ข้อความต้นฉบับในหน้า
การสัมมนาศาสนาสังวาทะ ของ ACRP ครั้งที่ ๔
ส่วนศาสนาสังวาทะในปัจจุบัน มีลักษณะพิเศษ พุทธศาสนามีคำสอนเกี่ยวกับความเมตตาอย่างไรบ้าง
แตกต่างจากในอินเดียยุคนั้นคือ ทุกศาสนาจะหันหน้า ศาสนาอิสลามและศาสนาคริสต์มีคำสอนอย่างนี้บ้างไหม
มาพูดคุย และร่วมมือกันลดความขัดแย้ง เพื่อสร้าง โดยสรุปคือแต่ละศาสนามาพูดคุยถึงคำสอนที่เหมือนกัน
สันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกและเพื่อที่จะให้บรรลุเป้าหมายนี้ และแตกต่างกันอย่างไร
ที่ประชุมของ ACRP ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุด
ระดับที่ ๓ การสังวาทะในระดับจิตวิญญาณ
หนึ่ง มีบาทหลวงชาวออสเตรเลียท่านหนึ่งเป็นประธาน (Dialogue of Spiritual) เป็นการสังวาทะในการกระทำ
ให้ทำหน้าที่ปรึกษาหารือกัน หาวิธีการที่เหมาะสมเพื่อ ที่ไม่สามารถหาคำพูดมาบรรยายได้ เช่น ทำสมาธิแล้ว
จัดการสังวาทะระหว่างศาสนา คณะกรรมการชุดนี้
เลือกใช้วิธีสังวาทะของบาทหลวงชาวศรีลังกาชื่อดร.เวลีย์
อารีอาร์จาห์ (Dr. Wehley Ariarjah) ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่
คนหนึ่งขององค์กร WCC ดร.เวลีย์ ได้ให้แนวทางว่า
การสังวาทะในยุคใหม่ควรกระทำใน ๔ ระดับด้วยกันคือ
ระดับที่ ๑ การสังวาทะในระดับชีวิต (Dialogue
of life) ซ
ซึ่งเป็นเรื่องความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน และ
ความมั่นคงของศาสนิกชนของทุกศาสนา เพื่อการมี
ชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข
มีความรู้สึกอย่างไร เพราะคำอธิบายนั้นไม่สามารถทำ
ให้ผู้ฟังเข้าอกเข้าใจความรู้สึกนั้นได้ เป็นความรู้สึกที่ไม่
อาจสื่อสารด้วยคำพูด หรือด้วยการแสดงอื่นใด นอก
จากจะลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง
ระดับที่ ๔ การสังวาทะในระดับกิจกรรมของศาสนา
(Dialogue of Activity) ส่งเสริมให้แต่ละศาสนามี
กิจกรรมร่วมกัน เพื่อจรรโลงสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามให้แก่
โลกนี้ การสังวาทะระดับนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก
การทำกิจกรรมร่วมกันจะทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกัน และ
ระดับที่ ๒ การสังวาทะในระดับคำสอนของศาสนา จะเป็นสื่อนำสันติภาพไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก ผู้ที่
(Dialogue of Doctrine) เป็นการศึกษาปรัชญาพื้นฐาน จะมาทำหน้าที่ศาสนาสังวาทะได้นี้ จะต้องมีความรู้
ที่มีความคล้ายคลึงกันของศาสนาต่าง ๆ เช่น พระ ความเข้าใจในศาสนาที่ตนเองนับถือ และศาสนาอื่นเป็น
เมษายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๕๓