การประดับกระจกในโบสถ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 5 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 113

สรุปเนื้อหา

อยู่ได้นานเป็นร้อยปี “น่าคิด น่าวิจัยนะคะ น้า” พี่นิภาเสริม น้าน้อยพยัก หน้าอย่างเห็นด้วย เหนือช่อง ประตูหน้าต่างด้านในนะจ๊ะ เบญจ์ ประดับกระจกเงาช่อง ละ ๓ บาน บานกลางจะใหญ่ กว่าข้างเคียงเล็กน้อย แต่ละ บานใส่กรอบไม้ฉลุลายงดงาม แล้วปิดทอง คล้าย ๆ ย่อเรือน แก้วประตูหน้าต่างด้านนอกมา งั้นแหละ งามน่ารักจริง ๆ หลังพระประธานระดับ พระเศียร มีกระจกเงาเช่นกัน บานใหญ่เชียวละ ขนาดบาน ข้างยังใหญ่กว่าครึ่งของบาน กลางเหนือช่องประตูหน้าต่าง เสียอีก พูดอย่างนี้เบญจ์คงนึก ขนาดออกนะว่า บานกลาง หลังพระประธานต้องใหญ่มาก จริง ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้กรอบไม้ ต้องเบาหน่อย ลวดลายจึง เค ต้องลดลงเหลือเพียงเล็กน้อย เรียบ ๆ แต่ก็ (บน) การประดับ รับกับลายผนังข้างเคียงที่ตีกรอบล้อมภาพเป็น กระจกเงาเหนือประตู สี่เหลี่ยมผืนผ้าใหญ่

หัวข้อประเด็น

- การประดับกระจกในโบสถ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อยู่ได้นานเป็นร้อยปี “น่าคิด น่าวิจัยนะคะ น้า” พี่นิภาเสริม น้าน้อยพยัก หน้าอย่างเห็นด้วย เหนือช่อง ประตูหน้าต่างด้านในนะจ๊ะ เบญจ์ ประดับกระจกเงาช่อง ละ ๓ บาน บานกลางจะใหญ่ กว่าข้างเคียงเล็กน้อย แต่ละ บานใส่กรอบไม้ฉลุลายงดงาม แล้วปิดทอง คล้าย ๆ ย่อเรือน แก้วประตูหน้าต่างด้านนอกมา งั้นแหละ งามน่ารักจริง ๆ หลังพระประธานระดับ พระเศียร มีกระจกเงาเช่นกัน บานใหญ่เชียวละ ขนาดบาน ข้างยังใหญ่กว่าครึ่งของบาน กลางเหนือช่องประตูหน้าต่าง เสียอีก พูดอย่างนี้เบญจ์คงนึก ขนาดออกนะว่า บานกลาง หลังพระประธานต้องใหญ่มาก จริง ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้กรอบไม้ ต้องเบาหน่อย ลวดลายจึง เค ต้องลดลงเหลือเพียงเล็กน้อย เรียบ ๆ แต่ก็ (บน) การประดับ รับกับลายผนังข้างเคียงที่ตีกรอบล้อมภาพเป็น กระจกเงาเหนือประตู สี่เหลี่ยมผืนผ้าใหญ่เล็กไม่เท่ากัน ฉันไม่รู้ว่า และเสี้ยวกาง แต่ง เข้าใจถูกหรือผิดที่คิดว่ากระจกนี้คงติดประดับ กายอย่างขุนศึกจีน บนบานประตูด้านใน ประดาภายหลัง เพราะดูเหมือนจะทับภาพเขียน พระอุโบสถ หลายภาพด้วยซ้ำไป “การติดกระจกเช่นนี้ เป็นที่นิยมกัน มากสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเป็นพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๓ ตั้งแต่ ครั้งยังทรงเป็นเพียงพระเจ้าลูกยาเธอฯ ทรง เลียนแบบศิลปจีน หลาน ๆ คงเคยเห็นการ ประดับกระจกแบบนี้มาบ้างแล้วในโบสถ์วิหาร วัดต่าง ๆ ที่สร้างตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๒-๓ ด้วยค่ะ “ค่ะ แล้วลักขณ์ก็เคยเห็นตามศาลเจ้าจีน "เออ จริงด้วย คุณกิ่ง เคยบอกว่าคนจีนสมัยก่อนใช้ กระจกเงาเป็นเครื่องประดับ บ้าน เชื่อว่าเพื่อความเป็น สิริมงคลแก่ตน และคนใน ครอบครัวด้วย" “เอ๊ะ! มันเกี่ยวกันยังไง คะพี่ภา โปรดเล่าแจ้งแถลงไข ด่วน ผู้น้อยจะคอยฟัง “น้อย ๆ หน่อยยาย ลักขณ์ หนังจีนขึ้นสมองซิท่า น้าน้อยปรามยิ้ม ๆ เราทั้งสอง หัวเราะคิกคักอย่างหน้าทะเล้น เช่นเคย “เอ้า....นิภาพูดต่อ น้าจะได้ฟังด้วย "เออ พูดถึงหนังจีนโบ- ราณ ลักขณ์เคยสงสัยมั้ย คน ร้ายย่องเข้ามาในบ้านเงียบ ๆ ทำไมเจ้าของบ้านจึงรู้ล่ะว่า คนร้ายย่องมาทางทิศไหน” “นั่นซิ ขนาดบางที่นอน หงาย นอนหันหลังให้ประตู ด้วย ไม่ได้หันมาทางประตูสักหน่อย รู้ได้ไงไม่ รู้นะพี่ “พี่เคยคุยเรื่องนี้กับคุณกุ้ง ท่านอธิบาย ว่าตามบ้านคนจีนโบราณจะประดับกระจกเงา ในห้องรับแขกเหนือประตูเข้า ประตูเหนือกัน จากห้องด้านใน และเหนือหน้าต่าง ถ้าบ้าน คนใหญ่คนโตหรือคนมีศัตรูแยะ ก็ติดภายใน ห้องนอนและห้องอื่น ๆ ด้วย มีไว้คล้ายยันต์นะ แต่มิใช่ยันต์กันนะจ๊ะ มีไว้ป้องกันคนร้ายจะ “เอ๊ะ มันป้องกันได้ยังไงคะ” “ถ้าคนร้ายย่องเข้ามา เจ้าของบ้านไม่ว่า จะนั่งจะนอนตรงไหนถ้าไม่หลับสนิทจริง ๆ ละก็ จะเห็นคนร้ายได้จากเงาในกระจกไงล่ะ" "อ๋อ เข้าใจแล้วค่ะ นับว่ากระจกเงาเป็น กระจกวิเศษช่วยชีวิต ถ้าตัวเราพ้นอันตราย พฤษภาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More