พระอุโบสถและศิลปกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 4 หน้า 88
หน้าที่ 88 / 113

สรุปเนื้อหา

สู่พระอุโบสถ คงได้ยินเสียงฉันหัวเราะขณะ เดินคุยกับพี่นิภากระมัง จึงเอี้ยวคอมองเรา เหมือนเตือนให้สำรวมพร้อมทั้งยิ้มกว้างเห็นฟัน เต็มปากเชียวล่ะ นี่ถ้าสิงโตหินเหล่านี้มีชีวิตขึ้น มาล่ะก็ เบญจ์เอ๊ย...เราคงเผ่นเพราะรอยยิ้มนั้น เป็นแน่ ใกล้ประตูกำแพงแก้วด้านหน้าทั้งด้าน ซ้ายและขวา มีศาลารายหลังคาทรงจีนหลัง เล็ก ๆ ติดกำแพงแก้วเลยจ้ะ แล้วมีอีก ๒ หลัง อยู่ติดกำแพงแก้วด้านทิศเหนือและทิศใต้ หมาย ถึงทั้ง ๔. หลัง ใช้กำแพงแก้วเป็นกำแพงด้าน หลังไปในตัวนะ ทางวัด เคยร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา ปฏิสังขรณ์แล้วหลายครั้ง ครั้งสุดท้าย ก็เมื่อเร็ว ๆ นี้เองพร้อมกับประตูทาง เข้าที่ฉันเพิ่งผ่านไงล่ะ ส่วนมุมกำแพงแก้วด้าน ได้บอกว่ามีไว้ทำไม จะว่าเป็นส่วนประดับก็ไม่ เห็นสวยเลย ฉันก็ต้องเดาไปตามใจคิดนะสิจ๊ะ เสมาคู่ รอบพระอุโบ

