ข้อความต้นฉบับในหน้า
ภาพของพระภิกษุ สามเณร ครอง
ผ้ากาสาวพัสตร์อันเหลืองอร่ามสีเดียวกัน
๕,๐๐๐ รูป ที่เดินทางมาปฏิบัติธรรม
ณ ธุดงคสถานวัดพระธรรมกาย และ
ภาพของสาธุชนร่วมแสน ที่เดินทางมา
จากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ พร้อมใจ
กันมาสร้างบุญใหญ่ร่วมกันนั้น น่า
ประทับใจอย่างยิ่ง
แต่อีกภาพหนึ่งที่ตรึงใจพุทธ
ศาสนิกชนนับแสนที่วัดพระธรรมกาย
ในงานวิสาขบูชา วันกตัญญูของ
โลก ที่เพิ่งผ่านมาหมาด ๆ นั้น ก็คือ
ภาพขบวนอัญเชิญผ้าไตร อัน
ประกอบด้วยขบวนมวลบุปผชาติที่ตก
แต่งอย่างงดงาม และเหล่ายุวกัลยาณ
มิตร อุบาสก-อุบาสิกา ในชุดขาวสะพรั่ง
เคลื่อนไหวอย่างนุ่มนวล งดงามผ่าน
มาเข้าคลองจักษุ
โดยเฉพาะผู้ที่เป็นประธานใหญ่
ซึ่งเป็นผู้นำขบวนอัญเชิญผ้าไตร เสมือน
ดั่งเป็นต้นบุญ ช่วยให้ดวงตาของทุกคน
เป็นประกายแห่งความเลื่อมใสปีติ ดึงดูด
ให้สาธุชนเข้ามาปฏิบัติธรรม ให้บังเกิด
ความสงบแล้วได้นำความสุข ร่มเย็นให้
บังเกิดแก่ตนเองและชาวโลกอีกคำรบหนึ่ง
ประธานใหญ่ในงานวิสาขบูชานี้
คือ คุณประทีป และแพทย์หญิง
วารุณี เตียวตรานนท์ พร้อมกับ
สมาชิกในครอบครัวอันประกอบด้วย
คุณย่าผกามาศ กับหลานย่าทั้ง ๓
(ด.ญ.ประนิอร หรือน้องกิ๊ฟ วัย
๑๔ ปี นักเรียนโรงเรียนมาแตร์เดอี
วิทยาลัย, ด.ช.ทรรศนรรจ์ หรือ
น้องกอล์ฟ อายุ ๑๓
ปี กำลังเรียนอยู่
ที่โรงเรียนสาธิต มศว.ปทุมวัน และน้อง
แก้ม หรือ ด.ญ.วัลยดา อายุ ๑๒ ปี
นักเรียนโรงเรียนมาแตร์เดอีฯ)
และ
หลานสาวอีก ๑ คน ชื่อ ด.ญ.ชนาทิพย์
หรือน้องโอ๋ นักเรียนโรงเรียนสาธิต
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วันที่ชาว “ วารสารกัลยาณมิตร
ได้แวะไปเยี่ยมครอบครัวกตัญญูนี้ ได้
มีครอบครัวที่ทำหน้าที่เป็นกัลยาณมิตร
ให้แก่ครอบครัว “เตียวตรานนท์” ร่วม
อยู่ด้วย หากคุณผู้อ่านได้ติดตามวารสาร
กัลยาณมิตรเรื่อยมา คงจะคุ้นกับ
ครอบครัวของคุณเอกภพ-คุณศศินันท์
และน้องเปิ้ล เสตะพันธุ์ พอควร
สมาชิกรายแรกของครอบครัวที่
ได้ยินชื่อวัดพระธรรมกาย คือ คุณ
ประทีป ทว่าผู้ที่ได้พบเห็นด้วยตนเอง
คนแรกกลับเป็น คุณหมอวาสุณี
“ครั้งแรกที่เข้าวัด พูดง่าย ๆ
คือ เพราะความเกรงใจคุณเอกภพ
คือคุณเอกภพ เห็นหน้าตาสามีพี่
เศร้า ก็ซักถามได้ความว่า ลูกป่วย
ก็อยากจะช่วย จึงแนะนำให้
มา กราบคุณยาย (อุบาสิกาจันทร์
ขนนกยูง)” คุณหมอเล่าด้วยน้ำ
เสียงที่อ่อนโยน แฝงด้วยความ
เมตตาเยยงแพทยทด
“ลูก” คนที่เอ่ยถึง คือ ด.ญ.
วัลยดา ป่วยด้วยโรคทางเลือด แต่
หลังจากมาปฏิบัติธรรมนั่งสมาธิจน
เข้าถึงธรรมแล้ว ได้ใช้ความใสสว่างของ
ธรรมะภายใน ค่อย ๆ รักษากายหยาบ
จนอาการเริ่มดีขึ้นมากจนเห็นได้ชัด
“พอนั่งรถมากับคุณเอกภพ พี่จำ
ได้ว่า ตั้งคำถามมาตลอดทางเช่นว่า
คนเรามีความจำเป็นไหม ที่จะต้องเข้าวัด
พี่บอกคุณเอกภพว่า ตัวพี่เองก็ไม่มีอะไร
เสียหายมากมายที่จะต้องไปพึ่งวัด พี่
คิดว่าตัวเองก็มีฐานะปานกลาง มีความรู้
แล้วก็มีการงานที่มั่นคง และลูก ๆ ที่
น่ารัก มีความสมบูรณ์ในชีวิต นับว่า
พอควรในขณะนี้ และที่สำคัญก็คือ พี่
คิดว่า แม้พี่จะไม่ได้ไปวัด พี่ก็คิดว่าตัวเอง
Kalyanamitra.org
๓๓