ข้อความต้นฉบับในหน้า
หักคอหักมือเอาไปบูชา เลวจริง ๆ นะคนพวกนี้
ฉันคิดว่า หน้าตาเดิมของตุ๊กตาแต่ละตัวคงไม่
เหมือนกันหรอก อาจเป็นสัญลักษณ์ของคำว่า
|
“ฮก ลก ซิ่ว” ก็ได้ใครจะรู้
เบญจ์ เบญจ์อ่านจดหมายฉบับนี้
อาจหาว่าฉันนี่จะยังไง ๆ เสียแล้ว อะไร ๆ ทั้ง
ในและนอกพระอุโบสถวัดราชโอรสฯ ก็สวยก็งาม
ไปหมด โธ่! เบญจจะไม่ให้ฉันชื่นชมได้ยังไง
ก็ทุกอย่างมันงามจริง
ปรางค์มุม ต่าง รัชกาลที่ ๓ ก็โปรดให้ทำเรือนแก้วประ
ดิษฐ์ลายดอกเบญจมาศปูนปั้น ปิดทองเหลือง
อร่ามเชียว
แพงแก้ว ซุ้มเสมายอดตุ้ม
กวางเสาหิน และแท่นหิน
หน้าพระอุโบสถ (บน)
ตัวบานประตูด้านนอกนะ งามมาก ลงรัก
ประดับมุกไฟลายมังกรดั้นเมฆ ล้อมกรอบด้วย
ลายดอกเบญจมาศสลับลายอาวุธจีน ฝีมือ
เสมาหินอ่อน เนี้ยบเชียวละ น้าน้อยบอกว่า ประตูประดับ
มุกนี้นับเป็นศิลปกรรมชิ้นเอกชิ้นหนึ่งของสมัย
ภายในซุ้ม (กลาง)
รัตนโกสินทร์ ขนาดสมเด็จกรมพระยานริศฯ
ทรงยกย่องชมเชยว่างามประณีตยิ่งนัก ส่วน
เป็นหน้ามันช่วงบน บานประตูด้านในเขียนรูปทวารบาล จีนเรียกว่า
ของพระอุโบสถ (ล่าง)
“เสี้ยวกาง” แต่งตัวคล้ายนักรบจีนถือหอก ใช้
สีทองตัดพื้นแดง เบญจลองนึกภาพดูมันจะ
เด่นเพียงใด
บานหน้าต่างด้านนอกลงพื้นสีขาด มี
ลายมังกรดั้นเมฆเช่นกัน แต่มิได้ประดับมุกกลับ
เป็นลายปูนปั้นปิดทอง เดิมไม่รู้ว่ามีลายอะไร
หรือไม่ แต่ในหนังสือวัดบอกว่ามีการซ่อมใน
สมัยรัชกาลที่ ๔ โดยโปรดเกล้าฯให้กรมหมื่น
อมเรนทรบดินทร์ จ้างช่างปั้นลายมังกรแล้ว
ปิดทอง ฉันคิดว่าของเดิมที่รัชกาลที่ ๓ โปรด
เกล้าฯให้ช่างทำ ก็คงเป็นลายมังกรดั้นเมฆปูน
ปั้นปิดทองนั่นแหละแล้วคงสวยงามประณีตมาก
คนก็คงลูบไล้ความงามด้วยความชื่นชมบ่อยเข้า
มันก็หลุดก็หัก จึงต้องซ่อมในสมัยรัชกาลที่
ต่อมาจะซ่อมอีกเมื่อใดไม่ทราบชัด แต่ในหนัง
สื่อกล่าวว่า “ซ่อมครั้งสุดท้ายเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๐
และติดเหล็กดัดแทนตาข่าย” การใส่ตาข่าย
๘๘ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๕