ทางแห่งความดี วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 6 หน้า 60
หน้าที่ 60 / 120

สรุปเนื้อหา

ชอบทำอะไรตาม ๆ กันโดยไม่ พิจารณาเหตุผล ย่อมได้รับความ ลำบากโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อได้ นักปราชญ์ช่วยเหลือจึงพ้นจาก ความทุกข์ได้ ดังเรื่องต่อไปนี้ สมัยหนึ่ง พวกนักบวชนอกพระ พุทธศาสนา นิยมบำเพ็ญตบะอย่าง รุนแรงแสบเผ็ด เช่น การนอนบนหนาม การย่างตัวบนถ่านเพลิง เป็นต้น ถือมั่น ว่า นั่นคือการบำเพ็ญตบะเพื่อความ หลุดพ้น ภิกษุหลายรูปไปเห็นอาการนั้น ของพวกเดียรถีย์แล้วมาทูลถามพระ ผู้มีพระภาคเจ้าว่า สาระในการกระทำ เช่นนั้นของพวกเดียรถีย์มีอยู่หรือหนอ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย! การกระทำเช่น นั้นของพวกเดียรถีย์ ไม่มีสาระเลย เมื่อ เลือกเฟ้นสอบสวนเข้าแล้วก็เท่ากับ หนทางที่เต็มไปด้วยหยากเยื่อ และทำ ตาม ๆ กันเหมือนกระต่ายตื่นตูม” ดังนี้ แล้วได้ทรงนำเรื่องกระต่ายตื่นตูมมา ตรัสเล่าดังนี้ ในอดีตกาลนานมาแล้ว

หัวข้อประเด็น

- ทางแห่งความดี

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๕๔ ทางแห่งความดี วศิน อินทสระ ข่าวลือ คนส่วนมากเชื่อง่าย เพียงได้ ฟังข่าวเล่าลือก็เชื่ออย่างปักใจ และ ชอบทำอะไรตาม ๆ กันโดยไม่ พิจารณาเหตุผล ย่อมได้รับความ ลำบากโดยเปล่าประโยชน์ เมื่อได้ นักปราชญ์ช่วยเหลือจึงพ้นจาก ความทุกข์ได้ ดังเรื่องต่อไปนี้ สมัยหนึ่ง พวกนักบวชนอกพระ พุทธศาสนา นิยมบำเพ็ญตบะอย่าง รุนแรงแสบเผ็ด เช่น การนอนบนหนาม การย่างตัวบนถ่านเพลิง เป็นต้น ถือมั่น ว่า นั่นคือการบำเพ็ญตบะเพื่อความ หลุดพ้น ภิกษุหลายรูปไปเห็นอาการนั้น ของพวกเดียรถีย์แล้วมาทูลถามพระ ผู้มีพระภาคเจ้าว่า สาระในการกระทำ เช่นนั้นของพวกเดียรถีย์มีอยู่หรือหนอ พระพุทธองค์ตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย! การกระทำเช่น นั้นของพวกเดียรถีย์ ไม่มีสาระเลย เมื่อ เลือกเฟ้นสอบสวนเข้าแล้วก็เท่ากับ หนทางที่เต็มไปด้วยหยากเยื่อ และทำ ตาม ๆ กันเหมือนกระต่ายตื่นตูม” ดังนี้ แล้วได้ทรงนำเรื่องกระต่ายตื่นตูมมา ตรัสเล่าดังนี้ ในอดีตกาลนานมาแล้ว ที่ริมทะเล แห่งหนึ่งมีดงตาลใหญ่อยู่แห่งหนึ่ง ใน ดงตาลนั้นมีต้นมะตูมขึ้นสลับอยู่ด้วย กระต่ายตัวหนึ่งอาศัยอยู่ที่กอตาลเตี้ย จุดหนึ่ง กอตาลเตี้ยนั้นอยู่ใต้ต้นมะตูม วันหนึ่งกระต่ายกินอิ่มแล้วนอนอยู่ใต้ กอตาล พลางคิดว่า ถ้าแผ่นดินทรุดจะ ทำอย่างไร จะวิ่งหนีไปอยู่ที่ไหน ขณะนั้นเอง มะตูมสุกผลหนึ่ง หล่นลงยังใบตาลเสียงดังประหลาดยิ่ง กระต่ายไม่เคยได้ยิน ประกอบกับมัน กำลังคิดอยู่ว่าแผ่นดินจะทรุด พอได้ยิน เสียงนั้นมันก็เชื่อเอาทีเดียวว่าแผ่นดิน ทรุดแล้ว มันจึงออกวิ่งอย่างไม่เหลียว หลัง กระต่ายเพื่อนมันตัวหนึ่งเห็นมัน วิ่งอย่างนั้น จึงร้องถามว่า “เฮ้ย วิ่งทำไมเหมือนวิ่งหนีลม” มันตะโกนตอบว่า “เฮ้ย อย่าถามเลย” แล้ววิ่งอย่าง เดิม กระต่ายเพื่อนมันก็วิ่งตามไป ตัวเดิม วิ่งไปร้องไปว่า “แผ่นดินทรุดแล้ว” ตัว ที่สองก็วิ่งตามไป กระต่ายตัวอื่น ๆ ก็ วิ่งตามกันไปเป็นอันมาก รวมประมาณ หนึ่งพันตัว สัตว์อื่น ๆ ที่ได้เห็น อาทิ กวาง สุกร ระมาด กระบือ โคลาน แรด เสือโคร่ง ราชสีห์ (สิงโต) ช้าง ต่างถาม กันจ้าละหวั่นได้รับคำบอกเล่าว่าแผ่นดิน ทรุดต่อ ๆ กันไป สัตว์ทั้งหลายก็พากัน วิ่งหนีเป็นพวก ๆ ป่าทั้งป่าสนั่นไปด้วย เสียงสัตว์ 7 Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More