ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข้าพเจ้าตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ที่
ทำให้เกิดความเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก
ดีใจที่ได้ทำสมาธิด้วย ข้าพเจ้าทำไม่เป็น
แต่ตั้งใจมาก เมื่อยแสนเมื่อยก็ไม่ขยับ
เบื้องแรกมีแต่ความสงสัย ๆ สารพัด แต่
สิ่งที่ข้าพเจ้าได้รับเป็นอันดับแรกก็คือ
การสวดมนต์ แต่ก่อนข้าพเจ้าไม่ชอบ
สวดมนต์ ไม่ทราบค่าแปล ไม่เห็นความ
สำคัญและก็ไม่เคยสนใจจะใฝ่หาความ
หมาย ชอบแต่การแผ่เมตตาเพราะ
เห็นจริงว่าการไม่เบียดเบียนซึ่ง
ต่อ ฟังทั้งวันทั้งคืน) วันนี้ข้าพเจ้าได้คิด
ว่าฟังเพลงบางทีเราก็ครึกครื้น บางทีก็
เศร้าซึม แต่เสียงสวดมนต์ทำให้
ใจสงบ เบิกบาน ถึงไม่รู้จักใคร
แม้นั่งอยู่คนเดียวก็ไม่เหงา ขณะนั้น
ข้าพเจ้าปราศจากความรัก ความห่วง
ไม่มีกังวลกับเรื่องเรียน เรื่องเงิน ไม่
ทุกข์ร้อนกับเรื่องงาน ไม่หวั่นเกรงกับ
โชคชะตา ไม่ปรารถนาจะเป็นอะไรอีก
เลย นอกจากให้ใจมันสงบและสบาย
อย่างนี้ไปชั่วชีวิต
ชอบแต่การแผ่เมตตา
เพราะเห็นจริงว่าการไม่เบียดเบียน
ซึ่งกันและกัน ทำให้
ทั้งคนและสัตว์รักกัน
อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
กันและกัน ทำให้ทั้งคนและสัตว์
รักกัน อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
และคิดว่า ใครจะรัก ใครจะชังเราก็ใจเขา
เรารัก เราอภัยให้เขา ความสุข....ก็อยู่ที่
ใจเรา จึงแผ่เมตตาก่อนนอนทุกคืน (มนต์
ไม่เคยสวด อย่างเก่งก็นะโม ๓ จบ)
แต่วันนั้น...ข้าพเจ้าลองสวดตาม
หนังสือสวดมนต์ของทางวัด สวดไป
พร้อม ๆ กับคนอื่น ข้าพเจ้าไม่รู้ตัวเลย
ว่าตนเองหยุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แต่ว่า
เสียงสวดมนต์ที่พร้อมเพรียงนี้ไพเราะ
กว่าเพลง (ปกติข้าพเจ้าคิดวิทยุมาก
ฟังตั้งแต่ก่อนนอน หลับไปตื่นขึ้นมาก็ฟัง
เย็นวันนั้น ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไป
กราบหลวงพ่อทัตตชีโว (ข้าพเจ้าคิดว่า
ท่านเป็นเจ้าอาวาส) ข้าพเจ้าไม่เคยได้
เห็นภิกษุรูปใดงามสง่าอย่างนี้เลย ใจ
อยากจะเข้าไปกราบขออยู่วัด ไม่อยาก
กลับออกไปอีกเลย รู้สึกคล้ายกับว่า
ได้เดินทางมาถึงแมกไม้ใหญ่ ร่มรื่น
แล้วต้องละทิ้งไปสู่ทะเลทรายอีก
กลับออกไปแล้วใจก็ยังวนเวียนคิดถึง
แต่วัด เห็นแต่ใบหน้าของหลวงพ่อและ
ความสงบที่บังเกิดขึ้นในใจในวันนั้น
ต่อมาดูก็พาข้าพเจ้ามาสำนักงานกัลยา
ณมิตร และได้ออกไปทำหน้าที่ “กัลยา
ณมิตร” ครั้งแรกที่ไปนั้นคิดว่าเพียงแต่
ไปดูว่าเขาบอกบุญกันอย่างไร แต่พอ
ไปแล้วก็อยากบอกบ้าง แต่เนื่องจากเป็น
คนที่ไม่ยอมอ่านหนังสือธรรมะ และ
เวลาฟังพี่ ๆ เล่าธรรมะก็ยังคิดอีกว่า
จ่าไว้สอนตัว แต่ถ้ายังไม่ได้หรือยังไม่
เห็นก็จะไม่น่าไปสอนใคร แล้วยังคิดอีก
นะว่า ใครอยากได้ธรรมะก็ไปฟังจาก
หลวงพ่อเอง ข้าพเจ้าได้แต่ชวนเขาว่า
ไปวัดพระธรรมกาย แนะนำว่า อยู่ที่ไหน
เป็นอย่างไร ดีอย่างไร ไปแล้วเขาจะ
ได้อะไร แล้วเวลาต่อมา หลวงพ่อ
ธัมมชโย ท่านได้เมตตาสอนว่า
ต้องอ่านหนังสือบ้างเพื่อจะได้เป็น
หลัก ตัวของตัวเองจะได้ไม่ออก
นอกลู่นอกทาง และท่านก็แนะนำ
หนังสือให้อ่าน
การที่ข้าพเจ้าได้มาทำหน้าที่
กัลยาณมิตร ทำให้ข้าพเจ้าทราบคุณค่า
ของการเป็นกัลยาณมิตร และนึกถึง
กัลยาณมิตรที่นำข้าพเจ้าให้สู่เส้นทาง
สายนี้คือ จูและกลุ่มลูกแก้วทุกคน เพราะ
ทำให้ข้าพเจ้าได้คิด ได้รู้จัก และได้เปรียบ
เทียบ ถ้าเอาความสุขทั้งหมดที่เคยได้
รับมานั้นมารวมกัน ยังไม่เท่าความสุข
ที่ได้จากการเป็นกัลยาณมิตรเพียงวัน
เดียวเลย เพราะความสุขต่าง ๆ มันสุข
นิดเดียวและเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น
แล้วก็เสื่อมไป เหลือไว้แต่ความอาวรณ์
โหยหา ไม่รู้จักพอ
แต่การมาเป็นกัลยาณมิตร
สุขตั้งแต่เริ่มคิด ขณะทำ เวลาผ่าน
ไปแล้วก็ยังสุข ข้าพเจ้าจึงตั้ง
ปณิธานว่า จะทำหน้าที่กัลยาณมิตร
ไปจนกว่าชีวิตจะสิ้น
Kalyanamitra.org
ต