ข้อความต้นฉบับในหน้า
งามอยู่ สำรวมแล้วในอินทรีย์ทั้ง
หลาย รู้จักประมาณในโภชนะเครื่อง
ใช้สอยกินอยู่บริโภคมีศรัทธาปรารภ
ความเพียร ไม่คลาดเคลื่อนนั่นแหละ
มารรังควานไม่ได้ เหมือนลมนั่น
แหละ มารรังควานไม่ได้ เหมือน
ลมซึ่งจะพัดภูเขาอันล้วนแล้วด้วยหิน
ให้สะเทือนไม่ได้ ฉันนั้นนั่นแหละ
จกฺขุนา สํวโร สาธุ สำรวมนัยน์ตา
ได้ยังประโยชน์ให้สำเร็จ สาธุโสเตน
สํวโร สำรวมหูได้เป็นประโยชน์ ยัง
ประโยชน์ให้สำเร็จ มาเนน สวโร
สาธุ สำรวมจมูกได้ ยังประโยชน์ให้
สำเร็จ สาธุ ชิวหาย สํวโร สำรวมลิ้น
ได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ กาเยน
สํวโร สาธุ สำรวมกายได้ยังประโยชน์
ให้สำเร็จ สาธุ วาจาย สํวโร สำรวม
วาจาได้ ยังประโยชน์ให้สำเร็จ มน
สา สวโร สาธุ สำรวมใจได้ ยัง
ประโยชน์ให้สำเร็จ สาธุ สพฺพตฺถ
สวโร สำรวมในทวารทั้งหกนั้นได้
ยังประโยชน์ให้สำเร็จ สพฺพตฺถ ส่ว
โต สาธุ ภิกษุผู้สำรวมได้แล้ว ใน
ทวารทั้งสิ้น สพฺพทุกขา ปมุจจติ
ย่อมหลุดพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้ด้วย
66
สำรวมแล้ว
ในอินทรีย์ทั้งหลาย
รู้จักประมาณในโภชนะ
เครื่องใช้สอยกินอยู่บริโภค
มีศรัทธา ปรารภความเพียร
ไม่คลาดเคลื่อนนั่นแหละ
มารรังควานไม่ได้
ผู้เห็นตามอารมณ์ที่งามอยู่
รูปก็น่าจะชอบใจ น่าปลื้มใจ น่าปีติ
น่าเลื่อมใส ไปเพลินในรูปเสียแล้ว
เสียงเป็นที่ชอบใจ ก็ชอบใจในเสียง
เสียงอันน่าปลื้มอกปลื้มใจ เบิกบาน
สำราญใจ ร่าเริงบันเทิงใจ ไปเพลิน
ในเสียงเสียแล้ว กลิ่นหอม เป็นที่
นิยมชมชอบประกอบด้วยความเอิบ
อาบปลื้มปีติปลาบปลื้มในใจด้วยกัน
ทั้งนั้น เอ้าไปเพลินในกลิ่นเสียแล้ว
รสที่ชอบใจ ปลื้มปีติในรสนั้น ชอบ
เพลินในรสนั้น ๆ เอ้าไปเพลินในรส
นั้น ๆ เสียแล้ว สัมผัสเป็นที่ชอบใจ
ร่าเริงบันเทิงใจ ไม่อยากทิ้งไม่อยาก
ขว้างไม่อยากห่างไป เหมือนนก
กะเรียนตกเปือกตม เพลินอยู่ใน
สัมผัสนั้น ทิ้งสัมผัสไม่ได้ เพลิด
เพลินในสัมผัสเสียแล้ว รูป เสียง
กลิ่น รส สัมผัส นี่เรียกว่าโผฏฐัพพะ
อารมณ์ที่เกิดกับใจ นอนครึ่งคืน
99
สำรวมแล้ว จะเป็นภิกษุที่ดีไม่ได้
เป็นสามเณรที่ดีก็ไม่ได้ หรือจะเป็น
อุบาสกที่ดีก็ไม่ได้ เป็นอุบาสิกาที่ดีก็
....
ประการดังนี้ นี้เนื้อความของพระ ไม่ได้ เพราะปราศจากความสำรวม
บาลีคลี่ความเป็นสยามภาษาได้ความ ถ้าสำรวมได้เสียแล้ว ก็เป็นคนดี
เพียงเท่านี้
ภิกษุก็เป็นภิกษุดี สามเณรก็เป็น
ค่อนคืนไม่หลับ เพลิดเพลินอารมณ์
ที่ล่วงไปเสียแล้วคราวนั้น ๆ เพลิด
เพลินนึกถึงอารมณ์ก็เพลินไปในเรื่อง
อารมณ์นั้น ๆ อารมณ์ในปัจจุบัน
ละก็เพลิดเพลินเหมือนกัน จะพบ
อารมณ์ต่อไปข้างหน้าเริ่มทีเดียว
จะพบอารมณ์ต่อไปข้างหน้าเพลิด
เพลินอีกเหมือนกัน ถ้าไปเพลิดเพลิน
อารมณ์ดังนั้น ได้ชื่อว่าสำรวมไม่ได้
เพราะ
เมื่อสำรวมไม่ได้เช่นนี้เรียกว่าเพลิด
เพลินยินดีในอารมณ์ที่ชอบใจ หลง
ใหลในอารมณ์ที่ชอบใจ คลั่งไคล้
ต่อจากนี้จะได้อรรถาธิบาย สามเณรดี อุบาสกก็เป็นอุบาสกดี
ขยายความในสังวรคาถาเป็นลำดับๆ อุบาสิกาก็เป็นอุบาสิกาดี
ไปเพราะว่าเป็นภิกษุก็ดีสามเณรก็ดี ความสำรวมเสียได้ ผู้สำรวมได้
อุบาสกก็ดีอุบาสิกาก็ดีเมื่อไม่มีความ ไม่ได้ เป็นไฉน?
๑๔ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๕