ผู้สละ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2529 ฉบับที่ 6 หน้า 92
หน้าที่ 92 / 120

สรุปเนื้อหา

ก็หาผลไม้ป่าบริโภคมาบ้างแล้ว จึงมิได้ สนใจของต้อนรับของท่านอาจารย์ประ หลาดผู้นั้น เมื่อลิ้มรสผลไม้เหล่านั้นอย่าง ละผลสองผลแล้ว ก็นั่งซึมอยู่แต่ผู้เดียว นาน ๆ จะเหลือบมองเข้าไปในอาศรม แต่ประตูซึ่งเปิดไว้เพียงครึ่งเดียว ก็บัง เสียไม่อาจจะเห็นภายในตลอดได้ “พอตะวันบ่าย ท่านอาจารย์ออก มาจากอาศรม เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว จึง ชี้มือให้พ่อดูพรานป่า ๕ คน ซึ่งเดินตรง มาพอดี เมื่อคนเหล่านั้นเข้ามาใกล้ พ่อก็ จำได้ว่า เป็นอำมาตย์ในราชสำนัก ที่ไว้ วางพระหฤทัยของพระราชบิดา ๒ คน อีก ๓ คน คือพวกที่พาพ่อมาส่ง ณ สำนัก อาจารย์ทิศาปาโมกข์เมื่อสมัย ๗ ปีล่วง มาแล้ว และได้เคยมาติดต่อให้ความ สะดวกต่าง ๆ อย่างลับ ๆ แก่พ่อตลอดมา ทุกสำนักอาจารย์ พ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจ ในความสามารถของท่านอาจารย์ประ หลายนั้นมากยิ่งขึ้น ที่สาม

