ข้อความต้นฉบับในหน้า
พูดพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาของแม่
“ขอบใจจ้ะลูก แล้วแม่จะใช้คืนให้
ทีหลังนะ”
“ไม่เป็นไรครับ เอกค่อย ๆ เก็บ
เอาใหม่ก็ได้”
วันรุ่งขึ้น เอกไปโรงเรียนโดยไม่มี
เสื้อสักหลาดสีน้ำเงินใส่ และเอกก็ไม่ได้
ใส่ใจว่า วันนี้มีใครใส่เสื้อกันหนาวสวย ๆ
มาอีกบ้าง แต่ในใจกลับคิดอยู่ว่า ป่านนี้
แม่คงกำลังวุ่นวายอยู่กับการขายขนม
ที่หน้าบ้านสินะ
เมื่อลมหนาวโชยผ่านหน้าต่าง
ห้องเรียนเข้ามา ความหนาวทำให้เอก
ต้องยกมือขึ้นกอดอก แม้ร่างกายจะสั่น
สะท้าน เพราะไม่มีเสื้อสักหลาดใส่
เหมือนเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แต่เอกกลับ
รู้สึกว่า หัวใจตนเองกำลังพองโตและมี
ความอบอุ่นอย่างประหลาด อบอุ่นจน
ถึงขนาดที่ว่า แม้จะมีใครเอาเสื้อสักหลาด
สักร้อยตัวมาวางกองตรงหน้าเพื่อแลก
กับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านในดวงใจตอนนี้
ออกไป เอกจะไม่ยอมแลกด้วยเป็นอัน
ราค
นี่คือบทเรียนบทหนึ่ง ที่ทำให้
เอกได้รู้ว่า ความอดทนและอดออม
นั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่กระทำได้
ด้วยความยากลำบากเพียงไรก็ตาม
แต่ผลที่ได้รับกลับน่าชื่นใจเหลือ
เกิน
ความเปลี่ยนแปลง
วันเวลาผ่านไป จนเมื่อเอกสอบไล่
ประจำปีของชั้นประถมปีที่ ๒ แล้ว เอก
๑๓ ขวบพอดี เรื่องผลการสอบ
มีอายุครบ ๑
นั้นเอกไม่รู้วิตกเท่าใดนัก เพราะรู้ตัวดี
ว่าทำคะแนนได้ดี และผลการสอบครั้ง
สร้างความวิตกกังวลให้เอกคือ ระยะหลัง
นี้เอกได้ยินแม่เปรยให้ฟังว่า เมื่อจบชั้น
ประถมปีที่ 4 แล้ว แม่อยากจะส่งให้เอก
ไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯพร้อมกับพี่สาว
ซึ่งจบจากโรงเรียนประจำจังหวัดและ
สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ จึงอยากให้เอก
ติดตามเข้าไปเรียนชั้น ม.ศ.๑ ในกรุงเทพฯ
พร้อมกันเลย แต่ยังติดขัดอยู่ตรงที่ว่า
ถ้าไปโรงเรียนที่กรุงเทพฯ พร้อมกันทั้ง
๒ คน แม่คงสู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหว
เฉพาะพี่สาวเอกนั้น ถึงอย่างไรก็
จำเป็นต้องไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัย
ในกรุงเทพฯ อยู่แล้ว ส่วนเอกดูจะยัง
ไม่จำเป็นเท่าใดนัก เพราะโรงเรียนใน
อำเภอที่เอกเรียนอยู่นั้น มีสอนถึงขั้น
ม.ศ.๓ เพียงแต่แม่กลัวไปเองว่าถ้าเอก
เรียนจบชั้น ม.ศ. ที่อำเภอแล้ว ต่อไป
