ข้อความต้นฉบับในหน้า
วันเปิด ทันที
โลก
โดย เกษมสุข ภมรสถิตย์ (ใส)
ที่ได้ทราบว่าต้องเขียนเรื่องการตรัสรู้ธรรม
หรือวัน...เวลา...วาระแห่งการตรัสรู้ธรรมขององค์พระสัมมาสัม
พุทธเจ้าจากกองบรรณาธิการนั้น ชื่อของเรื่องก็ปรากฏชัดขึ้นใน
มโนสำนึก ว่าจะต้องเขียนเรื่องภายใต้หัวข้อว่า “วันเปิดโลก
แล้วก็จะต้องเป็นที่แน่นอนว่า คำถามต่อมา ที่ผุดขึ้นในใจ
ของท่านผู้อ่าน จะต้องเป็นคำว่า “ทำไม” หรือ “ด้วยเหตุผลใด
จึงใช้คำนี้
เหตุผลหรือ...แน่นอนจะต้องมี เป็นเหตุผลที่แจ่มจ้าอย่าง
ยิ่งในดวงใจของผู้เขียน.... เหลือแต่เพียงว่า ผู้เขียนจะสามารถทำ
ให้ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่ (ไม่จำเป็นต้องทุกคน) มีความเห็นคล้อย
ตามไป ได้หรือไม่....เท่านั้น!
ทุกครั้งที่น้ำตาพรั่งพรูลงอาบแก้มหลังจากเอ่อท้นล้นขึ้น
มาเป็นฉากน้ำใส ๆ ทำให้ภาพเบื้องหน้าในขณะนั้นพร่าพราย
เต็มที่แล้ว....คำถามที่ปนเปกับความสงสัย ไม่รู้ จะต้องติดตาม
ขึ้นมาพร้อม ๆ กัน หรือภายหลังอยู่เสมอว่า......
ทําไมหนอ..เราจึงไม่สามารถหยุดยุดความสุขไว้ให้อยู่กับเรา
ได้ตลอดเวลา” และ “ทำไมหนา.....รอยยิ้มหรือแววตาแห่งความ
สุขสันต์ สุกใส จึงเกิดดับ...เกิดดับ...อย่างไม่มีทางที่จะเก็บรักษา
ไว้ได้
ทุกทีที่เกิดความปรารถนา มีความอยากได้ ในขณะที่
ปัจจัยอันเป็นเหตุแห่งการได้สิ่งที่ปรารถนานั้นไม่มีหรือไม่เพียงพอ
ที่จะนำมาได้ ใจก็จะทุกข์ทนทรมานอย่างไม่เข้าใจ...ไม่เข้าใจใน
ความไม่เสมอภาค.. ไม่เท่าเทียมกันในการมีทรัพย์
และเมื่อใดที่มีการเจ็บ การตาย เกิดขึ้นในหมู่บุคคลผู้เป็น
ที่รัก ความโหดเหี้ยมของมัจจุมาร ความร้าวรานของการสูญเสีย
ที่ไม่มีวันได้กลับคืนมา ความอยากรู้ ความต้องการจะต่อสู้ ก็มัก
จะผุดขึ้นพร้อม ๆ กันว่า
“ความตาย นี่มาจากไหนกันเล่า....ทำไมคนเราต้องตาย....
ตายแล้ว ความเป็นตัวเราหรือความเป็นคนที่เรารัก จะไปซ่อน
เร้นอยู่หนไหน....และเป็นไปได้หรือที่จะดับสูญ....ในเมื่อสสารใด ๆ
ในโลกยังไม่มีการสูญหายเลยนี่นา?
ซึ่งกล่าวได้เลยว่า ทุกคน ทุกระดับความรู้ ทุกระดับ
ความสามารถ จะต้องมีมุมหนึ่งที่เป็นมุมมืดของชีวิต เป็นมุมทุกข์
ที่ซุกตัวอยู่อย่างมีอิทธิพล
1. เมื่อมาถึงตรงนี้ หลายท่านอาจมีคำถามเพิ่มขึ้นอีกแล้วว่า
ทั้งหมดที่อ่านมานี้ ยังไม่เห็นมีอะไรเกี่ยวกับการตรัสรู้ธรรม
๒๖ กัลยาณมิตร พฤษภาคม ๒๕๓๕