ข้อความต้นฉบับในหน้า
สาว
การ
อไปนี้จักแสดงสรุปให้สั้นถึงตัวพระ
รัตนตรัย โดยตรงว่ามีอะไรแน่ที่เรียกว่า
พระรัตนตรัย และการเข้าถึงพระรัตนตรัยนั้น
จะเข้าถึงได้อย่างไร
รัตนะ แปลว่าแก้ว ในที่นี้หมายถึงเอา
แก้วอย่างประเสริฐ เช่น แก้วมณีโชติรส ซึ่ง
นับถือกันว่าเป็นแก้วมีคุณวิเศษสูงสุด ใครมีไว้
ย่อมชื่นชมโสมนัสอิ่มอกอิ่มใจยิ่งกว่าทรัพย์สิน
อย่างอื่นทั้งหมดโลก แก้วคือพระรัตนตรัยนี้
เหมือนกัน ผู้ใดเข้าถึงก็ย่อมอิ่มใจ ชื่นใจเช่น
เดียวกัน
ร่างกายพระสิทธัตถะ ไม่ใช่พุทธรัตนะ พระสิทธัตถะทรงกระทำความ
เพียรอยู่ถึง ๖ พรรษา จึงพบรัตนะอันลี้ลับซับซ้อนอยู่ในพระองค์ คือ
กายธรรม มีสัณฐานเหมือนพระปฏิมากรเกตุดอกบัวตูมมีสีใสเหมือนกระจก
ปรากฏอยู่ในศูนย์กลางกาย ที่ว่ามีหลักฐานในอัคคัญญสูตร ที่พระองค์ตรัส
แก่วาเสฏฐสามเณรว่า ตถาคตสสเหตุ วาเสฏฐาธิรจน์ ธมฺมกาโย อห์ อิติปิฯ
ในสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย ปฏิกวรรค ยืนยันความว่า ดูกรวาเสฏฐสามเณร
คำว่า ธรรมกาย ๆ นี้เป็นชื่อตถาคตโดยแท้
เรื่องพระวักกลิ ดังที่ยกขึ้นมากล่าวข้างต้นนั้น เมื่อระลึกถึงความใน
อัคคัญญสูตรนี้ประกอบแล้ว ย่อมส่องความให้เห็นว่า ที่พระองค์ตรัสว่า ผู้
ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเรานั้น หมายความว่า ผู้ใดเห็นดวงธรรมที่ทำให้เป็น
ธรรมกาย ผู้นั้นได้ชื่อว่าเห็นเรา คือ ตถาคตนั่นเอง มิใช่อื่นไกล หรือพูด
ให้เข้าใจง่ายกว่านี้ก็ว่า ผู้ใดเห็นดวงธรรมที่ว่านี้ ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า
หรืออีกอย่างหนึ่งว่า ผู้ใดเห็นธรรมกาย ผู้นั้นเห็นพระพุทธเจ้า
ทำไมจึงหมายความเช่นนั้น ขณะนั้นพระวักกลิก็อยู่ใกล้ ๆ กับพระ
องค์ หากจะแลดูด้วยลูกตาธรรมดาทำไมจะไม่เห็นพระองค์ เพราะไม่
เอก ปรากฏว่าพระวักกลินั้นตาพิการ เมื่อเช่นนี้ไฉนพระองค์จะตรัสเช่นนั้นเล่า
ที่ตรัสเช่นนั้นจึงมีความหมายได้ว่า ที่แลเห็นผิดตาธรรมดานั้น เห็นแต่
เปลือกของพระองค์คือกายพระสิทธัตถะที่ออกบวชซึ่งมิได้อยู่ในความหมาย
แห่งคำว่าเรา และยังตรัสว่าเป็นกายที่เปื่อยเน่าด้วย นั่นคือกายพระสิท
ธัตถะที่บวชซึ่งเป็นกายภายนอกนั่นเอง คำว่าเราในที่นี้จึงสันนิษฐานได้ว่า
ตุลาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๙