ความผิดพลาดในอดีตของพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 5 หน้า 23
หน้าที่ 23 / 113

สรุปเนื้อหา

ความผิดพลาดในอดีตที่คนทำคิดไม่ถึง ว่า จะเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พระพุทธ นักปกครอง มีอำนาจทางการทหาร ศาสนาต้องล่มสลายไปจากประเทศ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราดับขันธ์- เทพเจ้าได้ จึงผูกขาดทำพิธีกรรมบวง ปรินิพพานไปแล้วประมาณ ๑,๗๐๐ ปี วรรณะกษัตริย์ เป็นพวกนักรบ ไม่ได้ทำลายล้างศิลปวัฒนธรรมเดิม อินเดีย เรื่องนี้เกิดขึ้นที่นาลันทา เมื่อ วรรณะพราหมณ์ เป็นพวกนัก บวช ถือตนเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ติดต่อกับ สรวงต่าง ๆ ได้แก่ พวกพ่อค้า รวมตลอดไปถึง และลัทธิศาสนาที่มีอยู่ก่อนแต่อย่างใด มิหนำซ้ำเมื่ออยู่นานเข้า ๆ ก็กลาย เป็นชาวอินเดียเต็มตัว เช่นสมัยเมื่อ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช บุก เข้ามายึดครองอินเดียอยู่ระยะหนึ่งแล้ว ออกไป ทิ้งรุ่นลูกรุ่นหลานไว้กลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มคิงส์เมนานเดอร์ สำหรับคิงส์ เมนานเดอร์นี้ ต่อมา

หัวข้อประเด็น

- ความผิดพลาดในอดีตของพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ความผิดพลาดในอดีตที่คนทำคิดไม่ถึง ว่า จะเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พระพุทธ นักปกครอง มีอำนาจทางการทหาร ศาสนาต้องล่มสลายไปจากประเทศ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราดับขันธ์- เทพเจ้าได้ จึงผูกขาดทำพิธีกรรมบวง ปรินิพพานไปแล้วประมาณ ๑,๗๐๐ ปี วรรณะกษัตริย์ เป็นพวกนักรบ ไม่ได้ทำลายล้างศิลปวัฒนธรรมเดิม อินเดีย เรื่องนี้เกิดขึ้นที่นาลันทา เมื่อ วรรณะพราหมณ์ เป็นพวกนัก บวช ถือตนเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ ติดต่อกับ สรวงต่าง ๆ ได้แก่ พวกพ่อค้า รวมตลอดไปถึง และลัทธิศาสนาที่มีอยู่ก่อนแต่อย่างใด มิหนำซ้ำเมื่ออยู่นานเข้า ๆ ก็กลาย เป็นชาวอินเดียเต็มตัว เช่นสมัยเมื่อ พระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราช บุก เข้ามายึดครองอินเดียอยู่ระยะหนึ่งแล้ว ออกไป ทิ้งรุ่นลูกรุ่นหลานไว้กลุ่มหนึ่ง คือกลุ่มคิงส์เมนานเดอร์ สำหรับคิงส์ เมนานเดอร์นี้ ต่อมาเลื่อมใสในพระ พุทธศาสนาอย่างแน่นแฟ้น เรารู้จัก ท่านในนามพระยามิลินท์ ที่อ่านพบใน มิลินทปัญหานั่นเอง ก่อนเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น วรรณะแพศย์ เป็นพวกที่ทำมา ที่นาลันทา หลวงพ่อขอปูพื้นข้อมูล หากินด้วยการลงทุนลงแรงของตนเอง ทั่วไปของประเทศอินเดีย เฉพาะที่จะ เป็นเหตุผลผสมผเสกับเรื่องที่เกิดขึ้น ชาวไร่ชาวนา บางแห่งเรียก ไวศยะ สักเล็กน้อย ถ้าพูดถึงอินเดีย ต้องพูดเป็น ยุค ๆ เหมือนยุคสุโขทัย ยุคอยุธยา ของประเทศไทย คือเอาเหตุการณ์ เป็นหลักการแบ่งยุค อินเดียในอดีต จนกระทั่งถึงปัจจุบันก็แบ่งเป็น ๓ ยุค ใหญ่ ๆ คือ ยุคต้น นับเอาเหตุการณ์ตอน อิสลามบุกเข้ามาในประเทศอินเดียเมื่อ ประมาณ พ.ศ.๑๙๐๐ เป็นวันสิ้นสุด ยุคต้น แล้วนับย้อนหลังไปจนถึงสมัย พุทธกาล และเลยขึ้นไปอีกนานเท่าไร พวกวรรณะต่ำ ในระยะต้น ๆ คือพวกชาวพื้นเมืองผิวดำที่ทำงานเป็น ลูกจ้างหรือเป็นทาสเขา (ส่วนพวกผิวดำ ที่อยู่ทางใต้ที่เป็นวรรณะสูงก็มี) ถือ การแบ่งวรรณะตามอาชีพ พวกที่เป็น ทาส เป็นกรรมกรรับจ้างนี้ เรียกว่า พวกวรรณะศูทร พวกที่วรรณะต่ำสุด และถูก เหยียดหยามมากคือ วรรณะจัณฑาล พวกนี้สังคมไม่ยอมรับให้ประกอบอาชีพ อะไรเลยนอกจากขอทาน ในสมัยหลังพุทธปรินิพพาน มี ก็ตาม ยุคนี้มีระยะเวลายาวนานมาก ชนชาติต่าง ๆ บุกเข้ามายึดครองอิน นับรวมเวลามาตั้งแต่เมื่อชนเผ่าอารยัน เดียในส่วนต่าง ๆ หลายระลอก แต่ ซึ่งเป็นชนผิวขาวเผ่ายูโรเปียนบุกเข้ามา ยึดครองอินเดียตอนเหนือ แล้วเลยตั้ง รกรากอยู่ที่นั่น ส่วนชาวพื้นเมืองเดิม ซึ่งมีรูปร่างเล็ก เตี้ย ผิวดำ ตาพอง ก็ถอยร่นมาอยู่ทางใต้ พวกที่ไม่ยอม อพยพลงมาก็อยู่เป็นทาสของชนผิวขาว การแบ่ง ในถิ่นเดิมของตน อินเดียจึงถูกแบ่ง เป็น ๒ ส่วนโดยปริยาย วรรณะในตอนแรกก็ด้วยสีผิว ซึ่งก็เนื่อง มาจากเผ่าพันธุ์นั่นแหละ พวกผิวขาวถือตนว่าเป็นวรรณะ สูง ในผิวสีเดียวกันยังแบ่งออกเป็นอีก ๓ วรรณะคือ ศาสนาดั้งเดิมของชาวอินเดียคือ ศาสนาพราหมณ์ นับถือเทพเจ้า มี การปฏิบัติที่ดิ่งลึกไปในทางอัตตกิลม ถานุโยค คือการทรมานตนให้ลำบาก และกามสุขัลลิกานุโยค คือดิ่งหาความ สุขทางกาม พระสัมมาสัมพุทธเจ้าหลังการ ตรัสรู้แล้วประกาศพระศาสนา พระ องค์ไม่ทรงสรรเสริญเรื่องการแบ่งชั้น วรรณะ และปฏิเสธอัตตกิลมถานุโยค และกามสุขัลลิกานุโยค ว่าไม่ใช่ทาง หลุดพ้น ดังนั้นเมื่อพระพุทธศาสนา พฤษภาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๒๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More