ข้อความต้นฉบับในหน้า
ศิราคงสบาฌานะ
กลับตอบว่า “เขาไม่แปลกันหรอกคุณ
อยากจะรู้ต้องไปเรียนที่บางกอก” ท่าน
จึงกลับมาเริ่มตำหนิในใจว่า พระวัดนี้
โง่ท่องแล้วไม่รู้เรื่อง ท่องไปทำไมกัน?
นี้เป็นประตูทำให้คนโง่ไม่รู้ว่าเท่าไรแล้ว
จึงดำริจะลงมากรุงเทพฯ
นับแต่อุปสมบทมาได้ ๓ เดือน
เศษ ท่านจึงไปหาโยมหญิงหาวิธีพูดจา
ชักจูงโยมหญิง เพื่อขอโอกาสไปศึกษา
ที่กรุงเทพฯ โยมไม่เต็มใจให้จากมา
แต่ในที่สุดก็ยอมด้วยความไม่เต็มใจ
ท่านจึงขอปัจจัย ๑ ชั่งเพื่อเป็นค่าเดิน
ทาง การขอนี้ ท่านตั้งใจว่าจะขอเป็น
ครั้งสุดท้าย เมื่อออกจากวัดสองพี่
น้องมาแล้ว ได้มุ่งตรงมาจำพรรษา ณ
วัดพระเชตุพนฯทีเดียว ในระยะนั้น
คัมภีร์ที่จะเล่าเรียนศึกษาที่ยังไม่มี ก็
วันที่ เคอน 508 25
พุทธศักราช ๒๔๗๐
อาศรัยอำนาจตามความในม คร. ๑๐ แห่งสังเกตระเบียบ
พระอุปัชฌายะ พุทธศักราช ๒๔๘๓ ให้พระยาศรมพระธาตุมาหาน
วง มานา
เป็นรูปขนายะโน
วัดปากน้ำ
มีตำแหน่งหน้าที่เป็นประธานในการให้บรรพชา สมบท ตามปก
บัญญัติแห่งส่วนในกระเบียบ พระอุปัชฌายะ (สธการมา ๒๕๕๕๕
และละเว้นกับควรเว้น ประพฤติกิจควรประพฤติ ซึ่งได้บัญญ
แล้วในสังฆาณัตินั้น
เธอจงเจริญด้วยเจตนาพร อายุ 57 Cres และ Go
เป็นหลักในพระพุทธศาสนา เทพ
ได้ให้สีกาที่ของท่านจัดซื้อถวาย ท่าน
ใบตราตั้งให้หลวงพ่อวัดปากน้ำ
เล่าว่า ท่านเคยชอบศึกษาทุกอย่างที่
โหราศาสตร์, ไสยศาตร์ ที่สุดจนเล่น และได้เอานายสำรวยไปอยู่ด้วยวันหนึ่ง
ชมว่าเป็นของดี
(สมัยเป็นพระครูสมณธรรมสมาทาน) เป็นอุปัชฌาย์ในวัดปากน้ำ
นับว่าเป็นวิชาซึ่งนิยมกันในสมัยนั้นเช่น ทรพิษ ที่วัดชัยพฤกษ์มาลาชั่วคราว
แร่แปรธาตุ หุงปรอททุกชนิด และได้
ทดลองทำดูทุกอย่างว่าอะไรจะเป็นของ
จริงบ้าง ท่านไม่เคยตำหนิวิชาของใคร มานิดเดียว ส่วนน้องชายกอบไว้ถึง
ว่าเป็นของไม่จริง
ทั้งนั้น แต่ท่านไม่ติดใจในวิชาเหล่านั้น วัน น้องชายท่านก็ป่วยเป็นไข้ทรพิษมี
ต่อมาท่านได้เลิกเด็ดขาด มอบตำรับ อาการหนักมาก ตัวท่านเองก็เป็นด้วย
ตำราให้คนอื่นไปหมด คงยึดวิชา แต่มีอาการน้อย พออาการป่วยของ
วิปัสสนาอย่างเดียวเท่านั้น
ในขณะมาเรียนหนังสืออยู่นั้น
ท่านได้เอาน้องชายคนเล็ก ชื่อ สำรวย
มาอยู่ปฏิบัติ และให้เล่าเรียนหนังสือ
ใหญ่ (ขอม) คือมูลกัจจายนะที่สำนัก
เรียนวัดเชตุพนฯด้วย จนพรรษาที่
ท่านค่อยทุเลาลงจึงรีบพาน้องชายขึ้น
ไปรักษาที่บ้านสองพี่น้อง แต่ไม่หาย
ได้ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ ๑๘ ปี ได้จัด
การปลงศพเสร็จแล้ว ท่านจึงกลับมา
อยู่วัดพระเชตุพนฯตามเดิม
ขณะที่ท่านเรียนหนังสืออยู่นั้น
ท่านจึงได้ย้ายไปรักษาตัวด้วยโรคไข้ ท่านต้องลำบากมาก บางวันบิณฑบาต
ท่านเกิดนิมิตว่ามีชายคนหนึ่งเอาทราย
มาถวาย ๑ บุ้งกี้ ท่านเอื้อมมือหยิบ
สองกำมือเต็มๆ หลังจากนิมิตได้ไม่กี่
ไม่พอฉัน บางวันไม่ได้เลย ได้แต่เพียง
ส้มผลเดียวก็เคยมี พระคุณท่านเอง
ได้เคยเล่าให้ฟังว่า เมื่อมาอยู่ที่วัดพระ
เชตุพนฯใหม่ ๆ ออกบิณฑบาตวันแรก
ไม่ได้อะไรเลย วันที่สองก็ไม่ได้อีก ท่าน
มาคิดคำนึงว่า ท่านเป็นผู้มีศีลจะอด
ตายเช่นนั้นหรือ? ถ้าเป็นจริง ท่าน
ยอมตาย ท่านบิณฑบาตไม่ได้ข้าว
ท่านก็ไม่ฉันของอื่นยอมอด ด้วยคิดว่า
ถ้าเราตายลงไป ภิกษุหมดทั้งนคร
ต้องมีอาหารบิณฑบาตพอหมดทุก ๆ
รูป เพราะคนลือก็จะพากันสงสาร
พระภิกษุไปตาม ๆ กันเท่านั้น จึงไม่
ยอมดิ้นรนหา ครั้นวันที่สาม ท่าน
ออกไปบิณฑบาตอีก วันนั้นเดินอยู่จน
สาย ได้ข้าวเพียงหนึ่งทัพพีกับกล้วย
ตุลาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๑๗