ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปลายเท้า สำหรับพระภิกษุห้ามทำเด็ด
ขาด แต่สำหรับพวกเราชาวบ้านก็ไม่ห้าม
เวลาเดินผ่านหน้าผู้ใหญ่ ท่านกำลัง
สนทนาหรือกำลังทำอะไรกันอยู่ หรือ
เวลาเราต้องการเดินให้เสียงเบา ๆ
เราอาจจะกระโหย่ง แต่จริง ๆ แล้วไม่
จําเป็นต้องทำอย่างนั้นก็ได้ เดินเต็ม
ฝีเท้านี่แหละ แต่อย่าลงส้นแล้วก้ม
หลังสักนิดหนึ่งก็พองาม ไปเขย่งเก็งกอย
ไม่ค่อยน่าดู
ข้อ ๒๖ “ภิกษุพึงทำความศึกษา
ว่า เราจักไม่นั่งรัดเข่าในบ้าน”
คนนั่งรัดเข่า คือนั่งชันเข่าขึ้นมาชิด
อก กอดเข่าเจ้าจุก คอตกเข้าท่วมหัว
คล้ายจะบอกว่าคราวนี้ตายแน่ ๆ คือเป็น
อาการของคนเจ้าทุกข์ เราเข้าวัดกัน
มาขนาดนี้แล้วมีอะไรกระทบกระทั่งใจ
ขนาดไหนก็ต้องคุมสติให้มั่น ยึดคอ
ตั้งบ่าเอาไว้แล้วค่อยคิดค่อยพิจารณา
กัน เดี๋ยวก็มีทางแก้ไขจนได้ อย่าไปนั่ง
เป็นคนเจ้าทุกข์ เป็นปีศาจคร่ำครวญ
เป็นวิญญาณที่ปลงไม่ตกอย่างนั้น
เสียหายหมด
โบราณท่านว่า เวลาเราทุกข์
หนักอย่าไปกอดเข่าเจ้าจุก ให้เตือน
ตัวเองว่าอย่างนี้ “ยิ่งมืดแสดงว่ายิ่ง
อีก ยิ่งดึกก็แสดงว่าใกล้สว่างมากแล้ว”
เพราะฉะนั้น ที่ทุกข์เจียนตายอย่างนี้
ก็แสดงว่า เกือบแล้ว เกือบจะพ้นทุกข์
พ้นอุปสรรคแล้ว เตือนใจตัวเองได้
อย่างนี้เดี๋ยวก็ยืดคอขึ้นมาสู้อุปสรรค
ได้ มัวไปนั่งกอดเข่าเจ้าจุกอย่างนั้น
เสียเวลาเปล่า ๆ
อีกอย่างหนึ่ง ทุกครั้งที่เราประสบ
ปัญหาชีวิต ไม่รู้จะหันหน้าไปปรึกษาใคร
ให้ทำอย่างนี้ นั่งหลับตาลงไปเฉย ๆ
วางใจนิ่ง ๆ ที่ศูนย์กลางกาย ที่แรกใจ
จะยังไม่ยอมนิ่งหรอก ก็ปล่อยไปก่อน
มันจะขัดมันจะส่ายยังไงก็ช่าง ฝืนนั่ง
ไปสักพัก ถ้ายังฟังนักก็มีวิธีแก้ เช่น
เออ.. มันคิดได้ให้มันคิดไป ดูซิมันจะ
คิดไปได้สักแค่ไหน เดี๋ยวมันก็เขิน หยุด
คิดไปเอง
บางทีมันไม่ยอมหยุดจะทำอย่าง
ไร ก็ลองดู เอาลิ้นดันเพดาน กลั้นลม
หายใจพอมันจะตายมันก็ลืมความทุกข์
หมด ลืมความฟุ้งซ่าน แล้วจะเกิด
ความโล่งตามมาทีเดียว คราวนี้เราก็
เอาใจวางเข้าศูนย์กลางกายได้ พอใจ
วางเข้าศูนย์กลางกาย เดี๋ยวก็เป็น
สมาธิสว่างโพลงไปเลย ปัญหาที่ว่า
แก้ไม่ได้ เดี๋ยวก็เห็นช่องทางแก้ไข
จนได้ ค่อย ๆ คิด ค่อย ๆ ทำอย่างนี้จึง
จะถูกวิธี
ยังมีบางกรณี สอนก็ไม่เชื่อ ห้าม
ก็ไม่ฟัง มีเรื่องกลัดกลุ้มตีโพยตีพาย
มาเชียวคราวนี้ต้องตายแน่ ๆ ไม่มี
ใครในโลกจะทุกข์เท่าเราอีกแล้ว
อยากตายให้รู้แล้วรู้รอดไปถ้าเป็น
อย่างนี้ยังมีวิธีแก้อีก ๒ วิธี หลวงพ่อ
เคยใช้ได้ผลมาแล้ว
บางคนมีเรื่องทุกข์มากเลย
อยากตาย มาถึงหลวงพ่อ หลวงพ่อ...
