ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปีที่แล้ว ก็ยอมเค้านิดหนึ่งว่า ถ้ามาวัด
ปฏิบัติธรรมแล้วแม่จะพาไปเที่ยว แต่
ตอนนี้ก็พยายามคอยบอกให้เค้าเห็น
ความสำคัญว่าการเที่ยวต่าง ๆ นั้น เป็น
ความสุขฉาบฉวยชั่วครั้งชั่วคราว แต่ถ้า
เค้าได้ธรรมะก็จะพบกับความสุขที่แท้จริง
คือเราจะพูดให้เค้าเข้าใจทีเดียวอย่าง
พูดกับผู้ใหญ่ไม่ได้ ก็ต้องให้เวลาเค้า
บ้าง"
ทว่า เวลาที่คุณหมอเล่าถึง ได้
ล่วงเลยมาเกือบ 6 ปีแล้ว วันนี้ของ
เด็กชายหญิงทั้งสี่ คือเป็นยุวกัลยาณมิตร
ที่มีความสุขกับการพบกายธรรมในตัว
มีความสนุกสนานกับเพื่อนยุวฯ ในวัย
เดียวกัน และวัดไม่ได้เป็นสิ่งแปลกใหม่
สําหรับพวกเขาแต่อย่างใด หากเป็น
เสมือนบ้านอีกแห่งหนึ่ง ที่ให้ความสุข
ความอบอุ่นไม่น้อยกว่ากัน
แม้ว่า พวกเขาทั้งสี่จะมีความสุข
สงบอย่างแท้จริงในโลกของตน แต่ยาม
ที่ต้องไปพบปะกับผู้ที่ไม่เคยได้สัมผัส
รสแห่งความสุขเหล่านี้ อาจก่อให้เกิด
ปัญหาบ้างในช่วงแรก
“คือเพื่อน ๆ ของลูก เค้าจะเห็น
เป็นของแปลก พอเพื่อน ๆ ชวนไปไหน ๆ
วันอาทิตย์ น้องแก้มก็บอกเพื่อนว่า
วันอาทิตย์ต้องไปวัด เพื่อน ๆ ก็หัวเราะ
กันใหญ่ พี่ก็ต้องบอกลูกว่า ไม่เป็นไร
หรอก เรามาวัดเป็นสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้น
ลูกไม่ต้องอายใคร เค้าก็ต้องใช้เวลา
ปรับตัว เดี๋ยวนี้เพื่อน ๆ ก็ยอมรับแล้ว
ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก ตอนหลัง ๆ นี้
เค้าก็ชวนเพื่อน ๆ ทำบุญด้วย
ส่วนลูกกอล์ฟเวลามาวัด ก็เจอ
เพื่อนที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกัน เค้าก็
เป็นกัลยาณมิตรต่อไป”
"คุณย่า" ที่คุณหมอกล่าวถึง
คือ คุณผกามาศ เดียวตรานนท์
มารดาของคุณประทีป ที่มีแววตาแจ่มใส
อิ่มเอิบด้วยอานิสงส์ผลบุญที่ได้บำเพ็ญ
เพียรเรื่อยมา ตั้งแต่เยาว์วัย โดยเฉพาะ
ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๐๐ เป็นต้นมา ท่าน
จะไปทำบุญทอดผ้าป่า ทอดกฐินเป็น
ประจำทุกปีตามวัดต่างจังหวัด คุณยาย
กล่าวว่า
“ในชีวิตอายุ ๖๐ กว่าปีแล้ว ก็
ทำบุญมาตลอด ตั้งแต่เล็กจนโต เพราะ
คุณแม่ทำบุญมาก เราก็ดำเนินรอยตาม
น้ำเสียงของท่านขณะที่กล่าว
กังวาน ชัดเจน
ยังคง
“แต่ที่ได้ไปวัดพระธรรมกาย
ในวันนั้น (วันวิสาขบูชา) รู้สึกซึ้งใจ
