ข้อความต้นฉบับในหน้า
ความทั้งหมด แล้วทรงกระทำให้
เขาจำธรรมะไม่ได้ นายกาละฟัง
จบบทก็จำไม่ได้ จึงตั้งใจฟังต่อไป
พอจบอีกบทก็ยังจำไม่ได้อีก จึงตั้งใจ
ฟังต่อไปอีก จนกระทั่งใจได้หยุดนิ่ง
ที่ศูนย์กลางกาย เข้าถึงกายธรรม
พระโสดา เป็นพระโสดาบันในขณะ
ที่ยืนนั่นเอง
ครั้นอรุณรุ่งแห่งวันใหม่ พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จบิณฑบาต
พร้อมด้วยหมู่พระภิกษุสงฆ์ ไปยัง
บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี และ
แน่นอนว่า จะต้องมีนายกาละบุตร
ของท่านเศรษฐีอยู่ด้วย แต่นายกาละ
วันนี้ ไม่เหมือนวันก่อน ๆ ดูสุขุม
สงบเสงี่ยมอ่อนน้อมต่อพระภิกษุสงฆ์
อย่างแปลกตาเลยทีเดียว จึงเป็นที่
พอใจของเศรษฐีเป็นอันมาก
เศรษฐีได้ถวายข้าวต้มแก่ภิกษุ
สงฆ์โดยมีพระพุทธองค์เป็นประมุข
แล้ว ได้สั่งให้ข้าวต้มแก่บุตร ครั้น
เสร็จภัตกิจของพระบรมศาสดา
เศรษฐีจึงให้กหาปณะพันหนึ่งแก่เขา
เขามีความละอายไม่ยอมรับ แม้จะ
คะยั้นคะยออย่างไรก็ตาม ลำดับนั้น
เศรษฐีได้ถวายบังคมพระบรมศาสดา
แล้วกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้
เจริญ วันนี้ข้าพระองค์ชอบใจใน
บุตรของข้าพระองค์จริง ๆ"
เมื่อพระศาสดาตรัสถามว่า
"อย่างไรหรือ ท่านมหาเศรษฐี” จึง
กราบทูลว่า “ในวันก่อน บุตรของ
ข้าพระองค์นี้ ต้องบอกว่าจะให้ ๑๐๐
กหาปณะ จึงจะไปวิหาร ในวันรุ่งขึ้น
เมื่อไม่ได้กหาปณะก็ไม่ปรารถนาจะ
ความรู้ทางธรรม
เป็นที่มาของการดำรง
อยู่ทางใจ
เป็นความรู้ที่ต้องรู้
1
ไม่รู้ไม่ได้ ไม่รู้ไม่ปลอดภัย
เป็นความรู้ที่จะทำให้สามารถ
ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข
บริโภค แต่วันนี้เขาไม่ยอมรับกหา
ปณะทั้ง ๆ ที่มากกว่า แม้จะคะยั้น
คะยออย่างไรก็ตาม
- สมเด็จพระชินศรี จึงตรัสว่า
“เป็นอย่างนั้นแหละท่านมหาเศรษฐี
โสดาปัตติผลของบุตรท่าน ย่อม
ประเสริฐกว่าสมบัติของพระเจ้าจักร
พรรดิ ประเสริฐว่าสมบัติในเทวโลก
และพรหมโลก" ดังนี้แล้ว จึงตรัส
พระคาถานี้ว่า
ปรพยา เอกร เชน สคส
คมเนน วา
สพฺพโลกาธิปจฺเจน โสดา-
ปตฺติผลํ วรํ
“โสดาปัตติผล ประเสริฐ
กว่าความเป็นเอกราชในแผ่นดิน
กว่าการไปสู่สวรรค์และกว่าความเป็น
ใหญ่ในโลกทั้งปวง"
เมษายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๒๓