ข้อความต้นฉบับในหน้า
อีกมุมหนึ่ง
ไล่ตั้งแต่ตอนล่างของหน้าบันนะ เป็นภาพทิว
ทัศน์แฝด เหมือนเราส่องกระจกไง โดยถึง
กลางของภาพจะมีบ้านหน้าจั่วโค้ง คนอยู่ ของซุ้มประตูกำแพงแก้ว
กลางลานบ้าน และแจกันกระถางต้นไม้เป็น
เส้นแบ่ง
แต่ละข้างจะเป็นภาพวิวเหมือนกัน
เริ่มด้วย สิงโตหันหน้าเข้าหากันแล้วเรียงออก
ไปทั้งซ้ายขวา จัดเหมือน ๆ กันคือ คนขี่ควาย
เซียน กิเลน (คนธรรมดาคงกิเลนไม่ได้นะ
เพราะมันฤทธิ์เยอะ) นอกจากนี้ก็มีกวางดาว
กิเลน วัว ควาย บ้านช่อง ต้นไม้ ลำธาร ภูเขา
ส่วนหน้าบันตอนบน ประดิษฐ์เป็นรูป
เครื่องบูชาแบบจีน โดยตรงกลางมีดอกเบญจ
มาศในแจกัน สองข้างเป็นมังกร หงส์ นกยูง
อีกข้างละคู่ ล้วนหันหน้าเข้าหาแจกัน ที่เก๋
กว่านั้น คือมีกระเช้าห้อยลงมาจากยอดหน้าบัน
ในกระเช้ามีผลไม้มงคล เช่น ส้มมือ ทับทิม
ลูกท้อ น้ำเต้า และอาวุธจีนผูกโบว์เสียด้วย
สงสัยเอาไว้ที่มือคนที่จะหยิบผลไม้ที่เขาตั้งใจ
ถวายเป็นพุทธบูชากระมัง ตามขอบหน้าบัน
เข้าเขตพระอุโบสถ
ยังประดับกระเบื้องถ้วยแต่งเป็นดอกเป็นดวง
ใต้มุมหน้าบันลดชั้นล่าง ยังมีปลาตัวใหญ่อ้า
ปาก ในหนังสือว่าเป็นกระเบื้องเนื้อกังใสเชียวนะ
ประดับอยู่ทั้งสี่ทิศ สิ่งเหล่านี้ยังคงงดงามอยู่ได้
ก็เพราะอยู่สูงไกลมือมารที่ชอบขโมยชอบทำลาย
ไงจ๊ะ
ฉันขึ้นบันไดด้านข้างเพียง ๒ ชั้น ก็ถึง
พื้นระเบียงหินอ่อนรอบพระอุโบสถ มีตุ๊กตา
จีนกระเบื้องเคลือบขนาดใหญ่สูงราว ๒ เมตร
๓
๓
เศษ เฝ้าประตูทางเข้าพระอุโบสถ กล่าวคืออยู่
ทางมุขด้านหน้า ๓ ตัว มุขหลัง ๒ ตัว (เข้าใจ
ว่าเดิมคงมี ๓ ตัวเท่ากัน) แต่งตัวด้วยลายเสื้อ
ผ้าที่ต่างกัน หน้าตาดูคล้าย ๆ กัน เพียงใช้สีสัน
แต่งแต้มให้ต่างกันบ้างเท่านั้น น้าน้อยว่าท่าน
เจ้าอาวาสเพิ่งจ้างเขาซ่อม เพราะผู้ร้ายใจทมิฬ
ทุบตีเอาหัวเอามือเอาไม้กระบองไปเมื่อปี ๒๕๑๙
นี่ถ้ายกไปทั้งตัวได้ คงไม่เหลือให้ฉันเสียความ
รู้สึกเท่าใดนัก คงยกไม่ไหวนั่นแหละ จึงได้แต่
เมษายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๗