ข้อความต้นฉบับในหน้า
go
ใจข้าพเจ้าให้มีกำลัง และเป็นสิ่งที่มี
ค่าสูงสุดสำหรับข้าพเจ้า น่าเสียดาย...
บางคนล้อมกรอบให้ตนเองไม่ยอม
รับไมตรีจากผู้อื่น และไม่ยอมให้
ไมตรีกับใคร บางคนรู้คุณค่าน้ำใจ
ของเขาต่อเมื่อสูญเสียเขาไปแล้ว
และน่าเสียดาย...คนที่มีเงินมีเวลา บางคน
กว่าจะหามันมาได้นั้นแสนยาก แต่กลับ
ใช้มันทำลายตัวเองอย่างง่ายดาย ดังเช่น
ข้าพเจ้า ชอบเที่ยวเตร่กับเพื่อน ไปดิสโก้
กลับที่ ๒ ที่ ๓ ก็เคย รดื่มเหล้าดื่มเบียร์
เคยตั้งใจว่าจะดื่มมันให้ครบทุกชนิดทุก
ยี่ห้อแล้วจะเลิก เลิกแล้วจะไปบวชชี
แต่ยังไม่ครบก็มาวัดซะก่อน
ทำไมจึงเข้าวัด
ทุกครั้งที่กราบพระ ข้าพเจ้ามี
ความสุข ทุกคราที่โดดเดี่ยว ได้เห็นพระ
รู้สึกมีกำลังใจ ในส่วนลึกแล้วข้าพเจ้า
ใฝ่ใจทางธรรม สนใจพระศาสนามา
ตั้งแต่เด็ก ๆ แต่ไม่เคยตั้งใจศึกษาหรือ
ปฏิบัติ เห็นหนังสือธรรมะแล้วเมินหน้า
เพราะคิดว่าสักวันหนึ่งจะเรียนรู้จาก
การปฏิบัติไม่ใช่จากหนังสือซึ่งรู้จำและ
แปลกอยู่อย่างหนึ่ง เวลาข้าพเจ้ากราบ
ขอพรพระ ข้าพเจ้าคิดอย่างอื่นไม่ออก
นอกจาก
“ขอให้ได้พบแต่คนดี ๆ ลูก
กำลังหลงทาง ทางสายกลางของ
พระพุทธองค์อยู่ตรงไหนขอให้ลูก
ได้พบ ได้เดินทางสายกลางนั้น
ด้วยเถิด”
ข้าพเจ้าชอบคิด ชอบถาม และ
ชอบเดินทาง เห็นถนนแล้วก็คิดบ่อย ๆ
ว่า ชีวิตของข้าพเจ้าพยายามก้าวไป ๆ
สู้ทน สู้ฟันฝ่า แต่ทำไม....มันเหมือน
ย้อนหลัง วนเวียน ซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะมี
ทางไหนราบเรียบ ร่มรื่น ไปแล้วไม่ต้อง
กลับ ก่อนนั้นตอบตัวเองว่า ความตาย
ไงล่ะ! แต่ก็ถามตัวเองว่า แล้วเราต่อสู้
กระเสือกกระสนไปทำไม เพื่ออะไร
แต่เกิดมาแล้วก็ต้องสู้ให้ถึงที่สุด
ทุก ๆ วันเสาร์ข้าพเจ้ามักจะกลับ
บ้าน ข้าพเจ้าจะออกจากบ้านลุงแต่เช้า
แล้วเถลไถลไปในที่ต่าง ๆ ศูนย์การค้า
กรมประชาสัมพันธ์ เพราะชอบรายการ
ฟรี ๆ และไปเรื่อย ๆ วันหนึ่งตรงกับวัน
เกิด จึงเข้าไปกราบขอพรพระแก้วมรกต
ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ข้าพเจ้า
พบว่าตัวเองรักความสงบ จิตใจผ่องแผ้ว
ข้าพเจ้าจึงเกิดความรู้สึกคิดถึงพระ
พุทธองค์เป็นอย่างมาก เกิดความมุ่งมั่น
ว่าจะต้องศึกษาเรื่องราวพระพุทธองค์
ให้จริงจังเสียที ข้าพเจ้าเห็นบางคน
ฝึกสมาธิ ข้าพเจ้าสงสัย และก็สงสัยว่า
จะไปศึกษาได้ที่ไหน จากนั้นก็ไปวัด
พระแก้วเสมอ ๆ และก็มองหาว่าจะไป
บวชชีหรือไปฝึกสมาธิที่ไหนดี แต่ก็ยัง
ไม่ได้ไปที่ไหน
ความจริง ข้าพเจ้าได้ยินชื่อวัด
พระธรรมกายตั้งแต่ยังอยู่ชั้น ม.๕ หรือ
ม.5 แล้ว แต่ไม่รู้หรอกว่าที่นี่สอนทำ
สมาธิ รู้แต่ว่า “วัดพระธรรมกาย” จ.
ปทุมธานี เท่านั้นเอง แต่ก็อยากมา
เพราะชอบชื่อไพเราะดี ชวนเพื่อน ๆ ก็
ไม่ยอมมาด้วยสักที ข้าพเจ้าก็ขี้เกียจ
เรื่อยมา ความขี้เกียจนี้ไม่ดีเลย มัน
ปิดกั้นเสียซึ่งโอกาส ปัญญา และ
ทุก ๆ สิ่งที่ดีที่ควรจะได้
ชวนเพื่อนบ่อย ๆ เข้าเพื่อนก็
รำคาญ ข้าพเจ้าก็หงุดหงิด ครั้งแล้ว
ครั้งเล่าผ่านไปเป็นปี จนใกล้ถึงวัน
อาสาฬหบูชาปี ๒๕๒๘ ข้าพเจ้าก็มุ่ง
มั่นว่าไปคนเดียวก็ได้ และน่าแปลกที่
วันหนึ่งขณะนั่งคอยอาจารย์อยู่ในห้อง
บรรยาย ข้าพเจ้าเห็นนักศึกษาหญิง
คนหนึ่งเดินเข้ามา ข้าพเจ้ารู้สึกชอบเธอ
ทันที คือเคยมีอาจารย์สอนว่าไปเรียน
รามฯมุ่งให้รู้จักเลือกคบคน ข้าพเจ้า
ก็นั่งดูคนทุกวัน พอเห็นเธอก็รู้สึกว่า
คนน น่าคบ ก็คอยสังเกตว่าเธอนั่ง
กลุ่มไหน วันไหนไปเรียนก็มองหาเธอ
พยายามเข้าไปนั่งใกล้ ๆ แล้วก็ได้ยิน
เขาแซวกันเรื่องวัด ก็ยิ่งรู้สึกดีใจว่าเขา
ไปวัดพระธรรมกายด้วย วันต่อมาซึ่ง
อีกเพียงวันเดียวจะถึงวันอาสาฬหบูชา
แล้ว ข้าพเจ้าบอกตัวเองว่า
“อาสาฬหบูชานี้ ต้องไปวัดพระ
ธรรมกายให้ได้ และต้องทำความรู้จัก
ให้ได้ด้วย” รู้แล้วว่าเธอคนนั้นชื่อ “งู”
และภายหลังก็รู้ว่าชื่อจริงของเธอคือ
สุชาดา อัครพงษ์พิสัย
ก้าวสู่...วัดพระธรรมกาย
วันนั้นข้าพเจ้าไม่พบจู ไม่พบใคร
ตามที่นัดไว้ แต่ก็รู้สึกเฉย ๆ เพราะใจ
ศรัทธาที่จะไปนั้นเต็มเปี่ยมแล้ว
Kalyanamitra.org