ขุนพลปาทเสน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 6 หน้า 31
หน้าที่ 31 / 120

สรุปเนื้อหา

ปาทเสนก็ถูกเกณฑ์เข้าชะตากรรม แบบนี้ ฉะนั้น ในเย็นวันนั้นเอง ขุนพล ปาทเสนพร้อมด้วยญาติมิตรและบริวาร ออกจากบ้านตรงไปยังแม่น้ำ เพื่อชำระ ร่างกายเป็นประจำวันเช่นเคย พอถึงใกล้ เหมือนเด็กชกสายบัวจากกอบัวฉะนั้น แล้วจับงวงช้างเหวี่ยงขึ้นกวัดแกว่งเหนือ ศีรษะสองรอบเหมือนจับแมวเหวี่ยง แล้วฟาดลงกับพื้นดินเสียงดังสนั่น ทำ ข่าวขุนพลปาทเสนปราบช้างซับ ให้ช้างนั้นถึงแก่ความตายในทันทีนั้นเอง ที่ช้างซับมันซุ่มอยู่ก็ตกใจ เพราะไม่เคย มัน ได้แพร่สะพัดไปทั่วพระนครในบัด คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นอุบัติขึ้น ด้วยช้างซับมันซึ่งเป็นราชพาหนะเคยศึก ได้ร้องก้องโกญจนาทรุกระบองเหล็กวิ่ง เป็นศัตรูพร้อมทั้งพระเจ้าอภัยพุทธคามินี พากันสะดุ้งหวาดภัยอันร้ายแรง ซึ่งพา ตั้งหน้ารักษาพระราชสมบัติด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต แต่เมื่อพระอ