ลูกอยากตาย.... เอ้า.... อยากตายจริงๆ
.... อยากตายจริง ๆ มันเป็นอย่างนั้น
อย่างนี้ อย่างโน้น พูดกันไม่รู้เรื่องแล้ว
ไอ้หมอนี่
เอ้าอยากตายจริง ๆ เดี๋ยวหลวงพ่อ
จะช่วย มา มานี่ เอาไอ้นี่ไปกิน 6 เม็ด
ไม่เกิน ๑๕ นาที ตาย เอาไหม เออ...
หมอนั่นใจถึง อยากตาย ส่งให้กินก็
กิน กินอะไรเข้าไป... ยาถ่าย... พอกิน
เสร็จ บอกให้กินน้ำอุ่น ๆ ตามมาก ๆ
๑๕ นาที เท่านั้นและ วิ่งตก ๆ เข้า
ห้องน้ำไปแล้ว พอมันพรวด ๒ พรวด
เท่านั้นแหละความเครียดหาย เดี๋ยวก็
พูดกันรู้เรื่อง
เพราะฉะนั้น พวกเรานะ ถ้ารู้สึก
เครียดหนัก ๆ แก้ไม่ตกละก็ ไปคว้า
ยาถ่ายก่อนเลย ระบายเสียสักหน่อย
เส้นมันยึด เดี๋ยวมานั่งสมาธิใจสบาย ๆ
คิดออก
อีกวิธีหนึ่ง ให้มันกินมันก็ไม่กิน
หาว่าเราหลอกเสียนี่ หลวงพ่อก็มีอีก
บอกไปเลย....เอ็งตายขณะใจเศร้าหมอง
อย่างนี้ ตกนรกนะ ตายแล้วตกนรกยิ่ง
ทุกข์กว่านี้อีก เอาอย่างนี้ เอาชนิด
ตายแล้วไปสวรรค์ เอาไหม... มี บางคน
มันเอา ตายแล้วได้ไปสวรรค์มันชอบ
แหละ”
เอ้า...ถ้าอย่างนั้นเข้าไปในโบสถ์ จุด
ธูปเทียนอธิษฐานตรงหน้าพระประธาน
เลยว่า “ข้าพเจ้าจะนั่งตายอยู่อย่างนี้
พักเดียวมันเมื่อย กลัวตาย
เสียทีลุกขึ้นกลับบ้าน บางคนนั่งไป
ได้พักหนึ่ง ใจสงบ เห็นช่องทางแก้ไข
ไปได้ กลับมากราบหลวงพ่อ ขอบคุณ
ครับ ผมคิดได้แล้ว.... อย่างนี้ก็มี
วิธีแก้ไขมีมากมาย เพราะฉะนั้น
ห้ามเด็ดขาดเลยว่า อย่าไปนั่งกอดเข่า
เจ้าจุกอย่างนั้น ถึงจะมีเรื่องเดือดร้อน
หนักหนาสาหัสอย่างไรก็อย่าไปทำ
ตั้งแต่เด็กแต่เล็กมาแล้วหลวงพ่อไม่
เคยทำเลย คอยังยึดตั้งอยู่บนบ่าตลอด
เวลา พวกเราอย่าไปเป็นกันนะ รักษา
บุคลิกลักษณะของเราไว้ให้ดี
(อ่านต่อฉบับหน้า)
Kalyanamitra.org
๔๗