หัวข้อประเด็น

- ผู้สละ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

๘๔ ก็หาผลไม้ป่าบริโภคมาบ้างแล้ว จึงมิได้ สนใจของต้อนรับของท่านอาจารย์ประ หลาดผู้นั้น เมื่อลิ้มรสผลไม้เหล่านั้นอย่าง ละผลสองผลแล้ว ก็นั่งซึมอยู่แต่ผู้เดียว นาน ๆ จะเหลือบมองเข้าไปในอาศรม แต่ประตูซึ่งเปิดไว้เพียงครึ่งเดียว ก็บัง เสียไม่อาจจะเห็นภายในตลอดได้ “พอตะวันบ่าย ท่านอาจารย์ออก มาจากอาศรม เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว จึง ชี้มือให้พ่อดูพรานป่า ๕ คน ซึ่งเดินตรง มาพอดี เมื่อคนเหล่านั้นเข้ามาใกล้ พ่อก็ จำได้ว่า เป็นอำมาตย์ในราชสำนัก ที่ไว้ วางพระหฤทัยของพระราชบิดา ๒ คน อีก ๓ คน คือพวกที่พาพ่อมาส่ง ณ สำนัก อาจารย์ทิศาปาโมกข์เมื่อสมัย ๗ ปีล่วง มาแล้ว และได้เคยมาติดต่อให้ความ สะดวกต่าง ๆ อย่างลับ ๆ แก่พ่อตลอดมา ทุกสำนักอาจารย์ พ่อรู้สึกอัศจรรย์ใจ ในความสามารถของท่านอาจารย์ประ หลายนั้นมากยิ่งขึ้น ที่สามารถรู้และบอก ล่วงหน้าได้อย่างถูกต้องทุกประการ จิตใจที่อบรมฝึกหัดดีแล้ว มีอำนาจถึง ขนาดนั้นทีเดียวหรือ “เพื่อที่จะติดการพูดอ้อมค้อม ของพรานป่าปลอมทั้ง ๕ นั้น พ่อได้เล่า ให้ฟังว่า เรารู้ตัวอยู่ก่อนหน้าแล้วว่า พวกเขาจะมาบ่ายวันนี้ เกี่ยวกับเรื่อง การประชวรของพระราชบิดา อำมาตย์ เหล่านั้นพากันตลิ่ง และรีบเล่าราย ละเอียดแห่งการที่พระราชบิดาประสงค์ จะให้พ่อรีบกลับไป เพราะไม่ทรงไว้ พระหฤทัยในชีวิต “เมื่อได้ให้คนเหล่านั้นพักเหนื่อย พอสมควรแล้ว พ่อจึงเข้าไปกราบลา ท่านอาจารย์ด้วยความเสียดายยิ่ง ที่มีทัน ได้อยู่ในสำนักของท่านก็จะต้องรีบจาก ไป ท่านอาจารย์ได้กล่าวเตือนพ่อว่า “ดูก่อนราชกุมาร! ความมักใหญ่ ใฝ่สูงและมัวเมาในการที่จะมีอำนาจนั้น เป็นเหมือนก้อนเหล็กแดงใหญ่ที่ลูกร้อน เป็นเปลวรุ่งโรจน์ ซึ่งคนทั้งหลายเห็น เป็นดอกไม้อันน่าอุ้มชูเชยชม แล้วพากัน แย่งเข้ากอดรัด ผลที่ได้รับจึงพากันวุ่น วายเดือดร้อนหาความสุขมิได้ เพราะ ฉะนั้น เธอจะต้องระมัดระวังในการที่ จะหลงเข้าไปแบก หรือกอดรัดก้อนเหล็ก แดงนั้น “ดูก่อนราชกุมาร! ความสุข ที่ได้มาด้วยการยื้อแย่งกันนั้น เป็น เพียงสิ่งหลอกหลอน ตราบใดที่คน ยังวิ่งวุ่นหาความสุขช้างนอก ตราบ นั้นเขาก็จะได้รับแต่สุขที่ปลอมอยู่ เสมอ ความสุขที่แท้จริงนั้น อาจหา ได้ในจิตใจของเรานี้เอง ไม่ต้องไป ยื้อแย่งกับใคร ไม่มีปริมาณจำกัด “ดูก่อนราชกุมาร! คำใดของอา จารย์คนแรก ที่ตรงกันกับคำของเรา คำ นั้นขอให้เธอจำไว้เป็นพิเศษ “คำที่ตรงกันของท่านอาจารย์ ทั้งสอง ก็คือเรื่องให้พ่อไปพบกับอาจารย์ ใหญ่ในวิชารบ ด้านทักษิณแห่งประตู เมืองสาวัตถี” “เมื่อพ่อออกจากอาศรมของท่าน และรอนแรมไปจนถึงแคว้นสุรเสนะ เข้า เขตมธุราแล้ว ก็ตรงไปยังราชสำนักพระ ราชบิดา ในขณะนั้น พระองค์มีพระ อาการดีขึ้น แต่ก็ไม่มีหวังมากนักที่จะ หายเป็นปรกติ ทรงสำแดงพระอาการ ปีติโสมนัสเมื่อพ่อเข้าไปเฝ้า ทั้งยังรับ สั่งมอบหมายพระราชสมบัติ ถ้าหาก พระองค์เสด็จสวรรคต” “ข่าวการกลับของพ่อ เป็นข่าว ใหญ่ที่รู้กันทั่วไป และยิ่งมีข่าวว่า พระ ราชบิดาจะทรงมอบหมายราชสมบัติให้ พ่อปกครองสืบแทนพระองค์ด้วย ก็รู้สึก ว่า ได้ทำให้เกิดความตื่นเต้นแก่คนเป็น อันมาก ราชบุรุษได้จัดอำนวยความ สะดวกทุกประการ อย่างที่ขัตติยราช กุมารผู้เป็นรัชทายาทจะพึงมี “ดูก่อนสุรเสนะ! การที่พ่อจากไป สู่สำนักตักกสิลาหลายปีนั้น ก็เป็น ธรรมดาอยู่เอง ที่จะขาดการติดต่อกับ คนทั้งหลาย ยิ่งเงียบหายไปเฉย ๆ ไม่ ค่อยมีข่าวปรากฏ คนก็เดากันว่าพ่อ อาจตาย หรือเป็นอย่างไรไปก็ได้ หมู่ อำมาตย์ผู้หวังความเป็นใหญ่ก็หันไป เป็นบริวารของน้องชายต่างมารดาของ พ่อเป็นส่วนมาก พ่อได้ทราบจากราช บุรุษว่า ได้มีการเตรียมการกันอย่างลับ ๆ ที่จะให้น้องชายต่างมารดาของพ่อ ได้ ครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดา การ ซ่องสุมผู้คนและศัสตราอาวุธนั้นมีมา นานแล้ว เมื่อพ่อกลับมาและมีหวังได้ ครองราชย์เช่นนี้ จึงไม่เป็นที่พอใจของ กลุ่มอำมาตย์และราชบุรุษ ที่เป็นฝักฝ่าย ของน้องชายต่างมารดาของพ่อ แต่ อ่ามาตย์ที่ซื่อสัตย์ต่อพระราชบิดาก็มี เป็นอันมาก ที่พอใจจะสนับสนุนพ่อให้ เป็นกษัตริย์ พ่อได้ทราบการเคลื่อนไหว เพื่อช่วงชิงราชสมบัติอย่างลับ ๆ อยู่ ตลอดมา ถ้ากล่าวตามอัธยาศัยเดิม ของพ่อแล้ว การรบกันเป็นสิ่งที่พ่อชื่นชม เหลือเกิน ทั้งกลุ่มอำมาตย์ที่สนับสนุน พ่อก็ไปตั้งกองชักชวนบริษัทบริวาร เตรียมการป้องกันราชสมบัติไว้ด้วย เหตุการณ์ในกรุงมธุราจึงนับว่าสงบแต่ ภายนอกเท่านั้น แต่ผู้ที่รู้เรื่องภายในดี ก็พากันหวาดวิตกไปด้วยประการต่าง ๆ “พ่อต้องต่อสู้กับความรู้สึกสอง ฝ่ายอย่างหนักตลอดเวลา คือความรู้สึก Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More