ข้อความต้นฉบับในหน้า
กายทำลายขันธ์ ก็ได้ไปบังเกิดใน
พรหม ๑๖ ชั้น ได้รับความสุขยิ่ง
ขึ้นไปเป็นชั้น ๆ จนกระทั่งถึงขนาด
ถึงพรหมชั้นที่ ๑๑ หรือ ๑๒-๑๓-๑๔-
๑๕-๑๖ ขึ้นไปก็ตามเถอะ แต่ว่าอย่า
ติดนะ ติดในชั้นพรหมไม่ได้ ละ
เสียได้เป็นสุข ให้ละสุขในรูปภพนี้
เสีย แม้จะได้ไปครองสุขในอรูปภพ
ต่อไปอีก ยึดเอาอะไรไปครองสุขใน
อรูปภพต่อไป อากาสานัญจายตนะ
วิญญาณัญจายตนะ อากิญจัญญา
ยตนะ เนวสัญญานาสัญญายตนะ
สุขแค่นั้นจะเพียงพอแล้วหรือ? ถ้า
เราต้องการประสบสุขอันไพบูลย์ใหญ่
ไพศาลแล้วก็ ให้ละสุขในอรูปพรหม
อีก อย่าติดสุขในอรูปภพนั้น ให้ไป
ทานให้ความสุขในภพนี้ และภพ
หน้าต่อไปนับภพไม่ถ้วน ให้อุตส่าห์
ให้ทาน ทานนี่แหละเป็นข้อสำคัญ
นัก ท่านยืนยันตามตำรับตำราว่า
ถึงนิพพานทีเดียว เมื่อไปถึงนิพ-
พานแล้วนั่นแหละ จะได้ประสบสุข
อันไพบูลย์ และสุขอันนั้นเป็นสุข
สําคัญ สุขอื่นไม่ได้
เมื่อรู้ว่าสุขเช่นนั้นแล้ว ทำ มนุษย์จะได้รับความสุขในมนุษยโลก
อย่างไรต่อไป วิธีจะละตั้งแต่มนุษย์ ก็เพราะอาศัยการให้ทานกัน ด้วย
นี่จะละสุขในมนุษย์หละ เราจะละ เหตุนี้ พระโพธิสัตว์เจ้าสร้างบารมี
ท่าไหน? ต้องแก้ไขวิธีละทีเดียว มาเกิดในมนุษยโลกก็ย่อมให้ทานใน
ต้องใช้ละด้วยกาย ละด้วยวาจา เบื้องหน้าท่านเป็นผู้เก็บหอมรอมริบ
ละด้วยใจ ต้องใช้ ทาน ศีล ภาวนา สนับสนุนอุปถัมภ์ค้ำชูแก่บริวารของ
เป็นฆราวาสครองเรือนให้หมั่นให้ ท่านไม่แพ้ฝ่ายใดท่านก็อุปถัมภ์ค้ำชู
ทาน ให้ละสุขน้อยโดยการบริจาค ตลอด เพราะท่านเป็นผู้มีสมบัติยิ่ง
ทาน ที่มีสมบัติยิ่งใหญ่ไพศาลใน ใหญ่ไพศาล ท่านบริจาคทานอย่างนี้
มนุษยโลกดังนี้
อัตราการให้ทานนี่แหละที่จะส่งเรา
ถึงมีพอประมาณหรือมีเล็ก ให้ไปถึงสุขยิ่งใหญ่ไพศาล ถ้าไม่มี
น้อยก็ช่าง อุตส่าห์ละเถิด จงให้ ทานจะมีสุขอันยิ่งใหญ่ไพศาลไม่ได้
๑๒ กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๕