ข้อความต้นฉบับในหน้า
หนึ่งคือ ถ้อยค่าของท่านอาจารย์ที่สอน
ว่า การแย่งกันเป็นใหญ่นั้นคือแย่งกันอุ้ม
เหล็กแดง และว่าความสุขที่ต้องแย่งกัน
นั้นเป็นความสุขปลอม ความสุขจริงนั้น
ฝ่ายหนึ่งต้องการต่อสู้ ปราบพวกแย่ง
ราชสมบัติให้เห็นฝีมือไว้บ้าง อีกฝ่าย
ทหาร ซึ่งเป็นฝักฝ่ายอยู่กับน้องชายของ
พ่อนั้น เป็นคนเชื่อในฝีมือของตนอยู่
เหมือนกัน เพราะฉะนั้น แม้จะแสดง
ทะยานและคิดทำลายล้างกันและกัน
ท่านทั้งหลายจะอยู่เป็นผาสุก ไม่มีใคร
ต้องถูกจองจำและต้องอาชญาถึงกับควร
ฝีมือก็คงไม่ทำให้เลิกล้มความคิดอัน
แก่การประหาร เช่นที่เห็นกันอยู่นี้ เรื่อง
นั้นได้”
ราชสมบัตินั้นเราได้ตัดสินใจแล้วว่า จะ
“แต่ด้วยอำนาจแห่งค่ายุแหย่สนับ
สละให้แก่ผู้ที่ไม่โลภมาก คือน้องชาย
อยู่ในใจของเรา”
“พ่อได้พบกับท่านอาจารย์ประ
สนุนของผู้จงรักภักดี ในที่สุดพ่อก็ลืม
คำของอาจารย์ไปพักหนึ่ง คิดกะการ
ต่างมารดาอีกคนหนึ่ง ผู้มีนามว่าสัจจพล
ส่วนผู้โลภมากที่จับไว้ได้นี้ แม้ควรแก่
หลาดผู้นั้น เพียงวันเดียว แต่รู้สึกว่าคดีที่ 1 แต่เรื่องต่อสู้กับผู้จะแย่งราชสมบัติตลอด
การประหาร เราก็จะปล่อยให้เป็นอิสระ
ท่านให้ไว้เมื่อจะจากมา ช่างฝังแน่น
เวลา"
ในจิตใจเสียเหลือเกิน เพราะฉะนั้น การ
“แล้วในที่สุด ความคิดฝ่ายสูง
ตัดสินใจว่าจะรักษาราชบัลลังก์ดีหรือ
ก็เกิดขึ้นอีก ขณะเมื่อพ่อปลอมตัว
แต่ไม่ให้เกี่ยวกับราชกิจทั้งปวงอีก เรา
ขอเตือนท่านทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในธรรม
ให้เห็นแก่ประโยชน์ของคนส่วนรวม
จะตัดสินใจให้เด็ดขาดลงไปได้ว่า อย่าง
สละดี จึงเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่สุดที่พ่อ | เที่ยวไปคนเดียว เพื่อสำรวจภูมิ
สถานห่างจากพระราชวังออกไป
ทั่วหน้า ผู้มีใจคับแคบเห็นแก่ตัวนั้น แม้
จะเจริญก็ไม่ยึด ในที่สุดก็จะฆ่าฟันกัน
ไรจึงจะดี”
“เจ้าย่อมจะรู้หัวใจของนักรบแล้ว
ได้เห็นกากลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้ก
ตีกัน เพื่อจะแย่งหนูตายเน่าส่งกลิ่น
ว่า ไม่ถือการตายเป็นของสำคัญ การ
ต่อสู้ไว้ฝีมือในสมรภูมินั้น เป็นสิ่งที่นักรบ เหม็นตัวหนึ่ง พอได้เห็นเช่นนั้น
ใฝ่ฝันถึงด้วยความภูมิใจ ระหว่างที่พ่อ
อยู่ตักกสิลานั้น พ่อพยายามฝึกซ้อมอยู่
เสมอ จนกระทั่งแน่ใจว่า อาจคุมทหาร
เพียงห้าร้อยรบกับข้าศึกนับจำนวนพัน
ได้ด้วยหลักการรบ ๔ ประการคือ ฐาน
