ข้อความต้นฉบับในหน้า
ว่า คนจะต้องไม่พูดเท็จ
๕. ปกติแล้ว สัตว์มีกำลังร่างกาย
แข็งแรงมากกว่าคน แต่สัตว์ไม่มีสติควบ
คุมการใช้กำลังของตนให้ถูกต้อง ดังนั้น
จึงไม่สามารถเปลี่ยนกำลังกายให้เป็น
กำลังความดีได้ มีแต่ความป่าเถื่อนตาม
อารมณ์ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย แม้มี
กำลังกายมาก แต่ไม่เคยออกแรงไปหา
อาหารมาเลี้ยง พ่อ แม่ ของมันแต่อย่าง
ได
ส่วนคนแม้มีกําลังกายน้อยกว่า
สัตว์ แต่อาศัยสติอันมั่นคงช่วยเปลี่ยน
กำลังกายน้อย ๆ นั้นให้เกิดเป็นกำลัง
ความดี เช่น มีกตัญญูกตเวที เมื่อโตขึ้น
ก็เลี้ยงพ่อเลี้ยงแม่ได้
สติเป็นของเหนียวแน่นคงทน แม้
อดอาหารทั้งวัน สติก็ยังดี ทํางานทั้ง
เดือนไม่ได้พัก สติก็ยังดี นอนป่วยบน
เตียงทั้งปีสติก็ยังดี แต่สติกลับเปื่อยยุ่ย
ทันทีถ้าไปเสพสุรายาเมาเข้า สุราเพียง
ครึ่งแก้วอาจทำผู้ดื่มสติฟั่นเฟือนถึงกับ
ลืมตัว ลงมือทำร้ายผู้มีพระคุณได้ หมด
ความสามารถในการเปลี่ยนกำลังกายให้
เป็นกำลังความดี ดังนั้น ผู้ที่เสพสุราหรือ
ของมึนเมา จึงมีสภาพผิดปกติ คือมี
สภาพใกล้สัตว์เข้าไปทุกขณะ
เพื่อรักษาปกติของตนไว้ ศีลข้อที่
จึงเกิดขึ้นว่า คนจะต้องไม่เสพของ
มึนเมาให้โทษ
&
ศีลทั้ง ๕ ข้อ คือ ๑. ไม่ฆ่า ไม่ลัก
๓. ไม่ล่วงในกาม ๔. ไม่หลอกลวง ๕.
ไม่เสพของมึนเมาให้โทษ จึงเกิดขึ้นมา
โดยสามัญสำนึกและเกิดขึ้นพร้อมกับโลก
เพื่อรักษาความปกติสุขของโลกไว้ ศีล ๕
มีมาก่อนพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงรับเข้ามาไว้ในพระพุทธศาสนาและ
ชี้แจงถึงความจำเป็นของการมีศีลให้
ทราบ ดังนั้นศีลจึงไม่ใช่ข้อห้ามตามที่
คนจำนวนมากเข้าใจ นอกจากนี้ ศีลยัง
ใช้เป็นเครื่องวัดความเป็นคนได้อีก
ด้วย
วันใดเรามีศีลครบ ๕ ข้อ แสดงว่า
วันนั้นเรามีความเป็นคนครบบริบูรณ์
Q00%
ถ้ามีศีลเหลือ ๔ ข้อ ความเป็นคน
ก็เหลือ 40% ใกล้สัตว์เข้าไป ๒๐%
ถ้ามีศีลเหลือ ๓ ข้อ ความเป็นคน
ก็เหลือ 50% ใกล้สัตว์เข้าไป ๔๐%
ถ้ามีศีลเหลือ ๒ ข้อ ความเป็นคน
ก็เหลือ ๔๐% ใกล้สัตว์เข้าไป 50%
ถ้ามีศีลเหลือ 9 ข้อ ความเป็นคน
