ข้อความต้นฉบับในหน้า
66
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ฯ (๓ ครั้ง)
สุภานุปสฺส วิหรต
โภชนมฺหิ อมตฺตญฺญุ
ต๋ เว ปสหตี มาโร
อินทริเยสุ อ วุต
กุสีต์ หีนวีริย์
วาโต รุกข์ว ทุพพลนฺติ ฯ
ณ บัดนี้อาตมภาพจักได้แสดงในสังวรคาถา วาจาเครื่องกล่าว
ปรารภความสำรวมระวัง เพราะเราท่านทั้งหลาย ทั้งหญิงและชาย คฤหัสถ์
บรรพชิตทุกท่านถ้วนหน้า เมื่อได้มาปฏิบัติในพระพุทธศาสนา ถ้าปราศจาก
ความสำรวมระวังแล้ว ก็เป็นประพฤติดีปฏิบัติดีไม่ได้ ถ้าว่าไม่ปราศจาก
ความสำรวมระวังแล้ว เป็นอันประพฤติดีได้ ปฏิบัติดีได้ เหตุนั้นเราท่าน
ทั้งหลายควรตั้งอยู่ในความสำรวมระวัง ความสำรวมระวังนี้พระพุทธองค์
รับสั่งนัก ตักเตือนอุบาสก อุบาสิกา ภิกษุสามเณรในธรรมวินัยเพื่อจะให้
ตรงต่อมรรคผลนิพพานทีเดียว
จะไปสู่มรรคผลนิพพานไม่ได้ ต้องเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในกามภพ รูปภพ
อรูปภพ ไม่รู้จักจบจักแล้ว ต้องเวียนว่ายของขัดอยู่ในวัฏฏะทั้งสาม คือ
วิปากวัฏฏะ กรรมวัฏฏะ กิเลสวัฏฏะ พ้นจากวัฏฏะไปไม่ได้ จะไปจากวัฏฏะ
ได้ต้องอาศัยความสำรวมระวัง
ถ้าแม้ว่าปราศจากความสำรวมระวังแล้ว
ที่พระองค์รับสั่งตามวาระพระบาลีว่า สุภานุปสฺส วิหรนต์ อินทริเยสุ
อสวุฒิ โภชนมหิ อมฤตญญ์ กุสต์ หินวีริย์ ต์ เว ปสหยี มาโร มารย่อม
รังควานบุคคลนั้นได้คือผู้ไม่สำรวมในอินทรีย์ ผู้เห็นตามซึ่งอารมณ์อันงาม
สุภานุปสฺส วิหรนต์ ผู้เห็นตามซึ่งอารมณ์อันงามอยู่ ไม่สำรวมในอินทรีย์
ทั้งหลาย ไม่รู้จักประมาณในโภชนะการบริโภคอยู่ กุสิต หินวีริย์ จมอยู่
ด้วยอาการอันบัณฑิตพึงเกลียดคือ ไม่มีศรัทธา เกียจคร้าน จมอยู่ด้วยอาการ
อันบัณฑิตพึงเกลียด หินวีริย์ มีความเพียรเลวทรามนั้น มารรังควานได้
วาโต รุกข์ว ทุพพล เหมือนลมเมื่อพัดมาแต่เล็กน้อยเท่านั้น ต้นไม้ที่ใกล้
จะทลายอยู่แล้ว ไปกระทบลมเข้าจากทิศทั้งสี่แต่อย่างใดอย่างหนึ่งก็โค่นล้ม
ลงไปง่าย ๆ เพราะมันใกล้จะล้มอยู่แล้วนั้น อันนั้นก็เหมือนกัน สุภานุปสฺสี
วิหรนต์ อินทริเยสุ สวุฒิ โภชนมหิ มตฺตญฺญู สทฺธ์ อารทธ วีริย์ ต์ เวนปปสห
มาโร วาโต เสลัว ปพพ มารย่อมรังควานบุคคลนั้นไม่ได้เพราะสำรวม
เพราะเห็นตามอารมณ์อันไม่งามอยู่ อสุภานุปสฺสี เห็นตามอารมณ์อันไม่
เมษายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๓