ข้อความต้นฉบับในหน้า
ประดับกระเบื้องเคลือบสีอยู่ชั้นบนสุดเหมือนกัน
ทุกประตู
ประตูกำแพงแก้ว เข้าสู่เขตพระวิหาร
พระนอนมี ๓ ประตู คือด้านเหนือ ด้านใต้และ
ด้านตะวันตก ซึ่งเป็นประตูหลังพระวิหารฯ
แต่ละประตูจะมีทางเข้าช่องเดียว ด้านข้างทำ
Be
แพงแก้วเขตวิหารพระนอน
หมายความว่า ถ้าจะถ่ายรูปข้างนอกไม่ว่าตรง
มประตู ประตูใด จะต้องเจอกับซุ้มกลางของเสมาแต่ละ
ทิศเสมอ สรุปว่าซุ้มประตูกำแพงแก้วทั้ง 5 นี้
ท่านเจ้าคุณพระเทพปริยัติโมลีเพิ่งดัดแปลงเมื่อ
๒-๓ ปีนี้เองจะ สีที่เขียนและกระเบื้องตก
แต่งประดับประดาจึงยังดูใหม่อยู่
และพระอุโบสถเดิม จะ
เหมือนซุ้มประตูวิหารพระ
เป็นช่องเหมือนกัน แต่กลับปิดกั้นด้วยกระเบื้อง ยืนดังในรูปนี้
เคลือบปรุสีเขียวดังหยก ก็ดีเหมือนกันมองดู
ไม่ทึบไม่หนักเกินไป เพราะตัวซุ้มหลังคาประตู
ที่ทำใหม่ครั้งนี้มันใหญ่ดูหนักอยู่แล้ว
ส่วน ซุ้มประตูเข้าบริเวณพระอุโบสถ ก็
มี ๓ เท่ากันคือ ประตูด้านหน้าตรงกับศาลา
ท่าฉนวน ประตูซ้ายมีทางไปสู่พระวิหารพระยืน
ประตูขวาออกไปยังศาลาการเปรียญได้ แต่ละ
ประตูทำเป็น ๓ ช่อง ช่องกลางใหญ่กว่าช่อง
ด้านข้าง เป็นแบบทำใหม่นะ ของเดิมมีเพียง
ช่องเดียว เหมือนประตูกำแพงแก้วพระวิหาร
พระยืนที่เคยเล่าให้เบญจ์ฟังแล้วนั่นแหละ อ้อ
ทุกประตูจะตรงกับซุ้มกลางของเสมาแต่ละด้าน
นี่เบญจ์รู้มั้ย เมื่อฉันจะเดินเข้าซุ้มประตู
กำแพงด้านหน้า เพื่อเข้าสู่เขตพระอุโบสถ ฉัน
เดินเรียบร้อยตัวลีบเชียวล่ะ ก็ต้องผ่านสิงโตคู่
หนึ่งต่างยืนบนแท่นหินหันหน้าออกสู่คลองด่าน
คงคอยต้อนรับผู้คนที่จะเข้าไปนมัสการพระใน
พระอุโบสถ ทั้งคู่เอี้ยวคอมองเรา พี่นิภามีอา
รมณ์ขันหันไปโค้งให้ตัวทางซ้ายที่ทางขวาที พอ
ผ่านสิงโตมาได้ ฉันก็รีบยึดตัวเดินเข้าประตูช่อง
กลางอย่างสง่าผ่าเผยเลยเชียวล่ะ ช่องเล็ก ๆ
ที่ขนาบซ้ายขวาเขาก็เปิดนะ แต่ฉันไม่อยาก
เข้านี่ แล้วเขาก็ไม่ห้ามเดินช่องกลางนี่จะ
พอฉันผ่านซุ้มประตูเข้าไปได้ ก็จ๊ะเอ๋กับ
สิงโตอีกคู่หนึ่งยืนบนแท่นหินเช่นกัน แต่หันหน้า
-
เมษายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๕