จริง ๆ มีความรู้สึกว่า ได้สัมผัสกับ
รสพระธรรมที่แท้จริงนะคะ ปรกติ
ทำบุญนี่เราทำมากอยู่แล้ว แต่ทีนี้
เรายังไม่ซึ้งกับรสพระธรรม ยังได้
เห็นหลวงพ่อ ทำให้เกิดความเลื่อม
ใสศรัทธามากขึ้น อยากจะไปวัด
ปกตินี่ชอบทำบุญนะคะ แต่ค่อน
ข้างจะขี้เกียจไปวัด”
กล่าวด้วยความรู้สึกอิ่มเอิบ
ในผลบุญที่ตั้งใจทำในวันวิสาขบู
ชา
“คุณย่าตั้งใจว่า ต่อไปนี้ จะไป
ที่วัดพระธรรมกายเป็นประจำแล้วนะคะ
ยังไปชวนครอบครัวคุณยายน้องโอ๋
(ด.ญ.ขนาทิพย์ หลานของคุณ
เลยไม่รู้สึกว่าแปลกกว่าคนอื่น ๆ พอเค้า ประทีป) ไปวัดด้วย” คุณหมอว่าสุณี
นั่งสมาธิได้ดี ก็มาแนะนำให้กับคุณย่า
อธิบายเพิ่มเติม
ยิ้มรับ
“ค่ะ ตั้งใจไว้อย่างนั้น” คุณย่า
“ในชีวิตก็คิดว่า เห็นจะเป็นครั้งแรก
นะคะ ที่เห็นพระตั้งหลายพันรูป ได้
ทำบุญใหญ่ในวันนั้น ก็คิดว่า พอแล้ว
ในชีวิต เป็นบุญที่เราคิดว่า ตายไปแล้ว
ก็สบายใจ กลับมาบ้านแล้วยังมองเห็น
ภาพ รู้สึกอิ่มใจ”
“คุณย่ามีหลักในการเลี้ยงดูบุตร
อย่างไรหรือครับ? ถึงได้ประสบความ
สำเร็จในชีวิตทุกคน” คุณขจร บรรณา
ธิการบริหารวารสารกัลยาณมิตร อด
สงสัยไม่ได้ ในความสามารถของบุตรทั้ง
สาม ซึ่งได้รับทุนในการศึกษาเรื่อยมา
ทั้ง ๓ คน และสำเร็จการศึกษาชั้น
เกียรตินิยม (คนโตคือ นายแพทย์
ปรียา ศัลยแพทย์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังใน
ปัจจุบัน ได้สมรสกับคุณพรทิวา ทำงาน
เป็นผู้จัดการอยู่ที่บริษัท พีแอนด์เอส
แบบไรท์ จำกัด บุตรคนที่ ๒ คือ คุณ
ประทีป สำาเร็จการศึกษาทางวิศวกรรม
เครื่องกลจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และปริญญาโทจากสหรัฐฯปัจจุบันเป็น
นักธุรกิจที่มีความสามารถบริหารงาน
ทั้งบริษัท เซฟตี้ ทรานสปอร์ต, บริษัท
ศรีไทย ทรานสปอร์ต, บริษัท ศรีไทย
อลายด์ เทรดดิง และบริษัท ทรานคอน
เทนเนอร์ ไทยแลนด์ สมรสกับแพทย์หญิง
วาสุณี อาจารย์คณะแพทยศาสตร์รามา
ธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และบุตรชาย
คนเล็ก คือดร.ปราโมทย์ กรรมการผู้
จัดการบริษัท นวรส จํากัด สมรสกับ
แพทยหญิงพิมพา )
“ก็เลี้ยงธรรมดา ๆ นี่ละค่ะ” น้ำเสียง
ของคุณย่าแช่มชื่นยิ่งนัก “เลี้ยงเด็ก
สมัยก่อนง่ายกว่าสมัยนี้ คือสิ่งแวดล้อม
ในทางเสียก็มีน้อย อาจเป็นด้วยบุญกุศล
Kalyanamitra.org
and