จะไปสอบแข่งขันสู้นักเรียนในกรุงเทพฯ
ไม่ได้
ในที่สุด แม่ก็ตัดสินใจที่จะให้เอก
ไปเรียนต่อชั้น ม.ศ.4 ที่โรงเรียนประจำ
จังหวัด แทนการส่งเข้าไปกรุงเทพฯ
เพราะไม่อาจสู้ค่าใช้จ่ายได้ ถึงแม้เอก
จะได้ทุนเรียนดีอยู่แล้วก็ตาม แต่เงิน
ที่ได้รับปีละ 500 บาทนั้น เมื่อได้มา
แม่ต้องเอามาช่วยเป็นค่าใช้จ่ายภายใน
บ้านด้วย จึงคิดว่าไม่คุ้มที่จะส่งเอกเข้า
โรงเรียนในกรุงเทพฯ อีกคน อีกอย่าง
หนึ่งโรงเรียนประจำจังหวัดก็มีชื่อเสียง
พอสมควร และระยะหลังนี้ชาวบ้านใน
ตลาดต่างพากันนิยมส่งลูกหลานเข้าไป
เรียนในจังหวัดมากขึ้น เพราะการ
คมนาคมเดี๋ยวนี้ดีกว่าแต่เดิมมาก ระยะ
ทางจากอำเภอถึงจังหวัดเพียง ๒๐ กิโล
เมตรเท่านั้น อีกทั้งยังมีรถประจำทาง
เที่ยวพิเศษสำหรับรับส่งนักเรียนที่เข้า
ก่อน ๆ อยู่ในเกณฑ์ดีมาตลอด แต่
แต่สิ่งที
ไปเรียนในจังหวัดด้วย
แต่แล้วเหตุการณ์ก็ผันแปรไปอีก
เมื่อน้าชายของเอกคนหนึ่งซึ่งทำงานอยู่
ที่กรุงเทพฯ กลับมาเยี่ยมบ้าน และมา
แวะคุยที่บ้านเอก ครั้นพอมารู้เรื่องของ
เอก จึงได้บอกแก่แม่ว่า เขารู้จักชอบพอ
กับท่านพระครูองค์หนึ่งที่วัดในกรุงเทพฯ
และทราบว่าท่านพระครูองค์นี้ชอบสนับ
สนุนนักเรียนที่เรียนดีเสมอมา น้าชาย
จึงมีความเห็นว่าควรจะนำเอาไปฝากฝัง
กับท่าน เพื่อจะได้เรียนหนังสือและใกล้
ชิดพระศาสนาไปด้วยในตัว ปัญหาเรื่อง
ค่าใช้จ่ายก็เป็นอันหมดไป เพราะอาศัย
กินอยู่กับวัด และเรียนหนังสือก็เรียน
ที่โรงเรียนของวัดด้วย
ข้อเสนอของน้าชายครั้งนี้ ทำให้
แม่และพี่ ๆ ของเอกเห็นดีด้วย จึงได้
ตกลงตามนั้น มีแต่ตัวเอกคนเดียวที่ยัง
ลังเลอยู่ ใจหนึ่งก็อยากจะไปเรียนต่อที่
กรุงเทพฯ หาความก้าวหน้าเหมือนกัน
แต่อีกใจหนึ่งกลัวจะคิดถึงบ้าน เพราะ
ยังไม่เคยจากไปไหนนาน ๆ อย่างนี้
มาก่อนเลย แต่เมื่อเห็นว่าแม่ตัดสินใจ
ไปแล้ว ก็ต้องยอมตามความเห็นของแม่
ดังนั้นเอกจึงมีเวลาอีกเพียง ๓ วันในการ
เตรียมตัวเพื่อเข้ากรุงเทพฯพร้อมกับน้า
ชาย และแม่สัญญาจะไปส่งเอกด้วย
แม่บอกเอกว่าไปกรุงเทพฯครั้งนี้
จะต้องเรียนหนังสืออีกหลายปีทีเดียว
จึงควรไปกราบลาขอศีลขอพรจากหลวง
ตาที่วัดเสียก่อน
วิถีชีวิตของเอกต่อไปนี้ ต้อง
พบกับความเปลี่ยนแปลงอีกมาก
ต้องย้ายโรงเรียน ต้องเปลี่ยนที่อยู่
คิดดูแล้วสับสนเป็นกังวลว่าอนาคต
ข้างหน้าจะเป็นอย่างไรหนอ.
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
๕๕