ข้อความต้นฉบับในหน้า
๒๘
จากปาทเสน พระเจ้าข้า ข้าพระองค์ขอ
น้อมเศียรเกล้าเป็นประกัน
โปรดได้สดับ อันวิสัยศัตรูที่มุ่งเข้า
มาจะทําร้ายเช่นนี้ ย่อมแสดงทีท่าบอก
ให้รู้สักทีเดียว ยิ่งผู้ที่ตนจะคิดร้ายเป็น
พระมหากษัตริย์อันสูงศักดิ์ และเรื่อง
อำนาจเช่นพระองค์แล้ว ไยเล่าจะ
เดินลอยนวล มีหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสมา
เช่นนั้น ตามธรรมดาคนจะไปรับเสื้อ
จับข้างพับมัน จะมีมือเปล่าไปเช่นนั้น
หาได้ไม่ ได้โปรดพิจารณาด้วยพระปรีชา
ญาณให้สุขุมก่อน พระองค์ได้ทรงพระ
เมตตาเลี้ยงดูปาทเสนมาแต่ต้น
อะไรบ้างที่ปาทเสนสำแดงอาการร้าย
ต่อพระองค์ แม้ที่สุดการถวายความ
เคารพทั้งต่อหน้าและลับหลัง
มี
อนึ่ง ตลอดเวลาที่พระองค์ทรงชุม
เสียงนายทหารกล้าตาย เพื่อรักษาราช
อาณาจักร ขอให้พระองค์หวนระลึก
ว่า พระองค์เคยได้นายทหารที่ทรงกำลัง
เรื่องยุทธ สามารถ มีปัญญา ถวาย
ความจงรักภักดีดังปาทเสนบ้างละหรือ?
พระเจ้าข้า แม้ปาทเสนจะรู้แน่แก่ใจ
อยู่บ้างว่า พระองค์ไม่ทรงโปรดเขา
เหมือนแต่ก่อนแล้ว ปาทเสนก็ไม่เคย
แสดงความรู้สึกออกให้ใครรู้ นี้เป็นวิสัย
ของข้าที่จงรัก ยอมตายถวายเศียรเกล้า
ถ้าในหลวงจะทรงต้องประสงค์
อีกประการหนึ่ง ธรรมดาพระ
มหากษัตริย์ ย่อมเป็นนักรบโดย
ชาติ แม้จะได้องครักษ์ อยู่ลำพัง
พระองค์เดียว ก็จะไม่ยอมอ่อนน้อม
ยอมพ่ายให้แก่ไพร่เป็นอันขาด
ด้วยเสียพระเกียรติอันสูงที่ควรสงวน
ไม้ใหญ่ในอรัญมีกิ่งก้านสาขาแผ่
ออกไพศาล ย่อมยืนหยัดสู้กับลมร้ายที่
พัดมาอย่างแรงตลอดอายุ จะไม่ยอม
ราบลงกับพื้นดังไม้อ้อเลย เทวะ! เสือโคร่ง
แม้จะสิ้นเขี้ยวสิ้นเล็บ ก็ยังเผชิญหน้า
ต่อเนื้อสมันไม่ยอมก้มหัวให้ ดังนั้น
พาขุนพลปาทเสนเข้าเฝ้า และมิทันที่
ขุนพลจะกราบทูลแต่ประการใด พระเจ้า
อภัยทุฏฐคามินีก็พลันปราศรัยกับขุนพล
โดยมุ่งเอาสุรเสียงที่รับสั่งช่วยระงับ
ความกลัว ที่ทำพระกายให้สั่นสะท้านอยู่
ชัยทัตต์ ข้าพระองค์ ขอให้พระองค์ระงับ
ความสะดุ้งกลัว สงบพระอิริยาบถ วาง
พระองค์ให้สมกับเป็นยอดของชาวนคร
อนุราธปุรีประเสริฐกว่า เพราะธรรมดา
เสือผอมโซลิ้นกำลังแล้ว ฝูงเนื้อก็ยัง นี้”
“ปาทเสน! เธอมีกิจรีบด่วนอะไร
หรือ จึงได้มาหาฉันในเวลาค่ำรำไรเช่น
ด้วยธรรมดานักรบ ชอบที่จะเป็น
ผู้มีกำลัง แม้กองทัพธรรมก็ประสงค์รับคนที่
มีกำลังเป็นนักรบ เพราะ หู ตา
มือ เท้า ของคนแก่ เป็นอวัยวะที่
ไม่อยู่ในอำนาจ ไม่เชื่อฟังอำนาจของ
กำลังกาย กำลังใจ รวมทั้งกำลัง
ความรู้ ย่อมพ่ายแพ้กำลังความแก่ทั้งสิ้น
เกรงหวาดกลัว ไม่กล้าข้ามกราย
พระเจ้ากรุงอนุราธฯ กลับได้พระ
สติ ด้วยคำเตือนของชัยทัตต์อำมาตย์ผู้
ใหญ่ จึงข่มพระทัยเสรับสั่งไปว่า
“โน่น! ดูเหมือนขุนพลปาทเสน
เข้ามา ชัยทัตต์ไปบอกให้เขาเข้ามาพบได้
ฉันอนุญาต”
ชัยทัตต์นึกขมน้ำพระทัยเจ้าชีวิต
ของตน ที่ยังทรงวางพระทัยเชื่อในคำทูล
เตือนของตน จึงถวายบังคมแล้วออกไป
“ขอพระองค์จงทรงพระชน
มายุยืนนาน” นี่เป็นถ้อยคำประโยค
แรกที่ปาทเส้นกราบทูลถวายพระเกียรติ
โดยมิต้องยั้งคิด แล้วกราบทูลต่อไปว่า
“อาชญาไม่พ้นเกล้าฯ ที่ข้าพระบาท
ต้องมาเฝ้าในเวลาเช่นนี้ ด้วยมีความ
ประสงค์จะกราบถวายบังคมลาออกไป
เป็นนักรบในกองทัพธรรม ข้าพระองค์ได้
เป็นนักรบในกองทัพของเมืองอนุราธปุรี
ซึ่งมีพระองค์เป็นจอมทัพ แม้จะได้ล้าง
Kalyanamitra.org