาทำให้ลืมพระ มหากรุณาธิคุณได้ ทุกครั้งที่จะส่งใจ ไปถึงผู้ใด ข้าพระองค์จะต้องระลึกใน พระเมตตาพระกรุณาของพระยุคลบาท ก่อนผู้อื่นทั้งมวล ขอเดชะ หากการบวชด้วยกุศลจิต ของข้าพระองค์ จะพึงก่อให้เกิดกุศลใด ๆ ขึ้น ข้าพระองค์ขอน้อมถวายบุญกุศล นั้น ๆ แต่พระยุคลบาท ตลอดกาลเป็น นิรันดร” พระเจ้ากรุงอนุราธฯ ทรงพอ พระทัยในคำกราบทูลของขุนพลปาทเสน และทรงรับสั่งด้วยพระเมตตาอีกว่า “ปาทเสน ต่อไปหากเธอจะอยู่ใน สมณเพศไม่มีความผาสุก ก็จงลาเพศ มาอยู่กะฉันอีก” แล้วหันพระพักตร์ไปหา ชัยทัตต์อำมาตย์ผู้ใหญ่ว่า “พวกเรา ยังต้องการปาทเสนร่วมงานอยู่ อย่างนั้น มิใช่หรือ ชัยทัตต์” "ไม่ใช่แต่พวกเราต้องการปาทเสน ดังที่พระองค์ทรงพระเมตตาเท่านั้น” ชัยทัตตกราบทูลติดไป “แม้ชาวเมืองอนุ ราชบุรีก็ยังต้องการ ราชอาณาจักรของ พระองค์ก็ยังต้องการขุนพลปาทเสนอยู่ เสมอ พระเจ้าข้า” “ได้ยินไหม ปาทเสน?” พระเจ้า กรุงอนุราธฯ ทรงรับสั่ง “ไม่ใช่แต่เราต้อง การผู้เดียวดอก แม้ราชอาณาจักรของ เราก็ยังต้องการเธอ พอใจให้เธอร่วม งานบริหารอยู่ ปาทเสนจงรับรองกะฉัน เดี๋ยวนี้ซิว่า เธอจะพยายามอยู่กะฉันอีก ถ้าเธอลาสมณเพศแล้ว” “พระพุทธเจ้าค่ะ พระพุทธเจ้าค่ะ” ปาทเสนกราบทูลสนองพระกระแสรับสั่ง ด้วยคารวะ ที่ซาบซึ้งในพระดำรัสว่า “ข้าพระองค์จะพยายามอนุวัตรตามพระ ประสงค์ที่ทรงพระเมตตาทุกประการ ครั้นกราบทูลแล้ว ก็ถวายบังคมลา ออกมาด้วยความเบิกบาน คิดว่า หาก เราไม่เข้ามากราบทูลให้ทรงทราบถึง ค่าของความจงรักภักดีในน้ำใจของเรา ซึ่งสัตย์สุจริตแล้ว เราจะหมดลุ แม้จะอยู่ในสมณเพศ อารมณ์ร้อน เหล่านี้ จะเป็นดังปีศาจติดตามไปหลอน ให้ไม่เป็นสุขตลอดอายุขัยเป็นแน่ ดูช่าง เป็นโอกาสอันงามแท้ ที่เราจะได้บำเพ็ญ พรหมจรรย์ได้บริสุทธิ์ ครั้นกลับมาถึง บ้านแล้ว ก็จัดแจงเรื่องทรัพย์สมบัติภาย ในครอบครัวให้เรียบร้อยภายใน ๓ วัน แล้วปาทเสนก็ออกจากเมืองอนุราธปุรี เดินทางไปยังบ้านมังคะ ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่ง ทะเล หมู่บ้านมังคะ นี้ เป็นย่านของชาว ประมง ลูกชายของชาวบ้านเป็นเด็กรุ่น หนุ่มชื่อว่า มหาชลิต เป็นคนมีกำลังมาก เป็นที่เลื่องลือกันในหมู่บ้านนั้น มหาชลิต มานพน้อยผู้นี้ มีหน้าที่ปฏิบัติบำรุงต้น โพธิ์ศรีมหาโพธิ์ต้นหนึ่ง ที่ใหญ่โตด้วย กิ่งก้านสาขา ซึ่งขึ้นอยู่ริมทะเล ใกล้หมู่ บ้านนั้น มหาชลิตใช้เรือโกลนลำหนึ่ง ต่างภาชนะเป็นประจำ สำหรับขนทราย ขึ้นมาเกลี่ยบนลานไม้โพธิ์ ทำให้ลาน สะอาดรื่นรมย์ เวลาจะรดน้ำก็ใช้เรือ โกลนลานั้นตักน้ำขึ้นมารดทุกวัน ปาทเสนเดินตรงไปที่ลานไม้โพธิ์ ทำสักการะแล้วนั่งพักเหนื่อย ให้ลมพัด มาต้องกายได้ความสดชื่นเป็นสุข ครั้น ได้เห็นปฏิปทาของมหาชลิตปฏิบัติไม้ โพธิ์เช่นนั้น ก็นึกชมอยู่ในใจว่า เจ้า หนุ่มคนนี้กำลังดีพอใช้ จึงเข้าไปใกล้ สนทนาปราศรัยกันด้วยอัธยาศัยไมตรี อันดี มหาชลิตรู้ว่า ปาทเสน เป็นนักรบ แม่ทัพที่แกล้วกล้าของพระเจ้าอภัยทุฏฐ คามินี เช่นนั้นก็ดีใจ เชิญให้ขึ้นบนเรือน ต้อนรับด้วยอาหารอันประณีตตามสม ควรแล้ว ปราศรัยว่า “พี่ปาทเสน! หากจะไม่เป็นการ รบกวนเกินไปแล้ว น้องใคร่จะขอทดลอง กำลังพี่ดูว่า แม่ทัพแห่งกรุงอนุราธปุรี ทรงกำลังมากเพียงใด นี้ด้วยความบริสุทธิ์ ใจจริง ๆ หากพี่จะคิดผิดไปว่า เป็นการ ลบหลู่ดูหมิ่นพี่ น้องก็ต้องขอประทาน อภัยโทษเสียด้วย” “พี่ยินดีนะ มหาชลิต” ขุนพล กล่าวด้วยความพอใจ “ถ้าน้องชาย อยากจะรู้ว่าพี่มีกำลังเพียงใด ก็ไม่เป็น การยากอะไรเลย แต่พี่อยากจะแสดง เงียบ ๆ รู้กันแต่ ๒ คน และทั้งจะลอง แรงก็ลองให้อิ่มด้วย ไม่ใช่ลองแล้วหิวโหย เสียกำลังเปล่า น้องไปเอาข้าวฟ่างมา นึ่งให้สุก ประสมด้วยน้ำตาล ถั่ว งา ให้อร่อย ใส่ครกโคลกด้วยผลมะขวิด แล้วปั้นเป็นก้อน ๆ เสร็จแล้วมาบอกพี่ เถอะ แล้วก็จะได้รู้กันว่า พี่ทรงกำลัง เท่าใด” มหาชลิตนึกแปลกใจว่า “อย่างไร ขุนพลจึงให้ทำขนมมาทดลองกำลัง” แต่เพื่อมิให้ขัดใจ ก็ปฏิบัติตามความ ประสงค์ ครั้นทำเสร็จแล้ว ก็มาบอก ปาทเสนให้ทราบ และตั้งใจจับตาดู พฤติการณ์ของขุนพลปาทเสนอย่างไม่ วางตา อ่านต่อฉบับหน้า Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More