ก็เหลือ ๒๐% ใกล้สัตว์เข้าไป 40%
ถ้าศีลทุกข้อขาดหมด ก็หมดความ
เป็นคน หมดความสงบ หมดความสุข
ถึงยังมีชีวิตอยู่ก็เหมือนคนตายแล้ว
ความดีใด ๆ ไม่อาจงอกเงยขึ้นมาได้
อีก มีชีวิตอยู่ก็เพียงเพื่อจะทำความเดือด
ร้อนให้แก่ตนเอง และผู้อื่นเท่านั้น
ชนิดนี้คือคนประมาทแท้ๆ
วิธีรักษาศีลตลอดชีพ
คน
เพื่อรักษาความเป็นคนของตนไว้
ให้ดี ชาวพุทธจึงจำเป็นต้องรักษาศีล
ยิ่งชีวิต การจะรักษาศีลให้ได้เช่นนั้น
ต้องอาศัยปัญญาเข้าช่วย จึงจะรักษาไว้
ได้โดยง่าย ก่อนอื่นให้พิจารณาว่า
ศีล แปลว่าปกติ
คนผิดศีล คือ คนผิดปกติ
- แต่ปัจจุบันนี้ คนซึ่งผิดศีลจน
เป็นปกตินิสัย มีจำนวนมากขึ้นทุกที
กระทั่งหลายคนเห็นคนมีศีล กลายเป็น
คนผิดปกติไป เมื่อความเห็นวิบัติไปเช่นนี้
ประเทศชาติบ้านเมืองที่เคยร่มเย็นตลอด
มาจึงต้องพลอยวิบัติ มีการฆ่ากัน โกรธ
กัน ผิดลูกผิดเมีย ฯลฯ จนประชาชน
นอนตาไม่หลับ สะดุ้งหวาดระแวงกันไป
ทั้งเมือง เราจะให้ผู้ใดมาดับทุกข์ความ
วิบัติครั้งนี้ ?
เราชาวพุทธแต่ละคนนี้แหละคือผู้
ดับ เราจะดับทุกข์ด้วยการถือศีล ถึงคน
อื่นไม่ช่วยถือ เราก็จะถือเพียงลำพัง ถ้า
เปรียบประเทศไทยเหมือนหม้อน้ำใหญ่
ก็เป็นหม้อน้ำที่กำลังเดือดพล่าน เดือด
พล่านเพราะฟินกว่าห้าสิบล้านคน คือ
ประชากรประมาณ ๕๐ ล้านคนที่กระทบ
กระทั่งกันเพราะขาดศีล ถ้าตัวเรามีศีล
เมื่อใด ก็เหมือนกับดึงตนเองออก
จากกองฟืนไป ๑ หุ้น แม้น้ำในหม้อจะ
ยังเดือดพล่านอยู่แต่ก็ไม่ใช่เพราะเรา
เมื่อแต่ละคนต่างดึงตนเองออกจากกอง
ทุกข์โดยไม่เกี่ยงงอนกันดังนี้ ในไม่ช้า
ไฟทุกข์ย่อมดับมอดลงเอง ประเทศชาติ
ก็จะคืนสู่สภาพปกติสุขได้
เพื่อเป็นการย้ำความคิดที่จะถือศีล
ให้มั่นคงตลอดชีพ จำต้องหาวิธีการที่
เหมาะสม ซึ่งมีอยู่วิธีหนึ่งคือ วิธีปลุกพระ
ทุก ๆ เช้าก่อนออกจากบ้าน ให้เอาพระ
เครื่องที่แขวนคออยู่ ใส่ในมือพนมหรือ
พนมมืออยู่หน้าที่บูชาพระ แล้วตั้ง
ใจกล่าวคำสมาทานรักษาศีล ๕ ดัง ๆ
อย่างนี้
จะไม่ฆ่า
ปาณาติปาตา เวระมณี ข้าฯ
อะทินนาทานา เวระมณี ข้าฯ
กาเมสุมิจฉาจารา เวระมณี
จะไม่ลัก
ข้าฯ จะไม่ล่วงในกาม
Kalyanamitra.org
๕๔