ข้อความต้นฉบับในหน้า
ตรัส
นานมาแล้ว มีชาวบ้านคนหนึ่ง
ต้องการฝึกโคของตน แต่โคนั้นไม่ยอม
รับฝึก เดินไปหน่อยหนึ่งแล้วนอนเสีย
ชาวนาผู้นั้นทั้งตีทั้งแทงด้วยปฏิก โคนั้น
ก็เดินไปได้หน่อยหนึ่งแล้วนอนเสียอีก
หลายครั้งหลายหน ชาวนาจึงผูกโคไว้กับ
หลัก นำฟางและหญ้ามาสุมแล้วเผาโคถึง
ความวิบัติแห่งชีวิตด้วยเหตุนั้น
“ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น ชาวนา
ต้องตกนรกเป็นเวลานานเพราะเศษแห่ง
วิบาก ชาวนาผู้นั้นถือปฏิสนธิในกำเนิดกา
ถึงตายด้วยวิธีถูกเสวียนหญ้าพันคอมา ๙
ครั้งแล้ว
“อีกเรื่องหนึ่งภิกษุจำนวน ๓ รูป
เดินทางมาเฝ้าพระผู้มีพระภาค มาพักอยู่
ณ ถ้ำแห่งหนึ่ง ตกกลางคืนศิลาก้อนใหญ่
กลิ้งลงมาปิดประตูถ้ำ ภิกษุเหล่านั้น
พยายามช่วยกันผลัก แต่ศิลามิได้เขยื้อน
เลย จึงจำต้องทนทุกข์ทรมาน อดข้าว
อดน้ำอยู่เป็นเวลา 5 วันเศษ ในวันที่
ศิลานั้น ได้เลื่อนไหลไปเองโดยไม่มีใคร
แตะต้องผลักดันเลย
เกิดความกรุณา จึงมิได้ทำร้ายถึงชีวิต “ตัวอย่างแห่งกรรมที่พระคุณเจ้ากล่าว
“พระผู้มีพระภาคทรงเล่าว่าเรื่องนี้ แล้วปล่อยมันไป
เป็นวิบากกรรมของภิกษุ ๓ รูปนั้นร่วมกัน
มานั้น ล้วนเป็นกรรมที่บุคคลกระทำโดย
“ด้วยวิบากแห่งกรรมนี้ ภิกษุทั้ง ๓ เจตนาทั้งสิ้น ถ้ากรรมบางอย่างอันบุคคล
ทำมา เรื่องอดีตมีว่า ในชาติก่อนภิกษุ รูปได้เคยอดอาหารในทำนองนี้มา ๓. กระทำโดยมิได้เจตนา จะอำนวยผล
ทั้ง ๓ รูปนี้ เกิดเป็นเด็กเลี้ยงโค นำโค ชาติแล้ว พระผู้มีพระภาคทรงเล่าเรื่องนี้ เพียงใด? หรือไม่ให้ผล?”
แก่ภิกษุทั้งหลายแล้วทรงสรุปว่า
ไปเลี้ยงในป่าแห่งหนึ่ง เขาพบเหี้ยใหญ่
k
“ขอถวายพระพร กรรมชนิดนี้
กรรม คือกรรมสักเพียงแต่ว่าทำเมื่อให้
ผลเพลาที่สุด โอกาสที่จะให้ผลก็น้อย
เมื่อใดกรรมอันบุคคลทำโดยเจตนาให้ผล
ตัวหนึ่งจึงชวนกันไล่ตี เหี้ยเข้าหลบในรูที่ “บุคคลจะหนีกรรมของตนมิได้ เรียกว่า กตัตตากรรม หรือกตัตตาวาปน-
จอมปลวก เด็กทั้ง ๓ คนจึงช่วยกันอุดรูไว้ เลย ไม่ว่าเขาจะอยู่กลางเวหาหรือป่า
คิดว่าวันรุ่งขึ้นมาเลี้ยงโคแล้วจะเปิดรูด ใหญ่ จะอยู่ในมหาสมุทร หรือซอกเขา
“แต่วันรุ่งขึ้นเขาชวนกันพาโคไป หรือท้องถ้ำใด ๆ ก็ตาม
เลี้ยงที่อื่น ลืมนึกถึงเรื่องเหี้ยที่เขาอุดรูไว้ “ทำนองเดียวกันกรรมดีที่บุคคล หมดแล้ว เมื่อนั้นกรรมชนิดนี้จึงจะทำ
อีก ๗ วันต่อมาเขาจึงกลับมาเลี้ยงโคที่ สั่งสมไว้ ย่อมคอยประคับประคอง หน้าที่ของมัน”
เดิมอีก จึงระลึกได้ถึงเรื่องนั้น ชวนกันดึง ช่วยเหลือเกื้อกูลมิให้ผู้นั้นตกอับล่มจม
หญ้าและใบไม้แห้งออก เห็นเหี้ยมีแต่ คอยเป็นเงาตามตัว สบโอกาสเมื่อไรจะ
หนังหุ้มกระดูกคลานมานอนนิ่งที่ปากรู เข้าช่วยเหลือเมื่อนั้น”
มันอดอาหารตลอดเวลา ๗ วันเด็กเหล่านั้น
“พระคุณเจ้า ข้าพเจ้าได้ฟังมาว่า
พระผู้มีพระภาค ศาสดาแห่งท่านกล่าวว่า
เจตนาเป็นตัวกรรม มิใช่หรือ เมื่อเป็น
“พระคุณเจ้า!” พระเจ้าอโศกตรัส ดังนี้เหตุไฉนการกระทำหรือคำพูดอันไม่มี
๙๖ กัลยาณมิตร เมษายน ๒๕๓๕