หัวข้อประเด็น

- ขุนพลปาทเสน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ปาทเสนก็ถูกเกณฑ์เข้าชะตากรรม แบบนี้ ฉะนั้น ในเย็นวันนั้นเอง ขุนพล ปาทเสนพร้อมด้วยญาติมิตรและบริวาร ออกจากบ้านตรงไปยังแม่น้ำ เพื่อชำระ ร่างกายเป็นประจำวันเช่นเคย พอถึงใกล้ เหมือนเด็กชกสายบัวจากกอบัวฉะนั้น แล้วจับงวงช้างเหวี่ยงขึ้นกวัดแกว่งเหนือ ศีรษะสองรอบเหมือนจับแมวเหวี่ยง แล้วฟาดลงกับพื้นดินเสียงดังสนั่น ทำ ข่าวขุนพลปาทเสนปราบช้างซับ ให้ช้างนั้นถึงแก่ความตายในทันทีนั้นเอง ที่ช้างซับมันซุ่มอยู่ก็ตกใจ เพราะไม่เคย มัน ได้แพร่สะพัดไปทั่วพระนครในบัด คิดว่าจะมีเหตุการณ์เช่นนั้นอุบัติขึ้น ด้วยช้างซับมันซึ่งเป็นราชพาหนะเคยศึก ได้ร้องก้องโกญจนาทรุกระบองเหล็กวิ่ง เป็นศัตรูพร้อมทั้งพระเจ้าอภัยพุทธคามินี พากันสะดุ้งหวาดภัยอันร้ายแรง ซึ่งพา ตั้งหน้ารักษาพระราชสมบัติด้วยความ ซื่อสัตย์สุจริต แต่เมื่อพระองค์ไม่ทรงชุบ เลี้ยง โดยหลงเชื่อคำพูดของคนริษยา สอพลอเช่นนั้น ก็ไม่สมควรที่เราจะอยู่ รับราชการสืบไป และสมควรอย่างยิ่งที่ เราจะออกบวช แสวงหาความสงบสุขตาม สมณวิสัยยังจะประเสริฐกว่า เพราะเมื่อ เดี๋ยวใจ ประชาชนโจษจันกันซึ่งมี พวกที่ อยู่ในชุนนุมชนเหล่านี้ อย่างไรจะหลีก พ้นคนอาธรรม์ ครั้นตกลงใจอย่างนั้น แล้วก็มีหน้าตาเบิกบานสดชื่น เปลี่ยน ทางเดินบ่ายหน้าไปสู่พระมหาราชวัง เพื่อเข้าเฝ้าถวายบังคมลาพระเจ้าอภัย ถลันตรงเข้ามา เพื่อมุ่งประหารท่าน กันคาดว่า อาจจะเกิดลุกลามขึ้นใน ขุนพล ข้าพระองค์คิดว่าถึงจะรบไป จนชีวิตดับ ก็ไม่สินข้าศึก เมื่อหมด แรงก็ต้องแพ้ลงสักวันหนึ่ง ตายเปล่า ชานะไม่เด็ดขาด เพราะต้องกลับแพ้ หาก หยุดรบเสียก่อน ก็จะไม่มีการแพ้ ชื่อว่า จะรักษาความชำนะเดิมไว้ได้ บรรดาญาติมิตรและบริวาร พากันร้อง กลัวอันตรายวิ่งหนีล้มลุก คลุกคลานอย่างน่าสังเวช ขุนพลปาทเสนตกใจหน่อยเดียว ด้วยไม่เคยคิดว่าจะมีอันตรายในสถานที่ เช่นนั้น ครั้นได้สติแล้วก็รวบรวมกำลังเข้า เผชิญหน้าต่อช้างขับมันนั้น ร้องตวาด ด้วยเสียงสนั่นดุจเสียงฟ้าฝ่า กระโดดขึ้น เหยียบกระพองศีรษะราชหัตถี กระชาก กระบองเหล็กออกจากงวง ฟาดลงบน เบื้องกระพองศีรษะช้างอย่างแรง ทำให้ ช้างขับมันถึงซวนเซ แม้กระนั้นก็มิหนำ ใจตรงเข้ากระชากงาทั้งสองข้างทิ้งเสีย ไม่ช้า พวกที่เป็นมิตรสหาย ก็โจษจัน วิพากษ์วิจารณ์ถึงความโหดร้ายจากการ กระทําของพระมหากษัตริย์ และราช บริพารที่ร่วมคบคิดกันไปต่าง ๆ นานา เฝ้าพระเจ้ากรุงอนุราธปุรี ฝ่ายขุนพลปาทเสน เมื่อเสร็จปราบ ราชหัตถีอันเป็นศัตรูเฉพาะหน้าลงแล้ว ก็กลับบ้าน เดินพลางคิดพลางถึงเหตุ การณ์อันร้ายแรงที่เกิดขึ้น นึกน้อยใจใน พระเจ้าอภัยทุฏฐคามินีที่ไม่ทรงเมตตา กรุณาในตน ซึ่งตั้งใจจงรักภักดีถวายชีวิต และร่างกายไว้เป็นทาสรองเบื้องยุคลบาท ทุฏฐคามินียังที่ประทับ ณ พระราช อุทยาน ซึ่งกำลังทรงสำราญอยู่ด้วย อ่ามาตย์ราชเสนา เมื่อสิริวัลลภหัวหน้าอำมาตย์ราช บริพารที่มุ่งร้ายตั้งตัวเป็นข้าศึก เหลือบ เห็นขุนพลปาทเสนเข้าก็ตกใจ คิดไปว่า ปาทเสนคงจะมาทำร้ายตน ตามวิสัย ของคนผิด เหมือนวัวสันหลังขาด ย่อม หวาดแม้แต่เสียงกา บินมาใกล้ คิดไป แต่ในทางเสียเพราะสันดานริษยา เมื่อ เห็นเป็นภัยเฉพาะหน้าเช่นนั้นก็สะดุ้ง กลัวตาย จึงพลันกราบทูลพระเจ้าอภัย ทุฏฐคามินีว่า ปาทเสนฆ่าช้างพระที่นั่ง โกรธแค้นพระองค์ คงจะมาทำร้ายพระ องค์เป็นแม่นมั่น ขอให้รีบหนีเถิด ครั้น พระเจ้าอภัยทุฏฐิคามินีได้ทอดพระเนตร เห็นบาทเสนเดินตรงมาแต่ไกลจริงดังคำ อำมาตย์เหล่านั้นกราบทูล ก็ทรงเห็น คล้อยตาม สะดุ้งพระทัย ขยับพระกายลุก จากแท่นที่ประทับเพื่อจะหนีให้พ้นภัย เฉพาะหน้า แต่แล้ว ชัยทัตต์อำมาตย์ผู้ ใหญ่ที่ซื่อสัตย์ ปฏิบัติราชกิจโดยชอบ ธรรม ก็ร้องทูลห้ามว่า “พระองค์จะเสด็จหนีไปกับคน ขลาดด้วยเหตุใด อันตรายใด ๆ จะไม่เกิด Kalyanamitra.org ๒๗
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More