การสัมมนาศาสนาเพื่อสันติภาพ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 4 หน้า 63
หน้าที่ 63 / 113

สรุปเนื้อหา

มาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาจจะเรียกได้ว่าท่าน ทางกลับมายังประเทศไทยในวันเดียวกัน เป็นพระโพธิสัตว์ยุคใหม่แห่งศตวรรษที่ ๒๐ ถ้าใครได้ ศึกษางานของ ดร.แอมแบ็กก้า ก็จะมีข้อข้องใจว่า เขาเป็นพุทธจริงแท้แค่ไหน เพราะเขาไม่สนใจคำสอน บทส่งท้าย สำหรับข้อคิดเกี่ยวกับการสัมมนาในครั้งนี้ก็คือแม้ หลักในศาสนาหลายประการเช่น อริยสัจสี่ แต่กลับมี จะมีการประชุมระดับนานาชาติระหว่างศาสนาแล้ว แต่ ความเห็นว่าควรมีแต่อริยสัจ ๓ และความเชื่อในกฎ ความเป็นไปได้เกี่ยวกับความสำเร็จขององค์กร ACRP ก็ แห่งกรรมของชาวพุทธ เป็นสิ่งที่เขาไม่ยอมรับ ดร.แอม ยากที่จะไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ ความโดดเด่นของ แบ็กก้ามีความคิดความเข้าใจของตัวเองในเรื่องศาสนา การประชุมครั้งนี้อยู่ที่ชาวญี่ปุ่นและผู้ชำนาญทางวิชา ซึ่งไม่เหมือนกับชาวพุทธทั่ว

หัวข้อประเด็น

- การสัมมนาศาสนาเพื่อสันติภาพ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

มาจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อาจจะเรียกได้ว่าท่าน ทางกลับมายังประเทศไทยในวันเดียวกัน เป็นพระโพธิสัตว์ยุคใหม่แห่งศตวรรษที่ ๒๐ ถ้าใครได้ ศึกษางานของ ดร.แอมแบ็กก้า ก็จะมีข้อข้องใจว่า เขาเป็นพุทธจริงแท้แค่ไหน เพราะเขาไม่สนใจคำสอน บทส่งท้าย สำหรับข้อคิดเกี่ยวกับการสัมมนาในครั้งนี้ก็คือแม้ หลักในศาสนาหลายประการเช่น อริยสัจสี่ แต่กลับมี จะมีการประชุมระดับนานาชาติระหว่างศาสนาแล้ว แต่ ความเห็นว่าควรมีแต่อริยสัจ ๓ และความเชื่อในกฎ ความเป็นไปได้เกี่ยวกับความสำเร็จขององค์กร ACRP ก็ แห่งกรรมของชาวพุทธ เป็นสิ่งที่เขาไม่ยอมรับ ดร.แอม ยากที่จะไปสู่เป้าหมายที่ต้องการได้ ความโดดเด่นของ แบ็กก้ามีความคิดความเข้าใจของตัวเองในเรื่องศาสนา การประชุมครั้งนี้อยู่ที่ชาวญี่ปุ่นและผู้ชำนาญทางวิชา ซึ่งไม่เหมือนกับชาวพุทธทั่วไป แต่คนอินเดียที่มานับถือ การจากศาสนาคริสต์ ที่สามารถให้ความรู้และให้ทัศน ศาสนาพุทธเพราะ ดร.แอมแบ็กก้านั้น ไม่ได้เกิดจาก คติที่เป็นประโยชน์แก่ที่ประชุมอย่างมาก คนเอเชียมี การอ่านหนังสือของเขา แต่เป็นเพราะภาพพจน์ของ ความเชื่อหลากหลายแตกต่างกัน และความเข้าใจใน ดร.แอมแบ็กก้าที่เป็นชาวพุทธเสียมากกว่า และอีก เรื่องความเสมอภาค สิทธิมนุษยชน และความทัดเทียม ประการหนึ่งเกิดจากการทำตาม ๆ กันไป เชื่อตาม ๆ กันไป โดยเฉพาะสาเหตุสำคัญอย่างยิ่งคือ ความกดดัน มีผู้พยายามเสนอวิธีการแก้ปัญหามากมายแก่ที่ประชุม ในสังคมประเทศอินเดีย ที่ทำให้คนในวรรณะต่ำอยาก พ้นจากแอกของวรรณะ ซึ่งมหาตมะ คานธี เรียกชน กลุ่มนี้ว่า หริชน แปลว่า ประชาชนของพระผู้เป็นเจ้า กันในเรื่องการนับถือศาสนายังมีปัญหาอยู่มิใช่น้อย แม้จะ มีการอภิปรายอย่างกว้างขวางในหมู่สมาชิกของแต่ละ ศาสนา มีมติที่มีสาระขึ้นมาในหลายประเด็นด้วยกัน แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่ตรงที่ว่า องค์กร ACRP มีความสา แม้กระนั้น ชาวอินเดียจํานวนมากก็ยังเห็นว่าชาวพุทธ มารถที่จะนำมติต่างๆ เหล่านี้ไปปฏิบัติจนเกิดผลสําเร็จ ตามที่ที่ประชุมได้ตกลงกันได้หรือไม่ ถึงแม้จะผ่านการ กลุ่มนี้ก็ยังคงเป็นคนชั้นต่ำอยู่ดี จึงไม่ได้รับการยอมรับ ให้มีฐานะเท่าเทียมกับชาวพุทธเท่าที่ควรจะเป็น ถ้าจะ รับรองจากสมาชิกในแต่ละประเทศแล้วก็ตาม เนื่องจาก วิเคราะห์เหตุการณ์นี้จะเห็นว่า ความเจริญของพระพุทธ ยังขาดความสมานฉันท์ ความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ศาสนาในอินเดียครั้งนี้ เป็นจุดเริ่มต้นของการต่อสู้ อย่างจริงจังในกลุ่มสมาชิก ฉะนั้น การที่จะทำงานให้ เพื่อสิทธิมนุษยชนในอินเดีย ลุล่วงไปโดยสะดวกสบาย จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากที ก่อนกลับ เจ้าหน้าที่ของยุวพุทธิกสมาคมแห่ง เดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งสำคัญคือ เรื่องของงบประ เนปาลได้นำคณะของเราเยี่ยมชมโรงงานผลิตของที่ระลึก หล่อพระพุทธรูป เครื่องไหมพรม ผ้าแบบต่าง เจ้าของโรงงานเป็นสมาชิกคนหนึ่งของสมาคมฯ เขายัง ได้พาเราไปชมศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติแห่งเนปาล มี ห้องสำหรับชาวต่างประเทศอีกด้วย ในที่สุด อาตมาและคณะคือ กัลยาณมิตร ดร. ศิริพร ศิริขวัญชัย และกัลยาณมิตรอัชวัน หงิมรักษา ก็เสร็จภารกิจในการประชุมสัมมนาศาสนาเพื่อสันติภาพ ในเอเชียสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ณ กรุงกาฐมาณฑุ ประเทศ เนปาล ในวันที่ 6 พฤศจิกายน ๒๕๓๔ และได้เดิน มาณและการรับบริจาค เพื่อดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ยัง เป็นปัญหาที่หนักมากขององค์กรระหว่างประเทศ (ACRP) แห่งนี้ทีเดียว อ่านต่อฉบับหน้า เมษายน ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๖๐
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More