ข้อความต้นฉบับในหน้า
Tarn ยังใช้ตำราภาษาต่างประเทศอื่น เช่นของ
Tranckner แปลจากบาลี และหลุยส์ ฟิโนต L.Finatles
questions de Milinda และของชราเดอร์ Scharader,
Die Fragen des Konigs Menandros และต้นฉบับ
เกี่ยวกับพระยามิลินท์ ของ PPelliot, Les noms propers
dans les traduction chinoises du Milindapanha
ซึ่งใช้ต้นฉบับภาษาจีน และตำราอื่น ๆ ที่สำคัญทั้ง
หมดเกี่ยวกับมิลินทปัญหา
มิลินทปัญหานั้น จริง ๆ แล้วแบ่งเป็นสองส่วน
ด้วย กล่าวได้ว่า อาจจะประพันธ์เพิ่มเติมเสริมแต่งกัน
อย่างน้อยทำให้ค่าตอบเด็ดขาดลงไป มีลักษณะเป็น
การประลองความรู้กันมากกว่า
ส่วนที่สองหรือภาคสองนั้น การสนทนาเพื่อเอา
ชนะคะคานของพระยามิลินท์ได้พัฒนาจากการเอาชนะ
ไปสู่การยอมรับ ตลอดจนส่วนที่ ๒ นี้เป็นการแสวง
หาสัจธรรมมากกว่า เป็นการให้ความรู้อย่างลึกซึ้งต่อ
ผู้อ่านอีกด้วย
ในส่วนตัวของกระผมมีความเชื่อว่า การที่มีกา
บันทึกบทสนทนาธรรมนี้เป็นเรื่องปกติ เพราะเท่ากับ
เป็นการสร้างตำราทางปรัชญา และบทบันทึกนี้จะต้อง
ภายหลัง เพื่อให้เกิดอรรถรสธรรม แต่ผู้ประพันธ์นั้น ผ่านมือของพ่อค้าวาณิชจำนวนมาก รวมทั้งน่าจะเป็น
เชื่อกันว่าดั้งเดิมพวกกรีก หรือที่เรียกว่าพวกโยนกที่
เมืองสังคละ อันเป็นนครที่ชาวกรีกอยู่อาศัยเป็นจำนวน
ไม่น้อยเป็นผู้ทำการบันทึกสนทนาธรรม
ตำราที่จัดส่งไปยังห้องสมุดอเล็กซานเดรียอีกด้วย
เป็นไปได้ว่า การระดมสร้างมวลศาสตร์ เพื่อ
ป้อนส่งไปยังคลังไปยังเมืองอเล็กซานเดรียอย่างแน่นอน
ตกมานานแล้ว
ส่วนที่ว่าเพิ่มเติมนั้น คาดว่า พระภิกษุผู้เป็น และบทสนทนานี้น่าจะแพร่หลายในหมู่ชาติกรีกในภาค
ปราชญ์มาต่อเติมแต่งกันภายหลัง เพื่อชี้นำว่า กษัตริย์ ตะวันออก อีกทั้งยังมีบรรดาพ่อค้าวาณิชชาวยิวเอง
กรีกนั้น ท้ายสุดก็หันมาเชื่อพระพุทธศาสนา และบ้าง เป็นตัวการค้าขายอยู่บริเวณนี้ด้วย ก็ยิ่งเป็นที่แน่ชัดว่า
เลยไปถึงว่าพระยามิลินท์นั้น บรรลุธรรม จากการสนทนา บทสนทนานี้คงจะเป็นที่รู้จักกันแพร่หลายในหมู่ชาวตะวัน
เพื่อแสวงหาปรัชญาทางพุทธศาสนาด้วยซ้ำไป
เหตุที่ศาสนิกชนเชื่อกันมากว่า พระยามิลินท์นั้น Tarn นั้นมีความเห็นว่าบทสนทนาธรรมที่พระเจ้า
ท้ายสุดเป็นกษัตริย์ผู้บรรลุธรรมก็เนื่องจากเมื่อพระองค์ อชาตศัตรูถาม-ตอบกับพระพุทธองค์นั้น เป็นการแก้
สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ได้มีการถวายพระเพลิงพระบรมศพ โจทย์จากคำถามเพื่อแสดงธรรมะมากกว่า หรือนัยหนึ่ง
ประเพณีการเผาศพ ก็เป็นประเพณีฌาปนกิจเสี่ยง ความแตกต่างระหว่างสามัญญปาละสูตรกับมิลินทปัญหา
การดับขันธ์ของพระอรหันต์ แถมมีการแย่งพระธาตุ นั้นย่อมเห็นได้ชัดเจน เนื่องจากปัญหาพระยามิลินท์นั้น
เป็นการสร้างคำถามเพื่อให้ตอบ เมื่อตอบแล้วเพื่อโต้
ในมิลินทปัญหาภาคแรกนั้น ภาพลักษณ์ของ แย้งต่อไปจนถึงจุดสุดท้าย ตอบปัญหาทางปรัชญา
พระยามิลินท์ก็คือ ขุนศึกผู้แสวงหาธรรมะ แต่การเข้า ไม่ได้แล้ว จึงมีคำถามใหม่ ๆ แย้งกันไปมาเพื่อหา
มาหาธรรมะของพระองค์นั้น ดูเป็นการลองภูมิ เพื่อดู ข้อยุติ
ของพระยามิลินท์อีกด้วย
ความรู้ทางปรัชญาของพระนาคเสนเสียมาก มีคำถาม
ค่าตอบที่ดูประหนึ่งต้อนให้พระนาคเสนเข้ามุม และตอบ
ปัญหาที่ทรงถามไม่ได้
ดังนั้นหากจะพิจารณาให้ดีจะเห็นว่าพระยามิลินท์
พยายามเต็มที่เพื่อแสดงให้เห็นถึงอัจฉริยภาพของพระองค์
เป็นการถามโดยอาศัยตรรกะ ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าเป็น
ตรรกะในสกุลสำนักของชาวกรีกโดยแท้ บทสนทนามี
ความคล้ายคลึงกับของอริสโตเติล และการตีสํานวน
เพื่อแสวงหาข้อถูกต้อง จนถึงขั้นคลายสงสัยไป หรือ
เมษายน tot
กัลยาณมิตร ๒๕