ข้อความต้นฉบับในหน้า
ข
อถกเถียงนี้ เกิดจากในกลุ่มปราชญ์ที่ยกทัพ
มาพร้อมพระยามิลินท์ และนักรบของพระยา
มิลินท์นั่น มีปราชญ์ชาวยิวมากับพระยา
ผู้แปลเป็นผู้เชี่ยวชาญชนชาติกรีก สัญชาติผิว
จํานวน ๓๒ คนมาร่วมกันแปล โดยคำแปลเหล่านี้มี
อภินิหารปะปนอยู่ แต่ก็มี "สัจธรรม" อยู่แน่ชัดด้วย
มิลินท์ด้วย อาทิ พระสัพพะตะหรือสับญาติณนะเป็นต้น งานแปลนี้ได้ผ่านมติที่ประชุมของชาวยิวในเมืองอเล็ก
งานที่ใกล้เคียงกับ มิลินทปัญหา ในส่วนของ
ซานเดรียได้รับรองมาแล้วอีกด้วย
ชาวตะวันตกยุคโบราณนั้นคือ “จดหมาย” ที่เรียกว่า The Septuagint นั้นแปลจากคัมภีร์โบราณ ที่
Pseudo-Aristoa (letier of Anisteas to Philocrates)
นำมาจากเมืองเยรูซาเล็มเลยทีเดียว และด้วยเหตุผล
ต้นฉบับการแปลภาษากรีกที่มีความเป็นจริงอย่างแน่ชัด
เป็นการอ้างอิงที่เป็นรูปธรรม
เท่าที่กระผมได้ตรวจสอบดูจากเอกสารไทย มี ทางประวัติศาสตร์นี้เอง ที่สำนักคิดชาวยิวก็เชื่อว่าเป็น
น้อยคนที่กล่าวถึงข้อเปรียบเทียบที่สำคัญนี้ ไม่ว่าจะ
เป็นประวัติศาสตร์พุทธศาสนา เท่าที่ปรากฏในนิพนธ์
ของผู้ใดก็ยากที่จะหาได้ ท่านอาจารย์สมัคร บุราวาสก็ดี
หรือท่านเสถียร โพธินันทะ ฯลฯ ก็ดี ท่านเหล่านี้ ท่าน
คุ้นเคยมิลินทปัญหาเป็นอย่างดี ท่านได้กล่าวถึงบท
สนทนาของเพลโต้หรืออริสโตเติ้ลมาบ้างว่า ลักษณะ
การเสนอตรรกะคล้ายกัน
กระผมอาจจะเป็นคนไทยที่โชคดีอยู่บ้างที่ใส่ใจ
ภาษาไทยมาตั้งแต่เล็ก ประกอบกับเมื่อต้องไปศึกษาใน
ต่างประเทศ ขณะนั้นเมื่ออายุได้ ๑๕ ปี ได้น่าหนังสือ
ที่เห็นว่าน่าจะสำคัญติดตัวไป ในจำนวนนี้ มีไตรภูมิ
พระร่วงและมิลินทปัญหาไปด้วย เมื่อมีความจำเป็น
ต้องเรียนในโรงเรียนคริสเตียนในระดับไฮสกูลนั้น ต้อง
ศึกษาศาสนศาสตร์ด้วย ทำให้ได้สัมผัส The Septuagint
มานานแล้ว แต่เป็นการศึกษาที่ค่อนข้างผิวเผินน่าเบื่อ
ความสำคัญในการนำเสนอรูปแบบตอบ-ถามคำ
ถาม ในพุทธกาลมีมาก่อนแล้ว ได้แก่ สามัญญปาละสูตร
ในพระสูตรนี้พระเจ้าอชาติศัตรู ได้ถามคำถามซึ่งพระ
องค์ทรงถามผู้รู้มามากมาย แต่ยังตอบได้ไม่กระจ่าง
จึงมาถามพระพุทธเจ้าเพื่อให้พระองค์แสดงธรรม พระ ก็อย่างนั้น
พุทธองค์ทรงได้ให้คำตอบ แสดงธรรมโดยละเอียดจน
คำถามต่าง ๆ กระจ่างขึ้น
เพื่อให้สาธุชนคนไทย ได้รับทราบเกี่ยวกับความ
เป็นมาของคัมภีร์โบราณทางตะวันตกพอเป็นมูลฐานและ
เพื่อความเข้าใจ กระผมจึงใคร่ของกล่าวถึง “จดหมาย
ที่เรียกว่า Pseudo-Aristea หรือ The Septuagint เสีย
หน่อย
เหมือนกับเด็กทั่วไปที่เรียนประวัติศาสนาพุทธ อย่างไร
การเข้าโบสถ์ในโรงเรียนฝรั่งนั้น ไม่ได้หมายความ
ว่าโรงเรียนให้เราเข้ารีดไปด้วย แม้ว่าโบสถ์ประจำตำบล
Seatoun ซึ่งอยู่เมืองเวลลิงตัน ที่นิวซีแลนด์ จะมี
กระผมไปเป็น Chokboy เป็นครั้งคราว แต่การถกเถียง
เปรียบเทียบปรัชญาศาสนาเป็นครั้งคราว
เข้าใจรากฐานสังคมตะวันตกเป็นอย่างมาก
อีกประการหนึ่งนั้นการเลือกศึกษาของกระผมนั้น
ทําให้เรา
งานดังกล่าวนี้ เป็นงานเก่าแก่ที่สุดของชาวคริส- วิชาที่คนไทยไม่ชอบเรียนแต่เป็นรากฐานทางสังคมของ
เตียนโบราณ ซึ่งกรีกได้แปลไว้ในราวก่อนคริสต์ศักราช
๒๕๔-๒๕๗ ปี (288-240 BC.) ค่อนข้างใกล้เคียงกับ
ช่วงที่พุทธศาสนากำลังเติบโต มีเกียรติ มีศักดิ์ศรีขจร
ขจายไปทั่วโลกแล้ว
เทา กระผมสนใจเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นสังคมศึกษา
เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาวไอริช หรือภูมิศาสตร์กายภาพ
ของสหราชอาณาจักรซึ่งคนไทยไม่เลือกเรียน เป็นสิ่งที่
ผมอยากเรียน
ภาษาที่เรียนอีกภาษาหนึ่งคือ ละติน (Latin)
The Septuagint นี้คือคำแปลพระคัมภีร์โบราณ
ของคริสเตียนที่เรียกว่า Old Testament แต่ถือกำเนิด เรียนอยู่ Form 4 กระผมไม่ได้เรียนต่อ หากเรียนต่อ
ขึ้น ก็เพราะกษัตริย์พโตเลมีที่ 6 ฟิลาเดลฟัส ให้มีการ มาอีกสักปี บัดนี้น่าจะเป็นประโยชน์ นอกจากนี้การที่
แปลพระคัมภีร์ออกมาภายใต้สังฆราชแห่งยุคสมัยนั้นคือ กระผมสะสมตำราเรียนตั้งแต่อยู่นิวซีแลนด์ ถึงทุกวันนี้
อีเลียซาร์ (Eleazar)
เอามาเปิดอ่านอยู่บ่อย ๆ รวมทั้งหนังสือเพลงสวด
เมษายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๗๓