หัวข้อประเด็น

- พระอุโบสถและศิลปกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สู่พระอุโบสถ คงได้ยินเสียงฉันหัวเราะขณะ เดินคุยกับพี่นิภากระมัง จึงเอี้ยวคอมองเรา เหมือนเตือนให้สำรวมพร้อมทั้งยิ้มกว้างเห็นฟัน เต็มปากเชียวล่ะ นี่ถ้าสิงโตหินเหล่านี้มีชีวิตขึ้น มาล่ะก็ เบญจ์เอ๊ย...เราคงเผ่นเพราะรอยยิ้มนั้น เป็นแน่ ใกล้ประตูกำแพงแก้วด้านหน้าทั้งด้าน ซ้ายและขวา มีศาลารายหลังคาทรงจีนหลัง เล็ก ๆ ติดกำแพงแก้วเลยจ้ะ แล้วมีอีก ๒ หลัง อยู่ติดกำแพงแก้วด้านทิศเหนือและทิศใต้ หมาย ถึงทั้ง ๔. หลัง ใช้กำแพงแก้วเป็นกำแพงด้าน หลังไปในตัวนะ ทางวัด เคยร่วมกับผู้มีจิตศรัทธา ปฏิสังขรณ์แล้วหลายครั้ง ครั้งสุดท้าย ก็เมื่อเร็ว ๆ นี้เองพร้อมกับประตูทาง เข้าที่ฉันเพิ่งผ่านไงล่ะ ส่วนมุมกำแพงแก้วด้าน ได้บอกว่ามีไว้ทำไม จะว่าเป็นส่วนประดับก็ไม่ เห็นสวยเลย ฉันก็ต้องเดาไปตามใจคิดนะสิจ๊ะ เสมาคู่ รอบพระอุโบสถมี 6 คู่ แต่ละคู่ เป็นเสมานั่งแท่นยอดแหลม ทำด้วยหินอ่อน สีเทาเข้มเกือบดำ ไม่ได้แกะลวดลายอะไร นอกจากแกะเป็นลายเส้นรูปเสมา ตั้งบนฐาน หินอ่อนสีเทาอ่อนเกือบขาว จึงตัดกับใบเสมา โดยไม่ต้องลงสีใด ๆ ทั้งเสมาและฐานตั้งอยู่ใน ซุ้มหินอ่อนสี่เหลี่ยมด้านเท่าจะ โดยเจาะแต่ละ ด้านเป็นช่องโค้งคล้ายเกือกม้า ส่วนหลังคาซุ้ม หน้ามีปรางค์ขนาดย่อม สูงราว ๑๐ เมตรกระมัง มุมละองค์ ที่แปลกก็คือ ฐานปรางค์ทะลุ าแพง ออกมาด้วย คืออยู่ทั้ง ข้างนอกและข้างใน ส่วนบันไดขึ้นลงอยู่ติด กำแพงด้านในจ้ะ ก็เก๋นะ ไม่เหมือนวัดใด เชียวล่ะ ก็บอกแล้วไงว่า “เป็นวัดเดิมเริ่มสร้างไม่อย่างใคร ล้วนอย่างใหม่ทรงคิดประดิษฐ์ทำ หน้าพระอุโบสถด้านซ้ายขวาของซุ้มเสมา ทำเป็นสามเหลี่ยมหน้าจั่วทุกด้านไปประจบกัน แต่ตัดปลายแหลมออก แล้วต่อด้วยยอดตุ้ม ฉันดูคล้ายบาตรพระนะ ตรงสี่มุมยังมีตุ้ม หรือ บาตรเล็ก ๆ อีกด้วย อ้อ ซุ้มที่ว่าตั้งอยู่บนฐานหิน อ่อนอีกทีหนึ่งนะจ๊ะ สูง ราว ๑ เมตรคงได้กระมัง ทีนี้ขอพูดถึงตัว พระอุโบสถดังใจปรารถ นาเสียที มีขนาดย่อม จะ ไม่ใหญ่โตเท่าพระ อุโบสถวัดโพธิ์หรือวัดอรุณฯหรอก หลังคามุง - ประตู - กระเบื้องสี่เหลี่ยมจตุรัสแผ่นเรียบของไทยและ แพงแก้วพระอุโบสถ ทำ มุงอย่างไทย คือตรงกลางมุงด้วยกระเบื้อง ใหม่เป็น ๓ ช่องทางเข้า หลังคาทรงเก๋งจีน มีศาลา กลาง มีแท่นหินขนาดใหญ่ข้างละ ๓-๔ แท่น รายหลังคา มีกวางหิน (แต่ไม่มีเขาสงสัยเป็นพวกสมัน) และ มีเสาหินขนาบซุ้มเสมากลาง เป็นเสาหัวตัด และสูงเพียงเมตรเดียว ฉันคิดว่าคงมีไว้สำหรับ ตั้งตะเกียงกระมัง ส่วนแท่นหินใหญ่อาจใช้ตั้ง เครื่องเซ่นสรวง หรืออาจตั้งกระถางธูปเทียน สำหรับให้ข้าราชบริพารที่ตามเสด็จไหว้พระก็ได้ เดาเอานะ ก็เกิดไม่ทันนี่นา ในพระคัมภีร์ก็ไม่ ๔๖ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๕ เคลือบสีเขียวพีดเหมือนปูผ้าผืนใหญ่ ตัดขอบ ด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลืองทอง หลังคาลด ๒ ชั้นก็จริงอยู่ แต่ไม่ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ อย่างวัดไทยที่เราเคยเห็นจนชิน จึงดู ๓ ลุ้น ๆ แปลกตาไป อาจเป็นเพราะรัชกาลที่ | ทรงเห็นว่า เครื่องประดับแบบไทยเหล่านั้นไม่ ทนทานด้วยทำจากไม้ นานไปมักหักและผุพัง บางทีกลายเป็นเชื้อเพลิงอย่างดีเมื่อถูกฟ้าผ่า หน้าบัน เบญจ์เอ๊ย งดงามเหลือรับ ประทานเชียวละ แล้วก็น่ารักด้วย ล้วนประดับ ด้วยกระเบื้องเคลือบชิ้นเล็กชิ้นน้อยสีต่าง ๆ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More