ประวัติและความสำคัญของเจ้าอาวาส วารสารกัลยาณมิตร ปี 2535 ฉบับที่ 10 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 113

สรุปเนื้อหา

เขียนจดหมายเล่าไล่ไปทีละวัดทีละรัชกาลให้ สงบสุข จนพระมหากษัตริย์ทรงมีเวลาสร้างวัด (บน) พระวิหารหลวง ได้งดงาม ที่พม่าก็เหมือนกันนะ กษัตริย์องค์ที่ หรือพระอุโบสถ เก่งกล้าสามารถเท่านั้นจึงจะสร้างวัดใหญ่โตไว้ ตามภูเขาหรือริมแม่น้ำ เห็นได้แต่ไกลเชียวละ ส่วนวัดประจำรัชกาลอีกความหมายหนึ่ง เพิ่งมา ถูกกำหนดโดยรัชกาลที่ ๔ ทรงดำริว่า วัดใดที่ พระมหากษัตริย์องค์ใด หมายถึงรัชกาลที่ นะ ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์หรือทรงสถาปนาใหม่ หรือโปรดปรานมากก็ให้อัญเชิญพระบรมอัฐิแต่ละ พระองค์ไปประดิษฐานใต้ฐานพระประธานวัดนั้น ถือเป็นวัดประจำรัชกาลจ้ะ เช่น รัชกาลที่ 9 ก็ เป็นวัดพระเชตุพน รัชกาลที่ ๒ มีวัดอรุณฯ เป็นวัดประจำรัชกาลไงจ๊ะ ก็อย่างที่ลักขณ์ ๑-๓ “ เบญจ์อ่านนั่นแหละจ้ะ”rintiratsirawich ดีเหลือเกินที่น้าน้อยกรุณาอธิบายให้

หัวข้อประเด็น

- ประวัติและความสำคัญของเจ้าอาวาส

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เขียนจดหมายเล่าไล่ไปทีละวัดทีละรัชกาลให้ ๔ สงบสุข จนพระมหากษัตริย์ทรงมีเวลาสร้างวัด (บน) พระวิหารหลวง ได้งดงาม ที่พม่าก็เหมือนกันนะ กษัตริย์องค์ที่ หรือพระอุโบสถ เก่งกล้าสามารถเท่านั้นจึงจะสร้างวัดใหญ่โตไว้ ตามภูเขาหรือริมแม่น้ำ เห็นได้แต่ไกลเชียวละ ส่วนวัดประจำรัชกาลอีกความหมายหนึ่ง เพิ่งมา ถูกกำหนดโดยรัชกาลที่ ๔ ทรงดำริว่า วัดใดที่ พระมหากษัตริย์องค์ใด หมายถึงรัชกาลที่ นะ ทรงบูรณะปฏิสังขรณ์หรือทรงสถาปนาใหม่ หรือโปรดปรานมากก็ให้อัญเชิญพระบรมอัฐิแต่ละ พระองค์ไปประดิษฐานใต้ฐานพระประธานวัดนั้น ถือเป็นวัดประจำรัชกาลจ้ะ เช่น รัชกาลที่ 9 ก็ เป็นวัดพระเชตุพน รัชกาลที่ ๒ มีวัดอรุณฯ เป็นวัดประจำรัชกาลไงจ๊ะ ก็อย่างที่ลักขณ์ ๑-๓ “ เบญจ์อ่านนั่นแหละจ้ะ”rintiratsirawich ดีเหลือเกินที่น้าน้อยกรุณาอธิบายให้ฉัน หายสับสน กำลังเง็ง ๆ ใกล้ งงอยู่นะเนี่ย เมื่อ “พูดถึงเจ้าอาวาสองค์แรกนะ หลานรู้มั้ย ท่านเคยเป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของรัชกาลที่ ๔ เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระภิกษุจำพรรษาอยู่ที่วัด สมอรายหรือที่รัชกาลที่ ๓ ทรงพระราชทาน นามใหม่ว่า วัดราชาธิวาสไงจ๊ะ ท่านเป็นลูกศิษย์ เอกลูกศิษย์คนโปรดเชียวนะ ทรงบวชเป็น สามเณรให้เองเชียวแหละ” theps “แหม! ก็เลยโชคดีไปนะคะ มิน่าถึงได้ รับอาราธนามาเป็นเจ้าอาวาส” “แต่น้าว่าที่รัชกาลที่ ๔ โปรดปราน และ อาราธนามาเป็นเจ้าอาวาส คงมิใช่เพราะเป็น ลูกศิษย์ก้นกุฏิหรอกจ้ะ แต่เห็นจะเป็นเพราะ ท่านเป็นสามเณรที่ขยันเรียน และเป็นสามเณร รูปแรกที่สอบได้เปรียญ ๙ ประโยค “โอ้โฮ ! สอบได้ ๙ ประโยคตั้งแต่ยังเป็น เณรเก่งชะมัดเลย ก็สมแล้วละค่ะที่รัชกาลที่ ผู้ทรงฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนาจะทรงปลื้มและ รักใคร่สนิทสนมโปรดปรานลูกศิษย์รูปนี้” พี่นิภา ออกความเห็นคล้อยตามการ ส “หลานรู้มั้ย ต่อมาท่านลาสิกขาบทแล้ว กลับมาบวชใหม่เป็นพระภิกษุแล้วท่านสอบ เปรียญ ๙ ประโยคได้อีกที ใคร ๆ ก็เลย เรียกท่านว่า เปรียญ ๑๘ ประโยค” น้าน้อย พูดอย่างขำ ๆ เราทั้งสองก็เลยพลอยขำไปด้วย พี่นิภายกนิ้วหัวแม่มือขึ้นช้าๆ พร้อมกับพูดช้าๆ ด้วยเสียงหนักแน่นราวกับโฆษณาสินค้า “แจ๋ว และ “โอ้โฮ ได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชด้วย เก่งแท้ ๆ ก็สมควรนะคะท่านเก่งออกอย่างนั้น” พี่นิภาเสริมแล้วถามว่า “นับเป็นสมเด็จพระ สังฆราชองค์ที่เท่าไรคะน้าน้อย” “องค์ที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์จ๊ะ อ้าว! ถึงพอดี เข้าพักร่มเสียหน่อย ร้อนเหลือเกิน” ตุลาคม ๒๕๓๕ กัลยาณมิตร ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More