ข้อความต้นฉบับในหน้า
ไปอยู่กับญาติห่างๆ
บ้านของคุณอา สวยงาม ให้ลูก
สาวลูกชายอยู่กันสองคน อามีร้านขาย
สุรากาแฟและของเบ็ดเตล็ดอีกพอสมควร
แต่ด้านหนึ่งแบ่งให้เช่าขายส้มตำและ
ขายได้ตลอดทั้งวัน ข้าพเจ้าเรียนภาคเช้า
พอบ่ายก็รีบกลับมาช่วยงานในร้าน
แต่เพราะเคยอยู่กับพี่ ๆ ไม่ค่อยได้ทำ
อะไรนัก คุ้นเคยแต่ท้องไร่ท้องนา ต้อง
มาค้าขาย มันก็เซ่อซ่าซุ่มซ่าม ต้อง
ท่างานทุกอย่างและต้องเลี้ยงสุนัขอีก
5 ตัว เวลานั้นแม่ให้เงินครั้งละ ๒๐-๓๐
บาทต่อ ๒ อาทิตย์ ข้าพเจ้าไม่เคยซื้อ
อาหารกลางวันทานเลย กลับมาบางวัน
ก็ได้ทานข้าว บางวันก็ไม่ได้ทาน เวลา
หิวก็ทานกล้วย กลางคืนท่าการบ้านก็
ไม่กลับ ปรากฏว่ากลับมาเขาล็อคประตู
หมด ต้องปีนต้นชมพู่เข้าทางหน้าต่าง
ถึงแม้อาจะไม่ค่อยใส่ใจกับข้าพเจ้านัก
แต่อาก็ไม่เคยเกรี้ยวกราด อามีเหตุผล
เสมอ ทั้งขาและพี่สาวก็มีศิลปะการพูด
ที่อ่อนหวาน ข้าพเจ้าจึงรักและเคารพ
และไม่เคยแข็งขึ้นกับท่านเลย ตลอดเวลา
ที่อยู่กับอา ใจมันอยากจะไป ๆ ให้ไกล
ที่ไหนหนอที่มีความอบอุ่น ความ
สุขที่เปี่ยมล้น อีกใจก็อยากจะเรียน ๆ
ให้สูงที่สุด
พอจบ ม.๓ จึงย้ายไปอยู่กับลุงอีก
จังหวัดหนึ่ง ที่นี่ข้าพเจ้าได้รับความ
อบอุ่นขึ้นบ้าง เพราะลุงรักและทุกคนก็ดี
กับข้าพเจ้ามาก แต่ข้าพเจ้าเริ่มพิจารณา
ชีวิตและอนาคต พ่อแม่ก็ไม่ร่ำรวย เรา
น่าเสียดาย...บางคน
ล้อมกรอบให้ตนเอง ไม่ยอมรับ
ไมตรีจากผู้อื่น และไม่ยอมให้ไมตรี
กับใคร บางคนรู้คุณค่าน้ำใจ
ของเขาต่อเมื่อสูญเสียเขาไปแล้ว
เดี๋ยวนี้เวลาเห็นกล้วยน้ำว้า
ทานกล้วย เดี๋ยวนี
แล้วสะท้อนหัวใจอย่างบอกไม่ถูก เวลา
ที่จะได้เป็นของตัวเองก็หลังจาก 5 ทุ่ม
ล่วงไปแล้ว ภายในบ้านที่สวยงามแต่
เงียบเหงา เพราะพี่สาวพี่ชายกลับดึก
หรือไม่กลับ ขาทั้งสองก็อยู่ที่ร้าน ถึงแม้
ข้าพเจ้าจะกลัวยา ก็ยังเคยหนีเที่ยว
ไปดูหนัง บางครั้งพี่สาวคิดว่าข้าพเจ้า
จะเรียนไปถึงไหน เคยคิดว่าเรียนจบแล้ว
จะทดแทนพระคุณท่านและทุกคนที่ดี
กับเรา แต่ข้าพเจ้าก็เห็นบางคนเรียน
จบยังไม่ทันไร หรือบางคนยังไม่จบ
ก็ตายจากไป ตัวเราจะตายเมื่อไร
ใจและกำลังกายให้กับกิจกรรมของ
โรงเรียน แต่แล้วก็ต้องผิดหวัง เมื่อถูก
กล่าวหาว่าเป็นพวกหัวรุนแรง
°
ฯลฯ
จบ ม.5 เกรดมีแต่ ๑ กับ ซึ่งแต่เดิมนั้น
เรียนดีมาโดยตลอด แต่ก็สะใจชีวิตตนเอง
ดีเหมือนกัน ดังนั้น เมื่อจบ ม.5 จึงไม่
ไปสอบอะไรเลย ตั้งใจเรียนรามฯและหา
งานทํา
ขณะที่เรียนอยู่ ม.๓ ก็เคยไปเป็น
เด็กหาลูกค้าซื้อนมสดที่ตามหมู่บ้าน
๐ บาท ครั้ง
(ทำวันอาทิตย์) ได้วันละ
แรกให้แม่หมดเลย รู้สึกภูมิใจมาก แต่
ต่อมาก็ไม่เคยให้อีกเลย เคยไปเป็น
แคชเชียร์ร้านอาหาร เคยแม้กระทั่งพาย
เรือขายปลาหมึก หมูย่าง หรือบางครั้ง
ก็ขายน้ำแข็งใส ขายอ้อย ขายฝรั่ง ทั้ง
งานวัด ในตลาด และหน้าโรงหนัง
ข้าพเจ้าและเพื่อนทำงานนี้ได้โดยไม่
อายใคร เพราะเราถือว่าเราไม่ได้ทำผิด
ทำไมจะต้องอาย และก่อนที่จะมาเป็น
กัลยาณมิตร ข้าพเจ้าก็ขายประกันชีวิต
อยู่ระยะหนึ่ง ได้ลูกค้าเป็นที่ชื่นชอบ
ของหัวหน้า ข้าพเจ้าเองก็มีรายได้น่า
พอใจ แต่ทุก ๆ วันข้าพเจ้าต้องถามตัวเอง
ว่า ความสุขคืออะไร ความสุขอยู่ที่การ
มีเงินเยอะ ๆ หรือ คนไม่มีเงินก็พยายาม
ทำงานหาเงิน คนที่มีเงินก็พยายามใช้
เงินซื้อ ๆ จะซื้อแม้กระทั่งใจและชีวิตคน
แต่สำหรับข้าพเจ้าผู้ซึ่งขาดแคลนเงิน
มาโดยตลอด แต่เงินไม่ใช่สิ่งที่ข้าพเจ้า
ต้องการนักหรอก เพราะข้าพเจ้าพาชีวิต
ผ่านพ้นอุปสรรคมาได้นั้น ไม่ใช่เพราะ
เงิน แต่เพราะความรัก ความเมตตาจาก
บุพการี จากครู-อาจารย์ และจากเพื่อน
ก็ไม่รู้ ความห่างไกล ความรู้สึกโดดเดี่ยว | บางครั้งก็จากท่านผู้มีน้ำใจหยิบยื่นไมตรี
และความคิดถึงกอปรกับอยากทำให้
ชีวิตมีคุณค่า ก็เลยหันมาทุ่มเทกำลังทั้ง
ให้ มันอาจจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ และ
น้อยนิดสำหรับเขา แต่มันได้หล่อเลี้ยง
Kalyanamitra.org
ber.