ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตามลักขณ์เที่ยว
เริ่มลงตั้งแต่ฉบับที่ ๕๙ ปีที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๓
วัดราชโอรสฯ
EZY VISAGE
(ต่อจากฉบับที่แล้ว)
สวัสดี เบญจ์ที่รักยิ่ง
วันนี้ ฉันจะพาเบญจชม
พระอุโบสถเสียที เล่าเฉียดไป
เฉียดมาหลายครั้งแล้ว ก็น้าน้อย
มประตู -
น่ะซิ พาฉันผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ยังไม่ได้เข้าชม
สักที เล่นเอาเบญจ์ต้องคอยเด็กไปด้วยเหมือน
กัน แล้วดูซิ! ราวกับน้าน้อยจะแกล้งยั่วฉันนั้น
แหละ พอฉันจะเข้าชมพระอุโบสถ (หลังจาก
ชมพระวิหารพระยืนและศาลาการเปรียญแล้ว) พระพุทธไสยาสน์ หลังคา
น้าน้อยก็พูดยิ้ม ๆ ว่า
“เออ ลักขณ์ น้าว่าหลานควรเดินรอบ ๆ
กำแพงแก้วก่อนดีกว่า จะได้เข้าใจการวางผัง
ในวัดไงล่ะว่า ท่านวางอาคารต่าง ๆ ยักเยื้อง
อย่างไร จึงมองได้ระยะงาม
ฉันจำต้องเดินโดยดึงพี่นิภาไปเป็นเพื่อน
เดินเสียเมื่อยขาเลยกว่าจะครบรอบ แต่ก็ทำให้
รู้ว่ากำแพงแก้วด้านหน้า เมื่อสุดทางทั้งซ้าย
ขวาก็หักมุมตั้งฉาก เพื่อโอบพระอุโบสถโดย
แล่นขนานคู่กันไปทางทิศตะวันตก จนถึงตอน
๘๔ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๕
แพงแก้ว เขตพระวิหาร
หลังของพระอุโบสถ จึงหักมุมผาย
ออก ๙๐ องศา แยกไปทางเหนือ
และใต้เหมือนเรากางแขนงั้นแหละ
พอสุดปลายแขนปลายนิ้วทั้งสอง
๓
ข้างก็หักมุมฉากเป็นครั้งที่ ๓ วิ่งผ่านด้านข้าง
พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ (ซึ่งต่อไปฉันขอเรียก
ง่าย ๆ อย่างชาวบ้านว่า “พระวิหารพระนอน”)
แล้วจึงต่างเลี้ยวเป็นมุมฉากครั้งสุดท้าย เพื่อ
อ้อมมาชนกันตรงซุ้มประตูกำแพงแก้วด้านหลัง
ทรงเก๋งจีนลดหลั่น ๓ ชั้น พระวิหารฯจึงกล่าวได้ว่าทั้งสองอาคารอยู่กำแพง
แก้วเดียวกัน โดยมีพระอุโบสถซึ่งมีขนาดเล็ก
กว่าตั้งอยู่หน้าพระวิหารพระนอนจะ
ไหน ๆ ก็พูดกำแพงแก้วแล้ว ก็ต้องเอ่ย
ถึงประตูทางเข้าสักหน่อย ไม่งั้นก็เข้าข้างในไม่
ได้ซิจ๊ะ ประตูรอบกำแพงแก้วมี 5 ประตู แต่ละ
ประตูจะอยู่กึ่งกลาง ความยาวของกำแพงแก้ว
แต่ละช่วง เหนือประตูทำเป็นซุ้มหลังคาขนาด
ใหญ่ทรงเก๋งจีนลดหลั่นกัน ๓ ชั้น เขียนลวดลาย
สีสดใส และมีลายปูนปั้นเป็นรูปผลไม้สิริมงคล