กุสโล เป็นผู้ฉลาดในสถานที่และเหตุ
แวดล้อมอย่าง ๑ ทูเรน่า สามารถ
ทำร้ายข้าศึกได้ในระยะไกล ก่อนที่จะ
มาถึงตัวเราอย่าง ๑ อกขณเวรี ยิงธนู
ได้รวดเร็วซึ่งรวมทั้งการรู้จักใช้อาวุธ
ทำร้ายข้าศึกอย่างรวดเร็ว ติดต่อกันจน
ตั้งตัวไม่ติดอย่าง ๑ มนโต กายสุด
ปทาเลตา รู้จักทำลายกำลังส่วนใหญ่
ของศัตรูอย่าง ๑ เมื่อใจหนึ่งอยากรบ
ส่วนอีกใจหนึ่งยังรักสงบอยู่เช่นนี้ ความ
คิดข้อหนึ่งก็เกิดขึ้นว่า ถ้าได้สำแดงฝีมือ
ให้คนเหล่านั้นเห็นไว้บ้าง บางทีจะนึก
ขยาดแล้วเลิกล้มความคิดแข่งดีไปเอง
แต่ก็สืบได้ความว่า ผู้มีอำนาจคุมกำลัง
พ่อก็ได้สติและกลับสู่ที่อยู่ทันที
“ตกลงใจว่า จะไม่ให้มีคนต้องเสีย
ชีวิตเพราะราชสมบัตินี้ แต่คนที่โลภมาก
ก็จะไม่ให้ได้อะไรเลยเหมือนกัน พ่อจึง
คิดใหม่ แทนที่จะเป็นแผนการรบ กลับ
เป็นอุบายจับคนสำคัญที่มีส่วนคิดแย่ง
ราชสมบัติ พ่อได้อาศัยพระดำรัสของ
พระราชบิดา ซึ่งกลับประชวรหนักสั่งให้
คนเหล่านั้นเข้าเฝ้า แต่โดยเหตุที่สั่งไป
เป็นระยะ ๆ ไม่ให้เข้าเฝ้าพร้อมกัน จึง
จับไว้ได้ทีละคนจนหมดสิ้น
“ในวันรุ่งขึ้นพอดีพระราชบิดา
สวรรคต พ่อจึงประชุมพระประยูรญาติ
กับหมู่อำมาตย์ทั้งปวง และให้เบิกตัวผู้ที่
จับไว้ได้ มีน้องชายต่างมารดาและ
อำมาตย์ผู้ใหญ่หลายคนมาพร้อมกันแล้ว
จึงประกาศว่า
“ดูก่อนผู้เจริญทั้งหลาย ถ้าท่าน
ทั้งหลายจะปรองดองกันให้ดี ไม่ทะเยอ
เองในพวกของตน หรือมองในภายนอก
อาจเห็นเจริญ แต่ภายในจิตใจมีแต่ความ
เสื่อมความเน่าใน ท่านทั้งหลาย! มธุรา
อยู่ในความรับผิดชอบของสัจจพลและ
ท่านทั้งหลายแล้ว ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป”
“ครั้นแล้ว พ่อได้เรียกสัจจพลมา
ให้ปฏิญญาต่อหน้าพ่อและคนทั้งหลาย
ว่าจะตั้งอยู่ในราชธรรมมุ่งบำรุงประชาชน
ให้เป็นสุข สัจจพลนั้นเมื่อได้รับราช
สมบัติอย่างไม่รู้ตัวก็ตื่นเต้น ก้มลงกราบ
พ่อแล้วประกาศปฏิญญาของตนด้วย
อาการที่สำแดงความบริสุทธิ์ใจ”
“ในวันที่ ๓๒ เมื่อถวายพระเพลิง
พระศพพระราชบิดาแล้ว พ่อก็หายไป
จากกรุงมธุราโดยไม่มีใครทราบ ความ
เคยชินกับป่าเขาลำเนาไม้ ทำให้พ่อรู้สึก
เพลิดเพลินในการเดินป่า และเป็นอิสระ
แก่ตัวอย่างเต็มที่ รู้สึกเบาสบายกายจิต
ที่พ้นมาเสียได้จากการแย่งหนูเน่าส่ง
กลิ่นเหม็นแบบกา ซึ่งพ่อประสบมาแล้ว”
b
(อ่านต่อฉบับหน้า)
เป็นประเพณีอินเดียไม่เก็บศพไว้นาน ถ้าเก็บ
ไว้ถึง ๗ วัน ก็นับว่ามีเหตุพิเศษ
Kalyanamitra.org